Prince Diaries (ภาค 1)

posted on 07 Oct 2005 18:51 by muitapol  in Fic-Another

แฟนฟิคหัวขโมยของไอ้มุย ภาค 1 : Prince Diaries

(ต้นฉบับอยุ่ที่ >>>

http://www.dek-d.com/entertain/view.php?id=76320)

 

 

 

 

คุณเชื่อเรื่องปาฎิหารย์หรือสิ่งมหัศจรรย์ไหม?

ผมไม่เคยเชื่อเลย

แต่ที่ผมต้องถามแบบนี้คงเป็นเพราะเรื่องมหัศจรรย์ของคนรุ่นก่อนผมทำไว้น่ะสิครับ

ไม่ว่าจะเป็น

ความรักของคิงหน้าบาก (ที่แม่ผมเรียก อิ..อิ..) ปู่ของผม และเจ้าหญิงอลิเซีย ยายของผม

หรือ ความรักของตาผม เจ้าปิศาจเอวิเดส หลายคนคิดว่าปิศาจต้องโหดร้าย

ไม่มีความรัก แต่ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยถึงผมจะเจอพระเจ้าตาไม่กี่ครั้ง

แต่บอกได้เลยว่าท่านเป็นคนใจดีมากๆ และที่สำคัญรักแม่ผมมากๆ จนถึงขั้นหวงเลยล่ะ.

และผมสารภาพให้ก็ได้ว่า พระเจ้าตาติดสินบนให้ดาบรัตติกาลทมิฬแทนดาบอะไรไม่รู้อันเก่าน่ะครับ

เพราะยายดอนน่า น้องสาวผมมันแช่แข็งไปเรียบร้อยแล้ว.. เด็กอะไรไม่รู้


ชักจะเลยไปไกลละที่ผมต้องบอกว่ามหัศจรรย์เพราะลุงคิลบอกมาอีกต่อครับ

เพราะลุงนึกภาพไม่ออกเลยว่า

เจ้าหญิงปากหมาแห่งบารามอส+พ่อมดปิศาจแห่งคาโนวาล =??????

ลุงแก้สมการนี้ไม่ได้เลยฮะ

แต่ท่านพ่อท่านแม่ผมนี่แหละฮะแก้ได้ แก้ไปแก้มา (อย่าคิดลึกนา - -) จนได้ผมคนนึง

ฝาแฝดหนึ่งคู่ และกำลังจะเกิดอีกคนนึง


ลุงคิลยังเสริมพร้อมกับหัวเราะหึๆอีกด้วยแน่ะ ว่า ไอ้คาโลมันมีฝีมือจริงๆ


ถึงผมจะอ่านหนังสือในห้องสมุดประจำราชนักคาโนวาลมาเกือบทุกเล่ม

แต่ก็ยังหาคำตอบของคำพูดลุงไม่ได้จริงๆ


เอ้อจุดประสงค์ของการเขียนบันทึกนี้ไว้เพราะอาจจะมีน้อง

(ผมไม่แน่ใจว่าท่านพ่อท่านแม่ผมจะปั๊มกันอีกซักกี่คน

เฮ้อ วังคาโนวาลก็กว้างดีอยู่หรอก ผมอยู่ได้สบายๆอยู่แล้ว แต่ตั้งแต่มีไอ้น้องแฝดเกิดมานี่สิ ยุ่งชะมัด)

คนนึงถามท่านพ่อท่านแม่ว่า ท่านแม่กะท่านพ่อเจอกันได้ไงฮะ/คะ


ถ้าถามท่านพ่อคำตอบที่จะได้มาคือ (เงียบ)

แต่ถ้าถามท่านแม่คำตอบที่ได้คือ สีแดงจัดฉาบบนหน้าหวาน

(อย่าว่าผมเป็นเด็กติดแม่นะฮะ ผมว่าแม่ผมนี่แหละสวยที่สุดในเอเดนแล้ว

ไม่อย่างนั้นท่านพ่อคงไม่รักไม่หวงขนาดนี้หรอก ถึงขนาดไม่มีนางสนมหลงมาซักคน)

ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อยประมาณว่า เรย์ ทำไมลูกไม่พาน้องไปเล่นข้างนอกล่ะ


ดังนั้นคนอย่างผมจึงจำต้องหาคำตอบของคำถามเพียงคนเดียว

คิดดูสิฮะ เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ต้องระหกระเหินหาคำตอบด้วยตัวเอง


เอ่อ ไม่ระหกระเหินก็ได้ฮะ ผมส่งจดหมายติดขานกพิราบไปหาลุงโรน่ะครับ


แต่ลุงไม่ส่งคำตอบมาฮะลุงมาเล่าให้ผมฟังที่คาโนวาลเลย

ไม่แค่นั้นยังขนบรรดาเพื่อนเก่าท่านพ่อท่านแม่มาด้วย

ตอนมานี่อลังการงานสร้างมากครับ ลุงคิลเอามังกรดำพ่นไฟเผาหลังคาของห้องโถง

ซึ่งตอนนั้นท่านแม่กำลังพยายามป้อนข้าวฟาร์ลีอยู่ผมนั่งอ่านหนังสือดอนน่าแช่แข็งของใกล้ตัวเล่น

และตอนจังหวะที่ท่านแม่เอาช้อนข้าวโอ๊ตเข้าปากฟาร์ลี ทันใดนั้น!!!

ลุงคิลท่าจะเบื่อที่ต้องให้มังกรดำเผากระเบื้องบนหลังคา

(มันหนามากฮะ ผมรู้เพราะฟาร์ลีเคยไปเล่นบนนั้น) เลยให้มังกรกระทืบลงมาแทนเลย

เศษอิฐเศษปูนร่วงพล็อย ตามด้วยสารพัดเสียง ภาพตรงหน้าพร่าไปหมด

ผมอุ้มดอนน่าออกจากระยะทิ้งระเบิดแม่กรีดร้องตามมาด้วยเสียงอันทรงพลังของท่านพ่อว่า


ไอซ์บ๊อกซ์!!!


และหลังจากนั้นสรรพสิ่งก็เป็นน้ำแข็งครับ

ผมพูดไม่ผิดครับ. แจกันลายครามพระบรมฉายาลักษณ์เสด็จปู่

ภาพวาดสีน้ำมันดอกลิลลี่พรมขนสัตว์เก้าอี้นวมขอบทอง

ทุกอย่างเป็นน้ำแข็งหมดแม้กระทั่งข้าวโอ๊ตยกเว้นท่านแม่ ผมและน้องๆเท่านั้น



และต่อมา ลุงคิลก็โดนใบชำระหนี้จากราชสำนักคาโนวาลหลังจากที่โดนแช่งแข็งไว้ 2 วัน 2 คืนเต็มๆ

และโดนท่านแม่ไล่เตะอยู่ค่อนวัน ด้วยเหตุผลของคิงและควีน ผมจะยกมาเฉพาะเหตุผลที่น่าสนใจนะครับ


1.ทำลายทรัพย์สินของราชสำนัก (อันนี้ของพ่อแหง)

2.ทำให้ควีนต้องมานั่งป้อนข้าวให้พระโอรสใหม่ (ตอนที่ฟาร์ลีกำลังกินนั่นเป็นคำแรกครับ

ลุงคิลโผล่พรวดมาเขาเลยพ่นออกมาหมด ท่านแม่เลยเสียเวลาอีกค่อนวัน)

3.ที่สำคัญทำให้ควีนแห่งคาโนวาลต้องตกใจ!! (อะโหเหตุผลอันนี้ของพ่อครับ)


และผมก็พยายามปะติดปะต่อเรื่องที่ลุงคิล

น้าเรนอนคนสวยลุงโรน้าแองจี้น้ามาทิลด้า ลุงครี้ดแย่งกันเล่าให้ผมฟังพอได้ใจความว่า


ท่านพ่อกับท่านแม่เขม่นกันตั้งแต่เจอกันครั้งแรก

แต่หลังจากที่ท่านพ่อและตัวท่านแม่รู้ว่าท่านแม่เป็นผู้หญิงนั่นแหละ

อะไรๆก็เปลี่ยนไปจนกระทั่งท่านทั้งคู่ได้ไปเยือนเดมอส ทั้งคู่ก็เริ่มรู้สึกแปลกๆแล้ว

ซึ่งน้าเรนอนยิ้มหวานทำตาพริ้มบอกว่า รักแรกพบนั่นแหละจ้ะ เรย์


เนื้อเรื่องจริงๆมีแค่นี้แหละฮะนอกจากนั้นก็เป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆจำพวกว่า

เฟรินกับคาโลมันชอบไปจู๋จี๋กันประจำที่ดาดฟ้าตอนปีสี่ ลุงยังไปแอบดูประจำเลย

หรือ

มีรุ่นน้องคนนึงมาบอกรักเฟรินเข้า ท่านปราชญ์เลโมธีเลย

ต้องระดมพลังเวทย์ละลายน้ำแข็งของปราสาททั้งหลังที่โดนคาโลแช่แข็ง ฯลฯ


เอาล่ะ หลังจากที่ผมเขียนอดีตของท่านพ่อท่านแม่ไปแล้ว

ผมจะเขียนชื่อของบรรดาลูกๆ ของท่านพ่อท่านแม่ไว้ก่อนนะฮะ

เผื่อวันนึงท่านแม่หรือท่านพ่อเกิดลืมขึ้นมาเพราะลูกตัวเองมีเยอะเกินไป

ถึงท่านแม่จะสัญญาไว้แล้วก็เหอะว่าหลังจากคลอดอีกคนนึงแล้วจะไม่มีแล้ว

แต่ต้องหยุดพูดทันทีเพราะท่านพ่อส่งสายตาดุๆ มาให้และลากไป สำเร็จโทษ

ทำให้ผมต้องซวยลากป้ายที่เขียนติดไว้ว่า กำลังทำความสะอาด ไปไว้หน้าห้องตามเคย

ก่อนจะลงเวทย์ทับไว้อีกชั้นเฮ้อเกิดเป็นลูกคนโตนี่ช่างลำบากจริง..




1. ผมเองครับ เรย์ วาเนบลี

เป็นลูกชายคนโตหรือเรียกว่าพระโอรสองค์โต อายุสิบขวบ

ใครๆก็ว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของท่านพ่อและท่านแม่ ผมของผมสีเงินตาสีน้ำตาลฮะ

แต่ทั้งท่านพ่อท่านแม่ว่าผมนิสัยเหมือนลุงลูคัสมากกว่า ตรงไหนเหรอฮะ..? ผมไม่มีวันบอกคุณหรอก

โดยส่วนตัวแล้วผมรักท่านแม่มากกว่าท่านพ่อนะฮะ

ถึงจะเห็นท่านแม่แก่นๆ แบบนี้ก็เหอะ แต่ผมยังรู้สึกได้ว่าท่านแม่รักผมมากขนาดไหน

โดยเฉพาะเวลาที่แม่ส่งผมเข้านอน ไม่ว่าผมจะเพียรบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมสิบขวบแล้ว

ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องมาห่มผ้าห่มและจูบราตรีสวัสดิ์ให้ผมทุกคืนหรอก

เสียงท่านแม่นุ่มและอ่อนโยนมากๆ เลยตอนที่พูดว่า ราตรีสวัสดิ์นะเรย์..

ก่อนริมฝีปากเต็มอิ่มรูปกระจับสีกุหลาบที่ผมเห็นจนเจนตาจะโน้มลงมาจูบผมที่หน้าผาก

ผมรักแม่ครับ..


ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่ท่านพ่อจะรักผู้หญิงคนนี้มากพอๆกับผม


ส่วนท่านพ่อผมมีโอกาสเล่นกับท่านพ่อไม่กี่ครั้ง

แค่ตอนไปปิกนิกข้างทะเลสาบทั้งครอบครัวครั้งเดียวผมยังไม่สามารถบอกอะไรได้หรอก

แต่ท่านแม่ยังคงยืนยันว่า ท่านพ่อเป็นคนอ่อนโยนและรักผมมาก

ผมไม่รู้นะครับท่านแม่แต่ถ้าออกจากปากแม่ผมก็พร้อมจะเชื่อทุกอย่าง



2.ฟาร์ลีวาเนบลี

พี่ชายฝาแฝดของดอนน่าครับ อายุสี่ขวบ

ไม่รู้ว่าท่านแม่แผลงจากชื่อเฟริน(ชื่อเล่นของแม่) ไปมายังไงจนเป็นชื่อนี้ได้

น้องผมคนนี้เหมือนท่านแม่ทุกประการฮะทั้งสีผม สีตาและนิสัย

ดูเหมือนจะกวนเอามาก บางทีก็กวนซะจนผมอยากจะเอาฝ่าพระบาทไปกระแทกพระโอษฐ์ซะจริง

ไม่แค่นี้นะครับ มันยังเอาแต่ใจมากด้วยเวลาไม่ได้ดั่งใจมันจะกระทืบเท้า

เต้นเร่าๆเหมือนปลากระดี่โดนจับทอด

ที่สำคัญที่ผมโกรธมันมากที่สุดคือมันไม่ชอบกินข้าวครับ!!

ท่านแม่ที่ดูเหมือนจะพึ่งพาไม่ได้ชอบลืมกินข้าว

แต่ยังไงก็เป็นเสาหลักของครอบครัววาเนบลีครับ

เพราะถ้าไม่มีท่านแม่ฟาร์ลีคงจะโดนจับแช่แข็งหลายครั้ง (จากดอนน่าและท่านพ่อ)

หรือที่สำคัญไม่มีใครส่งพวกผมเข้านอนและที่ท่านแม่หนักใจมากที่สุดคือ ไอ้ตอนฟาร์ลีไม่กินข้าวนี่แหละ

จนบางทีท่านแม่มัวแต่ป้อนฟาร์ลีจนไม่ได้กินข้าวซะเองหรือไม่ได้มาเล่นหมากรุกกับผม


ผมอิจฉามันอยู่สองอย่างครับ

คือมันได้ใกล้ชิดกับท่านแม่มากกว่าผมและมันเล่นหมากรุกเก่งมากครับ


แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะดีขึ้นฮะ เพราะท่านพ่อทนเรื่องนี้ไม่ไหวเลยลงมาจัดการด้วยตัวเอง

ง่ายๆ ครับไม่ใช้วิธีนั่งตะล่อมป้อนให้มันทีละคำๆ เหมือนท่านแม่หรอกครับ

พ่อรวบตัวฟาร์ลีแล้วตรงไปห้องน้ำ สั่งห้ามไม่ให้แม่ตามไป แต่ผมไปได้ครับ

ผมเลยแทะซี่โครงแกะไปเดินตามท่านพ่อไป ทำไมฟาร์ลีไม่กินก็ไม่รู้

ท่านพ่อวางฟาร์ลีลงในอ่างก่อนจะถามว่า ลูกชอบข้าวโอ๊ตหรือเนื้อลูกแกะย่าง?

ฟาร์ลีตอบมาว่าข้าวโอ๊ต พ่อเลยจัดการเทถ้วยข้าวโอ๊ตต้มลงบนหัวฟาร์ลี

แค่นั้นแหละครับฟาร์ลีก็ร้องกรี๊ดๆ

จนผมคิดว่าพระราชวังเราต้องพังลงมาแหง พอพ่อกลับมาแม่ก็ทำท่าจะลุกออกไปทันทีแ

ต่ท่านพ่อบอกว่าทิ้งไว้ซักพักและหลังจากนั้นฟาร์ลีก็ไม่เคยอิดออดการกินข้าวเลย




3.ดอนน่าวาเนบลี

น้องสาวฝาแฝดฟาร์ลีอายุสี่ขวบ ผมสีเงินตาสีฟ้า

เหมือนถอดแบบมาจากท่านพ่อเป๊ะ

แต่ติดที่หน้าหวานเหมือนแม่ทำเอาผมใจชื้นทีเดียว

ตอนที่หมอตำแยออกจากห้องคลอดแล้วบอกท่านพ่อกับผมว่า

น้องสาวคนนี้เหมือนท่านพ่อเป๊ะใจผมหล่นไปอยู่ตาตุ่มเลยฮะ ก่อนจะเหลือบมองหน้าท่านพ่อ

ที่ดูเมื่อไหร่ๆ ก็ยังคงเป็นใบหน้าคมคาย (ที่เคยหลอกท่านแม่สำเร็จ)

ดูเย็นชาเหมือนรูปสลักมันดูดีนะครับเวลามันติดอยู่กับท่านพ่อ


แต่ถ้าติดอยู่กับน้องสาวผมนี่.รับไม่ได้จริงๆครับ


ที่ท่านแม่ตั้งชื่อน้องแบบนี้เพราะท่านไม่คิดหรอกว่าจะได้แฝด แต่นี่มีแถมมาอีกคน

ท่านแม่เลยบอกว่าเหมือนเป็นของขวัญจากพระเจ้า

ชื่อดอนน่า มาจาก มาดอนน่าที่แปลว่าพระแม่มาเรียครับ

น้องคนนี้เดาใจยากฮะใบหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีความรู้สึก

แต่เท่าที่ผมช่วยท่านแม่เลี้ยงมานี่ถึงจะพอรู้ว่าน้องเอาแต่ใจซะเหลือเกิน

และดูเหมือนผมจะรู้ซะด้วยว่าน้องต้องการอะไร

แต่มันเหลือรับจริงๆ ครับตอนที่ดอนน่าหงุดหงิดแล้วผมต้องไปห้าม

มันเสี่ยงต่อการเป็นน้ำแข็งมากฮะ

ถึงท่านพ่อสัญญาแล้วก็เหอะว่าจะแก้มนต์ทันทีถ้าดอนน่าเสกให้ผมเป็นน้ำแข็ง





***************************

เรย์ ลูกทำอะไรอยู่น่ะ? เสียงหวานดังมาจากท่านแม่ทำเอาผมสะดุ้งและรีบเก็บบันทึกโดยด่วน

ฝาแฝดล่ะฮะ? ผมถามขัดตาทัพไว้ก่อนเผื่อท่านสงสัยเรื่องนี้ขึ้นมา

แม่ยิ้มให้ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ดึงเอาหมากรุกขึ้นมา น้องหลับหมดแล้วสักตาไหมเรย์?

ผมฉีกยิ้มกว้าง ได้เลยฮะ

พอเราเล่นได้ซักพักแม่ก็เปรยขึ้นมาว่า วันนี้พ่อไม่อยู่นะเรย์

ผมพยักหน้าตาแลพยายามหาจุดอ่อนและวิธีเข้าถึงคิงบนกระดานหมากรุก ทำไมเหรอฮะ

พ่อติดประชุมที่ชายแดนน่ะ แล้ว.. ท่านแม่เว้นระยะไว้

ผมยิ้มบางให้ฮะคืนนี้ผมอนุญาติให้แม่กอดชายอื่นที่ไม่ใช่พ่อได้

ที่พูดแบบนี้เพราะผมรู้ครับว่าแม่ขาดท่านพ่อเกิน 24 ชม.ไม่ได้

แม่เป็นคนขี้เหงาครับ คงเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เริ่มคบกับท่านพ่อ

แม่จ้องกลับมาก่อนจะขโมยตัวผมไปกอด ขอบใจเรย์เราไม่ได้นอนด้วยกันนานแล้ว

ตั้งแต่แม่คลอดฝาแฝดเราก็ห่างๆ กันไปเยอะ แม่พูดพลางปัดผมสีเงินของผม

ลูกน่าจะมีอะไรเยอะแยะที่อยากเล่าให้แม่ฟังนะ..แม่หอมแก้มผมฟอดใหญ่

ผมดิ้นฮะ แต่เป็นใครก็ดูออกว่าผมชอบ

แต่บางทีการเป็นลูกคนโตอาจจะดีแบบนี้ก็ได้....................................

ดีตรงไหนเหรอฮะ..? ผมก็ยังไม่รู้เลยครับ







ลงชื่อ เรย์ วาเนบลี


edit @ 2005/10/08 23:19:22
edit @ 2005/10/09 00:18:43
edit @ 2005/10/09 00:20:37
edit @ 2006/05/13 22:02:05

edit @ 24 Jul 2008 15:28:44 by ไอ้บ้า2ตัว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มาเม้นท์คับพี่มุย

#1 By [nilef : ไนฯคุง] (58.8.67.195) on 2005-10-07 20:52

มุยเอ้ยยยยยยยยยยในที่สุดดดดดดดดด

เราก็แสกนเปงเเย้วเว้ยยยยยยยย5555+(ดีจัยโคดเว่อ-*-)

#2 By tapol (58.8.247.21) on 2005-10-08 18:44

หนุกหนานมากเลย

#3 By garnet (61.19.197.131 /61.19.197.134) on 2005-10-27 10:12

สุดยอด สนุกจัง!

#4 By sakuraka (58.136.207.127) on 2005-10-28 20:52