The thief of Baramos’s Tragedy : midnight labyrinth : Special Pain
posted on 10 Apr 2006 00:00 by muitapol in Fic-MidnightRabyrint
The thief of Baramoss Tragedy : midnight labyrinth : Special Pain ~ Memory of His Mind
Aimui / ความเจ็บปวด... ทรมานคนแต่งและคนอ่าน ภาคพิเศษ หุๆ ใครไม่ทำ...เราจะทำ... เข้าทำนอง เล็กๆ ไม่ใหญ่ๆ ทำ หลังจากที่มีหลายคนมาบ่นว่า คาโลเรื่องนี้น่าเตะเหลือเกิน... ผมจึงสนองให้โดยการเขียนความรู้สึกของคาโลซะเลย..... หนามยอกต้องเอาหนามบ่งฮะ หุๆ ชี้แจงหน่อย ตอนนี้ออกทำนอง Prince Diaries เรื่องเก่าของผมครับ คือใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ตลอดทั้งเรื่อง คือเรื่องจากมุมมองของคนๆ นึงนั่นเอง
หลังจากอัพครังนี้แล้ว (หยั่งกะจะไปตาย = =") ผมคงต้องขอลาหยุดมั่งล่ะครับ เนื่องจากติดภารกิจต้องไปลาวหลังสงกรานต์ ช่วงสงกรานต์ผมก็ต้องกลับบ้านเกิดฮะ (เชียงรายครับ..โอย...ไกลพะเยาอิ๊บ...ดูแผนที่สิ ห่างกันร้อยกว่าโลแน่ะ - -") ประเพณีชาวเหนือครับผม
รดน้ำดำหัว...
อยากบอกว่าขาดไม่ได้ซักปี เหอๆ (อันนี้จริงฮะ =[]=) และช่วงระหว่างก่อนไปลาว ผมจะพยายามเขียนตุนไว้ มาอัพทีนึงจะได้แบบตูมเดียว
ชี้แจงอีกนิด... เรื่อง midnight labyrinth (ภาคปกติ) นี้...เป็นเรื่อง(น่าจะ)สั้นครับ คงประมาณ 3 ตอน(ยาวๆ) จบ
ป.ล คอมเมนต์คือน้ำยาวิเศษหล่อเลี้ยงชีวิตคนเขียนฮะ เข้ามาแล้วไม่เมนต์ขอให้แฟนขี้เหร่ (อ้าว...ซะงั้น - -")
ป.ล.ล. จะร้องไห้ฮะ... ไรนักหนา (วะ!!!) แก้เป็นสิบๆ รอบแล้ว ทับกันอยู่ได้ ไมมันเรียงหน้ายากงี้ TT^TT
------------------------------
|
|
| (ฉันขอโทษ : เอก) |
คุณเคยรักใครสักคนไหม....?
รัก...ที่ยิ่งกว่ารัก รักมากจนกระทั่งคุณยอมสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ขอเพียงได้เธอมาอยู่เคียงข้าง.............
เธอผู้มีนัยน์ตากลมโตสีน้ำตาล มีประกายระยิบพราวเสมอ ริมฝีปากเต็มอิ่มได้รูปที่ไม่เคยคลายความหอมหวาน เรือนผมสีน้ำตาลไหม้หยักศกน้อยๆ หนานุ่มราวกับแพรไหมชั้นดี....
เธอไม่ได้จัดอยู่ในขั้น สาวงาม แต่ก็ไม่อาจละสายตาได้ อาจเป็นเพราะสิ่งที่ทอประกายอยู่ในแววตาเธอคือความร่าเริงสดใส จนคนรอบข้างรู้สึกดี
เหมือนกับผม... เธอเป็นคนๆ เดียวที่ทำให้ผมยิ้มได้และเป็นสิ่งๆ เดียวที่ผมอยากครอบครองยิ่งกว่าทุกสิ่ง
ผมรักเธอ...รักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด รักยิ่งกว่าชีวิต รักยิ่งกว่าศักดิ์ศรี..... แต่ผมกลับทำร้ายเธอ ที่เธอจากไป ไม่ใช่ความผิดใคร....แต่ทุกอย่างเกิดจากผม ความผิดของผมคนเดียว
ทุกอย่างที่ผมทำลงไปช่วงวัยรุ่น ไม่ใช่ผมไม่คิดหรือขาดสติ ไม่เลย... ก่อนที่ผมจะทำอะไรสักอย่าง ผมคิดก่อนจะทำ และเรื่องนี้ก็เหมือนกัน...
อาจจะเป็นเพราะมันหวานหอมและยากที่จะทนแรงปรารถนาไหว หรือความชั่วในตัวผมเอง ทุกอย่างจึงหันไปในทางเลวร้ายลงเรื่อยๆ ผมรู้ถึงทุกผลลัพธ์ที่จะมาถึงในไม่ช้า แต่ในขณะนั้นผมเพียงยี่สิบ... มันอาจหนักหนาเกินไปสำหรับเหตุการณ์ในตอนนั้น... ซึ่งผมบอกความคิดตัวเองในตอนนั้นไม่ถูก ทั้งดีใจ ตกใจ ประหลาดใจ คละเคล้ากันไป ตอนที่เฟรินเดินโซซัดโซเซ ใบหน้าแดงจัดมาหาผมแล้วบอกว่า...
คาโล ฉันท้อง
เหมือนฟ้าผ่า ฟาดเปรี้ยงเข้าที่กลางหลัง เลือดในกายเย็นเฉียบ.... ผมรู้ ผมผิดต่อเธอ... ผมไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธการเลี้ยงดู อันที่จริงแล้ว ผมไม่ได้พูดอะไรเลย เพราะริมฝีปากด้านชาและเย็นจัดเกินกว่าจะพูดอะไรได้...
ผมเพิ่งยี่สิบ...เธอก็เหมือนกัน....
ผิดพลาด..........?
เธอช้ำใจ เธอเจ็บ เฟรินเป็นคนรักศักดิ์ศรีมาก แต่เธอถึงกับบากหน้ามาหาผมเองที่ห้อง ในขณะที่ผมกำลัง...เอ่อ... ยุ่งอยู่เล็กน้อย กับการจัดการกับเจ้าหญิงหน้าหนา พระคู่หมั้นที่เสด็จพ่อส่งมาทันทีที่ผมยืนยันจะแต่งงานกับเฟริน ท่านไม่ชอบชาวเดมอส ถ้าจะพูดให้ตรงประเด็นคือ...
....ท่านไม่ถูกกับจ้าวเอวิเดส
ผมจำภาพนั้นได้ขึ้นใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกโต ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอตกใจแค่ไหน แต่เธอก็ยังเค้นเสียงที่ราวกับกลืนหายไปในลำคอออกมาได้ว่า คาโล... ถ้านายไม่ต้องการฉัน อยากให้จบๆ ไป ก็บอกฉันมาตรงๆ อย่าทำแบบนี้ เหมือนกับว่า..... เสียงหวานขาดเป็นห้วงๆ เพราะเธอกำลังกลั้นน้ำตา ฉัน....หน้าด้านหน้าทนขนาดนั้น....
อะไรสักอย่างมาจุกตรงลำคอ จนผมหายใจไม่ออก ยิ่งเมื่อนัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นแสงลงและเริ่มมีน้ำใสรื้น ผมสลัดแขนที่เกาะกุมของเจ้าหญิงที่ผมจำชื่อไม่ได้ออก พยายามจะเข้าไปหาเธอ ปลอบโยนเธอและอธิบายว่า...ทุกอย่างไม่ใช่อย่างที่คิด
แต่ดูเหมือนว่าแขนเรียวเล็กจนเห็นข้อกระดูกนั่น...จะเหนียวหนึบยิ่งกว่าหนวดปลาหมึก เจ้าหล่อนตะครุบผมไว้ พยายามใช้นัยน์ตาสีฟ้ามองผมอย่างอ้อนวอน
ปล่อย!! ผมตะคอกใส่พระคู่หมั้นตัวเอง เสียงผมทรงอำนาจพอที่จะทำให้หล่อนสะดุ้งและปล่อยมือได้ ผมวิ่งตามเธอไป นึกห่วงลูกในท้องขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว
มันไม่ยากที่จะวิ่งตามคนที่ตัวเล็กกว่าผมครึ่งหนึ่งได้ ยิ่งเป็นหญิงสาวร่างบางแบบนี้ด้วย ไม่นานนักผมก็วิ่งทันเฟริน ผมดึงเอาเธอมากอดแล้วอธิบายทุกอย่างให้เธอฟัง ใบหน้าหวานสดชื่นขึ้นนิดหน่อยแล้วดึงเอามือผมลูบตรงกลางหน้าท้องเธอ ผมรู้ทันทีว่าเธอหมายความว่าอย่างไร
ฉัน...ยังไม่พร้อม ผมพูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจ ถึงแม้ผมจะขอร้องให้เสด็จพ่อยอมรับเฟรินได้ แต่ท่านย่อมไม่ยอมรับเด็กที่อยู่ในท้องแน่...... เด็กที่เกิดจากความผิดพลาด.... ท่านย่อมพูดอย่างนั้น
นายหมายความว่า........ เสียงของเธอออกจะมึนๆ เล็กน้อย แล้วผละตัวออกจากอ้อมแขนผม นาย....จะไม่ยอมรับ ?
ไม่...แต่...เฟริน เรายังไม่พร้อม เราเพิ่งยี่สิบ ฉันเองก็ยังต้องลงประลองตำแหน่งคิง... ผมพูดช้าๆ เราอาจจะต้อง...เอาเด็กออก
ใช่ ยังไม่พร้อม น้ำเสียงของเธอแหลมสูง นายน่าจะคิดแบบนี้ ก่อนที่จะ..... เธอกัดฟันตัวเองแน่น .ทำเรื่องแบบนั้นลงไป!!! และขอให้รู้ไว้เลยว่าตั้งแต่นี้ไปนี่คือลูกของฉัน ไม่ใช่ลูกของเรา!! หยาดน้ำใสพรั่งพรูออกจากดวงตา เธอไม่พยายามจะกลั้นมันไว้อีกแล้ว...
นั่นคือบทสนทนาสุดท้ายของเรา
เธอหลบหน้าผม ไม่ยอมพูด ไม่ยอมคุย ผมเดาเอาว่าคิลและเรนอนคงรู้เรื่องแล้ว ทั้งคู่จึงเริ่มดูแลเฟริน ผมได้แต่คอยชะเง้อหาเธอในชั้นเรียน เพราะเฟรินไม่ยอมลงมาห้องนั่งเล่น ในตอนนั้นไม่มีใครบอกผมว่าควรทำอย่างไร ผมมืดแปดด้านจริงๆ ผมต้องการเธอ แต่ไม่ต้องการสิ่งมีชีวิตน้อยๆ ที่อยู่ในตัวเธอ มันทำให้ผมกลัว และลอเรนซ์ก็ก้าวเข้ามาในชีวิตเฟรินในช่วงนั้นพอดี ตอนนั้นเขาเป็นเพียงผู้ช่วยของปราชญ์เลโมธี ต่อมาไม่นานคิงอ้วนริชาร์ดก็เรียกเขาไปรับราชสมบัติ เขาจึงรับเฟรินเป็นราชินี รวมถึงลูกในท้อง.......
ผมอิจฉาเขาจับใจ มันบอกไม่ถูก ผมหึงเธอและเริ่มต้องการให้เธอกลับมา ตระหนักแล้วว่าผมขาดเธอไม่ได้ ผมมันคนไร้หัวใจ...จึงจำเป็นต้องมีคนทำหน้าที่นี้แทน
ดวงใจของผม.....
ผมบอกให้เธอเอาเด็กออก เพื่อมาอยู่กับผม..และถึงตอนนั้น ตอนที่ทุกอย่างพร้อมสมบูรณ์เธอจะอยากมีกี่คนก็ได้... แต่ผมไม่เคยบอกเลิกกับเธอเลย ไม่เคยอยู่ในสมองด้วยซ้ำ
หลังจากนั้นผมก็เข้าการประลองเพื่อชิงตำแหน่งคิง และก็ได้ตำแหน่งมาครอง แต่ผมไม่เคยมีความสุข ไม่มีสักคืนที่ผมจะนอนหลับสนิท ผมมักจะหลับๆตื่นๆ เสียค่อนคืน ผมคิดถึงร่างนุ่มที่มักอยู่ในอ้อมกอดผมเสมอ และเมื่อยิ่งคิดผมก็ยิ่งนอนไม่หลับ เมื่อเอวคอดบางนั้นอาจจะโดนมือใครบางคนที่ไม่ใช่ผมโอบกอดอยู่
ผมเป็นเจ้าของเธอ...ผมเท่านั้นที่ควรจะที่มีสิทธิครอบครองเธอ
ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ บ่อยครั้งผมจึงฝันไปว่าที่ผ่านมามันแค่ฝันร้าย ชีวิตที่ไม่มีเธอมันแค่ฝันร้าย...เท่านั้น พอตื่นขึ้นมาผมก็ยังหวังลึกๆ ว่ามีร่างบางนอนหลับอยู่ข้างๆ
เพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านมากไป ผมจึงต้องโหมงานหนัก แต่ก็ยังคอยติดตามข่าวของเธอเป็นระยะๆ คอยฟังว่าเมื่อใดที่เธอไม่มีความสุขขึ้นมา ผมจะไปรับเธอกลับ...
...แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีหนทางให้ผมเลย เธอสบายดี และมีความสุข คิงลอเรนซ์ไม่เคยรังเกียจเธอหรือเด็กในท้องเลย
มันทำให้ผมสะอิดสะเอียนและสมเพชตัวเองไปพร้อมๆ กัน ลูกของผม เมียของผม ผมกลับไม่มีสิทธิแม้จะโอบกอดเธอด้วยซ้ำ
ไม่นานนัก เฟรินก็คลอด... ตอนฟังข่าวจากสายผมก็อดตื่นเต้นไปกับเธอไม่ได้ ลูกของผม...
ลอเรนซ์ถึงกับดีใจราวกับว่านั่นเป็นลูกของตัวมิปาน เขาลงมือตัดสายสะดือและตั้งชื่อให้ว่า Gré ที่แปลว่าใจมุ่ง ราวกับต้องการสื่อให้รู้ว่า...ลูกของผมไม่ใช่ความผิดพลาด..และมีคนต้องการ
ผมยังคอยฟังข่าวอยู่ไกลๆ.... อยากรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอและลูก... เธอมีความสุขอยู่กับครอบครัวของเธอ เมื่อยิ่งได้รับรู้ว่าลอเรนซ์รักเด็กน้อยที่ไม่ใช่ลูกของตัวเองมาก ผมจึงรู้ตัวเองว่าไม่มีหวังอีกแล้ว.....
วันปีผ่านปี ผมพอใจเริ่มกับความเงียบของหอคอยและย้ายตัวเองไปอยู่บนนั้น ผมไม่เคยพัก ไม่เคยหยุด ทำงานราวกับคนบ้า เพราะเมื่อใดที่ผมพัก ใบหน้าหวานที่ผมแสนรักจะลอยเข้ามาแทนที่
ผมไม่คิดจะแต่งงาน ไม่คิดด้วยซ้ำว่าราชวงศ์วาเนบลีจะเป็นอย่างไรต่อไปเมื่อไร้รัชทายาทสืบทอด เสด็จพ่อพยายามติดต่อเจ้าหญิงต่างดินแดนให้ผมหลายองค์ แต่ผมไม่เคยจะใส่ใจ ในเมื่อตอนนี้ผมคือคิง ผมย่อมมีสิทธิที่จะทำอะไรตามใจชอบ เสด็จพ่อไม่เลิกรา ยอมแม้กระทั่งให้เสด็จแม่เสด็จจากสโนว์แลนด์มาพูดเรื่องนี้ด้วยตัวเอง...
......ซึ่งผมก็ปฏิเสธไป
จนกระทั่งท่านทั้งสองเหนื่อยใจ คิงริชาร์ดที่ลงจากตำแหน่งแล้วชวนเสด็จพ่อออกเดินทางเหมือนสมัยหนุ่มๆ เสด็จพ่อจึงตอบตกลง ส่วนทูตอันโดรเมดร้าแม่ของผมก็กลับสโนว์แลนด์ไปพร้อมเสียงถอนหายใจยาวๆ
แล้ววันหนึ่งคิลมาหาผม เขาคลายความโกรธลงบ้างแล้วจึงยอมมาเยี่ยมผม แต่เรนอนไม่ใช่ คิลหัวเราะและบอกผมว่าเริ่มอิจฉาผมหน่อยๆ เพราะตอนนี้เขาก็โหยหาชีวิตหนุ่มโสดเหลือเกิน....
....ทุกอย่างไม่สมบูรณ์แบบเหมือนอย่างที่เขาหวังไว้ เรนอนเป็นผู้หญิงที่สวยและเพียบพร้อม...นั่นแหละที่ทำให้เขายิ่งเหนื่อยมากขึ้น เพราะเรนอนไม่เคยพอใจอะไรสักอย่าง ขี้อ้อน และจุกจิกจู้จี้จนบางครั้งเขาก็อดรำคาญไม่ได้
......เพราะนี่คือชีวิตจริง ไม่ใช่ความฝันหรือเทพนิยาย....
ฉันไม่ชอบผู้หญิงขี้อ้อน เขาบอก นัยน์ตาสีม่วงมีร่องของความอิดโรย ฉันต้องการผู้หญิงที่พร้อมจะเฮไหนเฮนั่นกับฉันได้
เรนอนเขาถูกเลี้ยงมาอย่างเจ้าหญิง นายต้องทำใจ ผมว่า แล้วพลิกเอกสาร ดูเหมือนว่าคนที่นายพูดคือเฟรินนะ สิ้นคำพูดทั้งเขาและผมก็นิ่งเงียบ....
ต่อมาไม่นานนักในปีถัดมา เอเดนก็ต้องสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อคิงลอเรนซ์ โมนาโรคสวรรคต ผมฝันซ้ำๆ ซากๆ และบอกตัวเองว่าควรปล่อยมือได้แล้ว แต่หัวใจกลับไม่ยอมทำตาม
ผมอยากดึงเธอกลับมาเหลือเกิน...และคงถึงเวลาที่ผมต้องทำตามความปรารถนาตัวเองแล้ว ผมจมจ่อมอยู่กับความทุกข์มาห้าปี และจะไม่ทนอีกต่อไป.......
เธอเป็นของผม....ผมจึงมีสิทธิทุกอย่างในตัวเธอ.... ทั้งร่างกายและหัวใจ
-----------------------
edit @ 2006/04/10 00:06:05
edit @ 2006/04/10 00:11:43
edit @ 2006/04/10 23:35:03
edit @ 2006/04/27 22:45:28
edit @ 2006/05/13 21:58:31
edit @ 2006/10/21 01:52:46
edit @ 24 Jul 2008 15:33:33 by ไอ้บ้า2ตัว

ในที่สุดก้รู้สาเหตุซะทีนะว่าเกิดอะไรขึ้น
คาโลทำงี้ได้ไงอะ
#1 By ~~Blue_Girl~~ on 2006-04-10 08:51