บทนี้ได้รับความชวยเหลือจาก พันธมิตร : เจ๊ปอง (NeoAries) และเจสจัง ครับ

เพลงสำหรับเพนนี้ครับ - -+ --> http://www.postjung.com/music-play.php?sd=4&id=3551- เจ็บมากมาก

เจ็บ(มาก มาก)

อัลบัม : Metro Sexual

ศิลปิน : Dunk ดัง พันกร

เคยไหม รักใครที่เค้าไม่แคร์ก็แคร์เค้าอยู่

เคยไหม ทุ่มเททั้งๆที่รู้ไม่ได้กลับมา

เลื่อนลอย ไม่น่าเฝ้าคอย ก็คอย โง่เป็นบ้า

ผลลัพธ์เท่ากับน้ำตา แน่ละคนแพ้คือเรา

*

มันบีบเข้าไปข้างใน มันบาดลึก ลึกลงไปทุกที

ใครว่าไม่เท่าไหร่ เรื่องอย่างเงี้ย

ถ้าไม่เจอกับตัวเอง ไม่รู้หรอกว่า

**

เจ็บ(มาก มาก) ไม่รู้จะเจ็บไปถึงเมื่อไหร่

ปวดร้าวมันเป็นยังไง ซึ้งแล้วซึ้งใจจริง

เหนื่อย(มาก มาก) ได้แต่ย้ำหัวใจลืมเธอ ลืมทุกสิ่ง

จะลบมันออกไหม จะเจ็บน้อยลงได้ไหมยังไม่รู้เลย

 

มีไหม สักคนที่ใจมันเคยช้ำๆเหมือนกัน

มีไหม มีช่วยบอกฉันจะผ่านพ้นไปได้ยังไง

กี่วัน ความเข้มแข็งมันจะกลับเข้าที่มันได้

น้ำตาแห้งหมดเมื่อไร นานไหมหรือไม่มีวัน


( ซ้ำ * , ** , * , ** )


 

และเพลงสำหรับ สเปเชียลเพน 2 --> ท้องไม่รับ กร๊ากกกกกก ป่าวฮะ..แค่ชอบท่อนกลางที่ว่า

 

ท้องฉันก็ไม่รับๆ อย่างดีก็ได้แต่ร้อง ท้องไม่รับซักอย่าง

 

หุๆ (ว่าแล้วมุยก็ชิ่ง~)

 

 

The thief of Baramoss Tragedy : midnight labyrinth : Pain 2th (100%)

Pain 2nd : บทละครโศกนาฏกรรมและใจทรยศ

นายคิดเหรอว่าจะหนีฉันพ้น?

เสียงเข้มที่ดังกรอกอยู่ในหู พร้อมๆ กับหัวใจที่เต้นแรง ความหวาดกลัวตวัดวูบราวกับสายลมพัดผ่านแต่... เพียงแค่ชั่วครู่เดียว ริมฝีปากคู่งามสั่นระริก

 

หัวใจของเธอบอบช้ำเกินจะช้ำ หยาดน้ำตาไหลจนแห้งเหือด.... จากคนๆ เดียว
เพียงเสี้ยววินาที ที่เธอเดินสวนกับคาโลบนระเบียงทางเดิน หลังทักทายอย่างสุภาพสั้นๆ พอเป็นพิธีแล้ว ใบหน้าคมคายก็โน้มต่ำลงมากระซิบยังข้างๆ ใบหู

 

นายคิดเหรอว่าจะหนีฉันพ้น?

 

คำพูดที่ทำให้เธอตัวแข็งทื่อทันใด ก่อนที่ชายหนุ่มจะกระตุกรอยยิ้มเย็นบางๆ ที่มุมปาก แล้วเดินต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น .......

 

 

----------------

 

 

 

แม้จะมีเรื่องราวให้กังวล แต่หล่อนก็ไม่อาจนั่งกังวลเฉยๆ ได้ หญิงสาวเก็บคำพูดที่ฟังเมื่อไหร่หัวใจเป็นต้องว้าวุ่นไว้ในซอกลึกสุดใจ เธอทำเฉยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น....

 

.....เช่นเดียวกับเขา

 

 

 

 

คาโลออกเดินทางแต่เช้าโดยอ้างว่าไปพักผ่อน หรือพูดให้สวยคือแปรพระราชฐาน เธอจึงจัดคนนำทางให้จำนวนหนึ่ง เพราะหากคิงแห่งคาโนวาลมาโดนลอบปลงประชนม์ในแอเรียสล่ะก็... สายตาของกษัตริย์ทุกดินแดนจะหันมาสนใจแอเรียสมากกว่าเดิม ยิ่งตอนนี้ผลัดดินแดน... เหล่ากษัตริย์จ้องแผ่นดินนี้ตาเป็นมัน..... และคอยมองว่าดูหญิงสาวตัวเล็กๆ อย่างเธอจะทำอะไรได้...

 

แต่คิงเหล่านั้นไม่ต้องรอนานนัก เฟรินก็มีเรื่องใหม่ให้ปวดหัวไม่เว้น

 

 

 

 

พี่ว่าไงนะ!!! เฟรินตะคอกใส่ลูคัสอย่างเหลืออด มือบางกระแทกโต๊ะไม้เพื่อหวังระบายอารมณ์ นัยน์ตาสีน้ำตาลคมกริบ วาบวับจ้องบุรุษเบื้องหน้าอย่างเอาเรื่อง

 

คนลอบสังหารลอรี่ ต้องมาจากวงใน ลูคัสทวนคำอีกครั้ง

 

ใครกัน!!

 

มือเรียวสวย แต่ใหญ่และแข็งแรงของชายหนุ่มวางลงบนข้างใบหน้าของตนเอง ดูราวกับว่าเขากำลังจะใช้ความคิด ลอรี่ตายเพราะอะไร?

 

ยาพิษ เฟรินตอบทันควัน

 

นั่นล่ะที่แปลก..... ลูคัสว่า พลางขมวดคิ้ว ลอรี่ไม่ใช่คนที่จะฆ่าให้ตายง่ายๆ หรือจะรับของกินจากใครพร่ำเพรื่อ

 

คนในรั้ววังก็คงไม่มีใครกล้าจะวางยา เฟรินเห็นด้วย เราสอบสวนหมดแล้ว ตั้งแต่คนล้างจาน นางกำนัล แม่ครัว เด็กรับใช้ คนเลี้ยงม้า หรือแม้กระทั่งพ่อค้าที่ส่งวัตถุดิบปรุงอาหารให้วังหลวง

 

เขตพระราชฐานชั้นในไม่ใช่จะเข้าๆ ออกๆ ง่ายๆ นะเฟรี่ ชายหนุ่มเอ่ยต่อ อาหาร เสื้อผ้า ทุกอย่างมีการป้องกันจากคนไม่หวังดีอย่างดี นางกำนัลที่จะเข้ามาทำงานในเขตนี้ต้องผ่านการอบรมฝึกฝนอย่างหนัก...

 

เดี๋ยว...ฝึกฝนของพี่คือ....? เฟรินขัด

 

ลูคัสยักไหล่ เหมือนจะบอกว่าเป็นเรื่องที่หล่อนรู้อยู่แล้ว นอกจากงานของนางกำนัลที่ต้องรู้แล้ว สิ่งที่ผู้หญิงพวกนี้ได้รับการปลูกฝังก็คือ...... เหนือหัวคือเจ้าชีวิต ดังนั้นการจะคิดร้ายล่ะเป็นไปได้ยาก และเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้มาตลอดชีวิต ถ้าไม่การยุยงล่ะก็นะ....

 

เรื่องแบบฝังหัวผู้หญิงพวกนี้มาตั้งแต่เด็กใช่ไหม?

 

เปล่า ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มเปื้อนรอยยิ้มเย็น ตั้งแต่เกิด

 

เฟรินสะดุ้งเฮือก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากดังเอื๊อก....

 

นางกำนัลพวกนั้นไม่มีสิทธิที่จะออกไปข้างนอก ยกเว้นวันคริสต์มาสที่จะอนุญาตให้กลับบ้านไปหาครอบครัว ซึ่งก็ปีละครั้ง แต่ในกรณีอื่นๆ แม้กระทั่งคนในครอบครัวตายก็ยังห้ามออกไป และไม่มีสิทธิที่จะมาตายในรั้ววังด้วย

 

ถ้าอย่างนั้นจะเป็นใครได้........ เสียงหวานอ่อนแรงลงด้วยความเหนื่อยอ่อน ร่างบางเอนหลังตัวพิงพนัก

 

ลูคัสเอื้อมมือไปแตะของในกระเป๋าเสื้อก่อนจะนำซองสี่เหลี่ยมเล็กๆ ออกมา เฟรินมองตามแล้วพูดค่อยๆ ว่า จะสูบก็ได้ ฉันไม่ถือหรอก

 

ขอบใจ ถึงเธอไม่อนุญาตก็คงไม่มีสิทธ์ห้ามฉันหรอก แล้วมือใหญ่ก็อัดเอานิโคตินเข้าปอดเฮือกใหญ่

 

ฉันรู้นิสัยพี่น่า เฟรินว่าเชิงตัดบทอย่างรำคาญใจ ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมองนัยน์ตาสีนิลครั้งหนึ่งแล้วยิ้มที่มุมปางบาง ๆ พี่คิดอะไรอยู่ล่ะ ?

 

ควันบุหรี่สีเทาจางถูกพ่นออกจากริมฝีปากคู่บางเฉียบของชายหนุ่ม นัยน์ตาสีนิลหลังกรอบแว่นระยิบพราว ฉันคิดว่า ฉันสงสัยแม่ทัพเมแฟ

 

คิ้วเรียวสีน้ำตาลถูกขมวดเข้าหากัน แม่ทัพเฒ่าที่สนับสนุนเกรน่ะหรือ ?

 

ใช่ เขาค่อนข้างจะเป็นที่นับถือในสภา เห็นไหมลอร์ดเฟอร์ดินานและฟลอเรซ ยังต้องให้เกียรติเขา

 

แต่ทำไมเขาถึงสนับสนุนเกร..... เฟรินยังไม่วายถามต่อ ถ้าเขาลอบวางยาพิษพี่ลอเรนซ์ สิ่งที่เขาหวังไว้น่าจะคือบัลลังก์แอเรียส ไม่ใช่หรือ?

 

นั่นก็ใช่ ในสถานการณ์แบบนั้น ถ้าเขาเสนอตัวเองออกมา เสียงสองในสามของสภาต้องเห็นด้วยกับเขา ตรงนี้แหละ.... ที่ฉันไม่เข้าใจ

 

เฟรินถอนหายใจ แต่ใช่ว่าเราจะประมาทเขาได้ ตาแก่คนนี้อาจมีอะไรมากกว่าที่เราเห็น

 

ลูคัสหัวเราะหึๆ แล้วขยี้บุหรี่ลงบนโต๊ะทำงานของเฟรินจนกลายเป็นรอยไหม้สีดำ สุดท้าย.... เราจะทำอะไรได้เฟรี่... นอกจากปล่อยทุกอย่างไปตามที่ถูกลิขิตไว้ นิ้วชี้ของชายหนุ่มลากเอาขี้บุหรี่เป็นเส้นตรงมายังเธอ

 

แต่เรากำหนดรอยลิขิตได้ เฟรินตอบกลับด้วยเสียงที่ไม่ดังกว่าเสียงกระซิบ มือเล็กจับมือใหญ่ไว้ แล้วกดนิ้วชี้ของชายหนุ่มลง ก่อนจะบังคับให้มันลากเส้นตรงนั้นวกกลับเข้าหาตัวชายหนุ่มเอง ฉันจะไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แน่นอน

 

ชายหนุ่มยิ้มเย็น เขาจ้องมายังเธอด้วยนัยน์ตาคู่ที่ทำให้สตรีหลงใหลมานักต่อนัก เฟรินเชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทาย แทบจะทันใด เธอเห็นรอยเอ็นดูในนัยน์ตาคู่นั้น ภายใต้กรอบแว่น......

 

แล้วฉันจะคอยดูต่อไป เฟรี่...... ชายหนุ่มกล่าว แล้วค่อยๆ ลุกขึ้น เฟรินถอนหายใจเฮือก เธอทำเป็นไม่กลัวเขา.... แต่แท้จริงแล้ว หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว กลัว...นัยน์ตาคู่นั้น และยิ่งกลัวมากขึ้น... เมื่อนึกถึงเมื่อครั้งยังเป็นรุ่นน้องเขาที่โรงเรียนพระราชา

 

พี่ต้องคอยช่วยฉันด้วย.... เสียงที่เล็ดลอดออกจากกลีบริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา แต่ทว่าชัดเจน

 

ลูคัสหันมายิ้มให้เธอครั้งหนึ่งก่อนจะออกจากห้องไป.... ทันทีที่ประตูไม้สลักเปิด โร เซวาเรสก็ก้าวเข้ามาแทนที่

 

งาน เฟริน โรพูดพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ที่ลูคัสนั่งเมื่อครู่

 

เฟรินหยิบเอารายงานเล่มโตที่ชายหนุ่มเพิ่งวางขึ้นมาดู เมื่อยิ่งอ่าน.....คิ้วเรียวก็ยิ่งขมวดเข้าหากันเรื่อยๆ

 

ยอดแย่ โรว่าพลางถอนหายใจ

 

อะไรกัน.... ออกปล้นสะดมยังไม่พอ ยังทำร้ายคนงานที่เข้าไปสร้างเขื่อนอีก.....

 

โจรพวกนี้เป็นใครก็ไม่รู้.....

 

เฟรินพลิกเอกสารผ่านๆ ด้วยความหงุดหงิดแล้วต้องเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจ เบิกงบประมาณของคลังหลวงไป เมื่อสามวันก่อน แถมยังไม่ใช่น้อยๆ หกล้านคราวน์ แต่ทำไมไม่มีการยื่นคำร้องให้ฉันเซ็นก่อน!

 

เพราะนายยังไม่ได้รับเสียงในสภาให้เป็นผู้สำเร็จราชการอย่างถูกต้องนะสิ โรตอบ พลางถอนหายใจเบาๆ

 

ใครเบิกไป?? เฟรินชักสีหน้าบึ้ง

 

ขอทานแห่งทริสทอร์ยักไหล่ ท่านลอร์ดฟลอเรซ แห่งเมทิส

 

เดี๋ยว! เราสร้างเขื่อนที่เมทิสไม่ใช่รึไง แล้ว.... เธอเอาเอกสารกระแทกโต๊ะดังปัง คิลมันทำงานไม่สำเร็จรึไง?

 

คิลกลับบ้านอยู่ โรว่าพลางหลิ่วตาให้เธอ ก่อนจะขยับตัวน้อยๆ แล้วดีดนิ้วดังเป๊าะ เฟรินสะดุ้งโหยง เมื่อร่างบางของชายหนุ่มผู้หนึ่งโผล่ออกมาจากผนังที่ว่างเปล่าราวกับเล่นกล

 

ใช้คาถาพรางตัวไม่เลวนี่ เสียดายที่จมูกซาตานดีนะ เสียงเย็นๆ ดังขึ้นจากขอทานแห่งทริสทอร์

 

เฟรินมองอย่าง งงๆ นายหมายความว่า.....

 

ลูคัสรู้นานแล้วว่าหมอนี่ดักฟังอยู่ แต่เขามอบให้ฉันจัดการ

 

หญิงสาวยกมือขึ้นกุมขมับ แล้วเหลือบมองร่างผู้ดักฟังด้วยหางตา ตอนนี้เขาถูกพันธนาการด้วยไอหมอกสีดำสนิท ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอหมอกที่โรสร้างนั้น ไม่ใช่เชือก...ไม่ใช่โซ่ แต่เป็นหมอกจริงๆ ที่เพียงแค่ขยับตัวแตะหรือสูดดมเข้าไป... คงจะมีชีวิตรอดกลับไปยาก...

 

แกเป็นคนของใคร? หล่อนกระชากเสียงถาม

 

แกคิดว่าใครล่ะ!! มันย้อนกลับมา เฟรินกัดฟันกรอด

 

ลอร์ดฟลอเรซ โรตอบแทน

 

มันหัวเราะหึๆ แล้วยักไหล่ ให้ตายฉันก็ไม่มีวันบอก

 

เฟรินได้แต่ส่ายศีรษะ ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับแกมากนะ บอกมาดีๆ ว่าเป็นคนของใคร นัยน์ตาสีน้ำตาลวาววาบ ราวกับจะมีเพลิงคุกโชนอยู่ภายใน สายลับตัวสั่นเล็กน้อย

 

บอก...ฉัน...มา... เสียงหวานคำรามต่ำ เน้นให้ได้ยินชัดเจน ทุกคำ ทุกพยางค์ ก่อนที่ไอหมอกสีดำจะค่อยๆ โรยตัวปกคลุมห้อง กลิ่นอายความตาย...เลือด....และการสูญเสียทอดตัวอย่างอ้อยอิ่งและเชื่องช้าปกคลุมห้อง มันบีบให้ทั้งผู้เป็นทาสเธอ และสายลับหายใจติดขัด

แล้วจู่ๆ ราวกับชายหนุ่มที่ทำหน้าที่สายลับจะเห็นอะไรบางอย่าง..... เขาค่อยๆ ชักกระตุก เสียงกรีดร้อง คร่ำครวญของหญิงสาวดังขึ้น ภาพเบื้องหน้าลุกเป็นไฟ!!! ห้วงอากาศบิดเบี้ยวแล้วแปรเปลี่ยนเป็นรูปมนุษย์ที่เรียกไม่ได้ว่ามนุษย์ มันถือหอกและมีรูปร่างเตี้ย.... ตรงเข้ามาใกล้ยังหญิงสาวนางหนึ่ง เธอกรีดร้อง... จากเสียงกรีดร้องเดียว แปรเป็นสรรพเสียง ราวกับมีหญิงสาวอีกนับร้อยๆ ที่กำลังกรีดร้องพร้อมๆ กับหล่อน..... เขากำลังกลัวจับใจ ไม่แม้กระทั่งจะกล้าส่งเสียงร้อง หรือหายใจเสียงดัง........

 

 

 

 

วูบ!!! ปัง!!

 

สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน เสียงหนึ่งดังขึ้นเพราะถูกยก ก่อนจะถูกกระแทก และเสียงหวานเข้าแทรก ห้วงอากาศบิดอีกครั้ง ภาพนรกเบื้องหน้าจนหมดสิ้น เหลือเพียงภาพห้องทำงานเดิม

 

 

เห็นแล้วใช่ไหม.....? เฟรินถามด้วยเสียงนุ่มปานกำมะหยี่ บอกฉันมาที่รัก... นรกไม่ใช่ทางเลือกสำหรับเธอ

 

ภาพลักษณ์เฟรินตอนนี้ ดูราวกับแม่พระที่พร้อมจะหยิบยื่นความเมตตาให้เขา ทั้งๆ ที่หล่อนพร้อมจะฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ

 

ลอร์ดฟลอเรซ.... เขาบอกเสียงเบา หัวใจยังเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว แต่ทันใดที่พบกับหญิงสาวผู้นี้...เขากลับอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก.....

 

ขอบคุณมาก.... เธอจะต้องได้ผลตอบแทนดีๆ หล่อนบอกเขา และหันไปยิ้มกับชายหนุ่มนัยน์ตาสีเขียว และ.......

 

 

 

วูบ.........!!!

 

 

 

ศีรษะของชายหนุ่มร่างบางตกกระทบพื้นเบาๆ เฟรินกัดริมฝีปาก แล้วดันตัวลุกขึ้น สองขาเรียวแทบจะล้มกองไปตรงนั้น เสียดายนัก... เขายังหนุ่มแท้ๆ

 

เป็นสายลับ บอกชื่อเจ้านายไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเขาไม่ตายที่นี่ ก็ต้องตายอยู่ดี โรว่าพลางดีดนิ้วอีกครั้ง คราวนี้นกน้อยที่บินอยู่นอกหน้าต่างโผเข้าสู่มือชายหนุ่ม เขาบีบมันด้วยมือเพียงข้างเดียว เจ้านกน้อยดิ้นพราดๆ ด้วยความรักชีวิต

 

นายก็เล่นแรงไปเฟริน ให้เด็กนั่นเห็น นรก ซะอย่างนั้น โรชวนคุย ขณะที่กระดูกปีกของนกน้อยจะหักลง นัยน์ตาสีเขียวไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าเขาจะฆ่าไปสักกี่ชีวิตก็ตาม... และยังชวนคุยไปเรื่อย ราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกิน

 

หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง นรกนั่น... เด็กคนนั้นเห็นเพียงนิดเดียว ยังทำท่าคลั่งขนาดนี้..... แล้วคนอื่น... ที่เห็นมากกว่านั้น......

 

เสียสติไปแล้วไม่ใช่รึไง? ผู้ต้องสงสัยคนแรกที่นายคิดว่าฆ่าลอเรนซ์น่ะ ขอทานหนุ่มออกแรงบีบอีกครั้ง และนาทีต่อมา นกน้อยก็หมดลมหายใจคามือเขา

 

ฉันโกรธมากจริงๆ ตอนนั้น.... แต่ฉันว่าฉันมากกว่า ที่สมควรจะเสียสติ เพราะฉันเป็นคนสร้างภาพลวงตาพวกนั้นออกมา เสียงหวานพึมพำตอบ

 

โรหัวเราะหึๆ แล้วบีบนกน้อยอย่างแรงอีกครั้ง นกน้อยในมือกลายเป็นกลุ่มควัน แล้วปรากฏร่างม้วนกระดาษแทนที่

 

ตัวตายตัวแทน ฉันละเกลียดวิธีส่งข่าวแบบนี้จริงๆ เฟรินบ่น แล้วพเยิดหน้าให้เขา ว่าไงโร ?

 

คิลมันบอกมาว่า เรียบร้อย

 

อือ ดี นางรับคำ ก่อนจะหยุดคิดสักพัก แล้วพูดต่อ เก็บลอร์ดฟลอเรซไว้ ฉันสังหรณ์ใจไม่ดี

 

อาจจะเป็นแค่นกต่อ คนที่ชักใย คอยรับเงิน และคอยบัลลังก์ อาจเป็นอีกคน

 

แม่ทัพเมแฟ... ฉันว่าฉันเห็นด้วยกับลูคัส.....

 

 

 

 

 

 

 

 

วันต่อมา คิลก็พิสูจน์ให้เธอรู้ว่า... เขาไม่มีวันทำให้เธอผิดหวัง...เฟรินระบายยิ้มน้อยๆ อย่างเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก ในมือกำบัตรเชิญไว้แน่น

 

เชิญร่วมไว้อาลัยแด่... ลอร์ดเฟอร์ดินาน แห่งเฟลคอน

 

 

 

 

 

 

 

หมดไปอีกหนึ่งสินะ ลูคัสว่าพลางจิบชา

 

 

เหลือแค่ลอร์ดฟลอเรซ จะให้จัดการเลยไหม? บุรุษนัยน์ตาสีม่วงถาม

 

 

ไม่ ชายอีกคนตอบแล้ววางถ้วยชาลง นัยน์ตาสีเขียวเป็นประกาย เก็บเขาเอาไว้ ลอร์ดคนนี้เป็นผลประโยชน์ให้หลายฝ่าย... ทั้งกองโจรแห่งเมทิส เขาก็ทำหูไปนา ตาไปไร่คอยรับสินบน และคอยรับเงินที่เบิกจากท้องพระคลังเพื่อใช้ในการสร้างเขื่อน เอาเงินพวกนั้นซื้ออาวุธแล้วขายให้กับกองโจร

 

 

คิลผิวปากเบาๆ ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องสินะ สุดๆ จริงๆ ลอร์ดคนนี้

 

 

ใช่ ลูคัสยิ้มเย็น แล้วอีกอย่าง ลอร์ดฟลอเรซ ดูท่าจะเล่นยาก มีพรรคพวกหนุนหลังเยอะนี่ ใช่ไหมโรรี่?

 

 

หึ รู้แน่ๆ ล่ะ กองโจรต้องคอยหนุนหลังเขา ส่วนที่ยังไม่แน่ใจคือ.. ราชวงศ์แห่งไนล์ พวกนั้นเป็นไปได้สูงที่ต้องตะครุบแอเรียสไว้ ในยามที่บ้านเมืองวุ่นวาย

 

 

แต่ไนล์เล็กนิดเดียวนี่ คิลแย้ง

 

 

แต่ช่วงสามถึงห้าปีมานี้ ไนล์เจริญขึ้นมาก หลังศึกบัลลังก์เลือดนั่น เจ้าหญิงทรราชแห่งไนล์... เนลริส เม เมคเดอร์เลียร์ ทำการปฏิวัติแล้วตั้งตนเป็นกษัตรีย์ หล่อนฆ่าทั้งกษัตริย์องค์เดิมของไนล์ซึ่งเป็นปู่ หล่อนฆ่าพ่อแม่ ครอบครัว ไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว.... แต่ก็น่าแปลกที่หล่อนทำให้ประเทศเล็กๆ อย่างไนล์เป็นประเทศหนึ่งที่เข้มแข็งทั้งกองทัพ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

 

 

อะไรจะน่ากลัวขนาดนั้นโรรี่? ลูคัสกล่าวยิ้มๆ เธอเป็นห่วงเฟรี่สินะ

 

 

เฟรินตามพวกนั้นไม่ทันแน่ ยิ่งเจ้าหญิง..ไม่สิ..กษัตรีย์เนลริสนั่น ปิศาจชัดๆ

 

 

ถ้าพวกนั้นต้องการแอเรียสจริง.....

 

 

ชื่อของไนล์ก็จะโด่งดังยิ่งขึ้น รวมทั้งชื่อเนลริสด้วย

 

เฟรินก็ต้องงัดข้อกับพวกนั้นสินะ... คิลสรุปด้วยอาการสงบ แม้จะแววหวาดหวั่นอยู่ในดวงตาสีม่วง


 

 

แสงแดดจ้าร้อนแรง แผดเผาพื้นทรายและเศษฝุ่นหิน จนร้อนระอุราวกับกระทะทองแดง ท้องฟ้าสีครามสดใสเจิดจ้าจนแสบตา

 

ยามใดที่มีลมต้องกับผืนทราย เศษฝุ่นหินก็กระจายคละคลุ้ง มีเพียงหญ้าแห้งๆ สีเหลืองซีดและพืชหนามบางชนิดที่กองกันเป็นกระจุกเล็กๆ อย่างน่าเวทนา ท่ามกลางพื้นทรายที่แห้งแล้ง จนไม่อาจเพาะปลูกพืชใดๆ ได้

 

 

ร่างบางอรชรในชุดทะมัดทะแมงเดินย่ำพื้นทราย หล่อนพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ให้เศษฝุ่นฟุ้งกระจายยามเหยียบย่ำบนผืนทราย

 

 

หล่อนไม่ใช่คนพื้นที่นี้ หล่อนมาจากทางตอนกลางของประเทศ ที่ที่ซึ่งมีผืนฟ้าสีเทาเข้มเกือบตลอดเวลา

 

 

 

พี่ลูคัส มันเบิกไปเท่าไหร่นะ? หล่อนร้องถามชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่ท่าทางง่วนอยู่กับเอกสารบนมือ พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อไคลออกจากใบหน้างาม หล่อนยังไม่คุ้นชินกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งและร้อนจัดเช่นนี้นัก

 

 

เลนส์แว่นตาของชายหนุ่มสะท้อนกับแดดจ้า นัยน์ตาสีนิลเริ่มมีรอยของความอิดโรย ฉันว่าฉันบอกเธอเป็นรอบที่ร้อยแล้วนะ หกล้านคราวน์

 

 

เวรเอ๊ย.... หล่อนสบถอย่างที่ไม่สมกับเป็นกุลสตรี จนชายหนุ่มผู้มีนัยน์ตาสีนิลต้องกระแอมเบาๆ เพื่อเตือน

 

 

เบาๆ หน่อยเฟรี่ หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ว่าแต่ทำไมเธอถึงไม่พาโรรี่มาแทนฉันล่ะ ? หมอนั่นน่าจะคล่องงานเอกสารมากกว่าฉันนะ

 

 

หญิงสาวคู่สนทนาดึงเอาผมมาม้วนเกล้าขึ้น นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายขณะตอบ เพราะว่า... ทางโน้นก็ต้องการตัวมันน่ะสิ... ตรวจราชการคราวนี้ฉันอยากจะเอามันมาด้วยเหมือนกันแต่เพราะว่า...

 

 

ไม่มีใครที่เธอพอจะไว้ใจให้ดูแลลูกชายได้สินะ

 

 

หญิงสาวยักไหล่ ก็ประมาณนั้น ฉันไว้ใจพี่ ว่าพี่น่าจะช่วยฉันได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา... หล่อนเว้นกลางประโยคเพื่อเอ่ยต่อ

 

ชายผู้มาจากทริสทอร์ ลูคัส ซาโดเรีย ทาสแห่งเดมอส เสียงหวานหากแต่เย็นเฉียบเอ่ย นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนโรจน์ไปด้วยอำนาจที่ซ่อนอยู่

 

 

นัยน์ตาสีนิลราวกับจะสื่อความนัยอะไรสักอย่างตรงมายังเธอ ก่อนริมฝีปากจะเผยรอยยิ้มกึ่งเยาะเย้ยกึ่งเอ็นดู

 

 

แล้วกำหนดการเย็นนี้ล่ะ?

 

 

ก็เข้าพบลอร์ดฟลอเรซ... ก็แค่นั้น

 

 

เฟรินหรี่ตาลง เงยหน้าสู้แดดจ้า เมทิส... เมืองแห่งเหมืองแร่... อากาศแย่ขนาดนี้เลยรึไง....

 

 

นี่อาจเป็นแดดสุดท้ายของปีนี้ อีกไม่นานฤดูหนาวก็จะเข้าแทนที่ ชายหนุ่มตอบแล้วม้วนเอกสารเตรียมตัวจะออกเดินทาง

 

 

ร้อนแล้วหนาว... ให้ตายเหอะ... แล้วชายแดนล่ะ? เฟรินถาม
ลูคัสยิ้มน้อยๆ ฉันว่าเย็นนี้ลอร์ดฟลอเรซคงมีรายงานให้เธอ

 

 

 

ขอต้อนรับราชินีพะย่ะค่ะ เสียงประจบประแจงของลอร์ดฟลอเรซดังขึ้น ทันทีที่เธอก้าวย่างเข้าสู่ธรณีประตู เฟรินมองสภาพคฤหาสน์... ที่เรียกว่าคฤหาสน์ยังน้อยไป ต้องเรียกว่าวังถึงจะถูก

 

 

หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพคฤหาสน์หลังงาม ที่ถูกสร้างบนพื้นที่ที่คาดว่าน่าจะอุดมสมบูรณ์ที่สุด เขื่อนที่ยังสร้างไม่เสร็จก็อยู่หลังคฤหาสน์นี้ไปเพียงห้าสิบไมล์ คิดแล้วก็ต้องกระตุกรอยยิ้มเย็น เมื่อคฤหาสน์หลังงามตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวอย่างนี้... แล้วทำพวกโจรมันถึงมองข้ามไปได้... เพราะถ้าแค่ปล้นคฤหาสน์หลังนี้หลังเดียว มันก็สบายไปทั้งชาติแล้ว

 

 

 

 

 

เฟรินเก็บงำความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะเริ่มเห็นความผิดปกติที่โต๊ะอาหาร เพียงแค่ทานอาหารเท่านั้น... ลอร์ดฟลอเรซถึงกับใช้องครักษ์ถึงสิบสามคน ยืนประจันอยู่หลังเก้าอี้เขา ทำหน้าถมึงทึง ดุดันข่มขวัญผู้มาเยือน

 

 

ประกาศศักดา ลูคัสพึมพำเบาๆ ขณะเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งตามมารยาท
เฟรินพยักหน้าเบาๆ ข่มขวัญ

 

 

 

ลอร์ดฟลอเรซแจกยิ้มกว้างให้เธอจากฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ เธอถูกจัดให้นั่งตรงหัวมุมโต๊ะยาวขนาดยี่สิบคน และมีภาพเขียนขนาดใหญ่อยู่เหนือศีรษะ ลูคัสจ้องมันอย่างไม่ใคร่ไว้ใจนักก่อนจะเบือนหน้ามองไปอีกให้ชายชราผู้ติดตามเฟรินมาในฐานะจอมเวทรับรู้ ชายชราลูบเคราเบาๆ แทนคำตอบรับ

 

 

 

คฤหาสน์ของท่านช่างใหญ่โตยิ่งนัก... เฟรินเปรย นัยน์ตาเริ่มวาบวับ และยิ่งดูคมกริบยิ่งขึ้นเมื่อต้องกับแสงเทียนภายในห้อง

ข้าคาดว่า คงเป็นมรดกจากตระกูล เดอ เคลลอร์ท ของท่านสินะ

 

 

หามิได้กระหม่อม คฤหาสน์หลังนี้ช่างดูด้อยค่าเมื่อต้องต้อนรับหญิงงามอย่างพระองค์
เฟรินแทบขย้อนเอาของเก่าออกมา แต่ริมฝีปากอิ่มกลับระบายรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเลื่อนขาน้อยๆ ไปเตะหน้าแข้งผู้ติดตามหนุ่มของเธอเบาๆ ใต้โต๊ะ เมื่อเธอเริ่มสังเกตเห็นนัยน์ตาระยิบพราวใต้กรอบแว่น

 

 

 

เป็นเรื่องจริงกระหม่อม ความงามของพระองค์เป็นที่กล่าวขวัญแทบทุกประเทศ... รวมถึงพระปรีชาและความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว จนกษัตริย์หลายพระองค์ถูกตาต้องใจยิ่งนัก

 

 

 

คราวนี้เฟรินถึงกับต้องลอบหยิกเนื้อขาวๆ ของซาตานแล้วถลึงตาให้ เมื่อลูคัสแทบหัวเราะพรืดใส่จานอาหารตรงหน้า

 

 

แต่กษัตริย์เหล่านั้นก็ทรงทราบดีว่าข้าเป็นม่าย เธอพูด ทำน้ำเสียงสดใส

 

 

หม่อมฉันเข้าใจ... แต่มันเป็นเรื่องยากมิใช่หรือกระหม่อม ที่พระองค์จะต้องทรงอยู่คนเดียว สตรีเป็นเพศที่อ่อนแอ คงจะต้องลำบากอย่างยิ่งเมื่อไร้บุรุษปกป้อง

 

 

เฟรินหัวเราะเสียงใสกังวาน หากแต่ฟังดูราวกับปิศาจ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนที่เธอจะอ้วก ข้ามาที่นี่เพื่อตรวจสภาพ...เขื่อน... นัยน์ตาสีน้ำตาลส่งประกายคมกริบ ราวกับนางราชสีห์ที่เตรียมพร้อมจะกางกรงเล็บตะปบเหยื่อได้ทุกเมื่อ มวลอากาศในห้องดูราวกับจะลดลง ผู้คนหายใจติดขัด ความเงียบและความตึงเครียดที่โรยตัวบางๆ ระหว่างที่นางเว้นจังหวะพูด

 

 

ดูเหมือนว่า...มันยังไม่ค่อยคืบหน้าเท่าใดนะท่าน... สิ้นคำพูด ลูคัสและชายชราต้องขยับตัวตรง อย่างเตรียมพร้อมกับทุกสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้...

 

 

 

......เฟรินเปิดฉากโจมตีเร็วเกินไป....

 

 

 

ลอร์ดหนุ่มยิ้มเย็น แต่ความขลาดที่แสดงในนัยน์ตาเขาไม่มีทางที่จะรอดพ้นสายตาของเฟรินได้

 

โอ.. เหล่าโจรร้ายได้ทำลายส่วนหนึ่งไป สร้างความเสียหายให้แก่เขื่... เสียงของลอร์ดหนุ่มไม่อาจจะพูดจนจบประโยคได้ เมื่อเสียงหวานตัดฉับตรงกลางประโยคอย่างเย็นชา

 

 

แล้วเงินที่ท่านเบิกไปล่ะ...? นัยน์ตาสีน้ำตาลหรี่ลง มือบางค่อยๆ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย... หกล้านคร..

 

 

 

เฟรี่!!!!

 

องค์ราชินี!!!

 

 

เสียงร้องดังขึ้น เฟรินโยนแก้วไวน์ทิ้งแล้วเงยหน้ามองเพดาน ใจหายวาบ เนื้อตัวเยียบเย็นราวกับน้ำแข็ง ภาพเขียนขนาดยักษ์กำลังหลุดร่วงลงมา.... และผู้ที่ต้องรับมันคงไม่ใช่คนอื่นแน่แท้

 

 

 

ภายในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ริมฝีปากคู่อิ่มจะกรีดร้องและเตรียมรับความเจ็บปวด ภาพเขียนหยุดกลางคัน ค้างบนอากาศว่างเปล่า และดาบเรียวสีเงินเป็นประกายก็ทาบลำคอของลอร์ดหนุ่ม ก่อนที่เหล่าบรรดาองครักษ์สิบสามคนเบื้องหลังเขาจะได้ชักดาบเสียด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

เป็นการต้องรับที่ครื้นเครงดีมาก ท่านลอร์ด เสียงทุ้มนุ่มแต่ทว่าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง นัยน์ตาสีนิลปราศจากอารมณ์ใดๆ เท้าข้างหนึ่งย่ำปลีน่องของลอร์ดฟลอเรซไว้ มือใหญ่ออกแรงกดดาบบนลำคอลอร์ดฟลอเรซอย่างไร้ความปราณี

 

 

ปองร้ายองค์ราชินี!!! ชายชราร้อง แล้วชักคทาออกจากเสื้อคลุม คทา...ที่ยาวกว่าคทาปกติทั่วไป... เขายื่นปลายคทาไปที่ภาพวาดก่อนที่ภาพวาดจะระเบิดเป็นฝุ่นผง

 

 

 

นะ... นั่นเป็น อุ..อุบัติเหตุ ลอร์ดฟลอเรซละล่ำละลักพูด

 

 

อย่างนั้นเหรอ...? ความประมาทและเลินเล่อนั้นก็มากพอที่จะเอาโทษตายเจ้าได้ หากผู้ติดตามและจอมเวทของข้าช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววินาที..... เฟรินยิ้มเย็น แม้มือเรียวจะสั่นน้อยๆ ด้วยความตระหนก พูดเองแล้วเธอเองก็ยังไม่อยากจะคิด... หากจอมเวทเบนีรไม่หยุดภาพนั้นไว้กลางอากาศล่ะก็...

 

 

ลูคัสเหลือบมองไปยังชายฉกรรจ์ทั้งสิบสามด้านหลังลอร์ดหนุ่มที่เตรียมชักดาบ ใบหน้าถมึงทึง

 

 

 

บอกคนของแกซะ!! ลูคัสตวาดเสียงเกรี้ยว เนื่องจากเริ่มหวั่นเกรงความปลอดภัยของเฟริน ว่าให้เก็บอาวุธซะ!! ไม่อย่างนั้น คอแกคงอยู่บนบ่าได้อีกไม่นานแน่! ไม่พูดเปล่า ขยับคมดาบให้ลิ้มเลือดจากแผลตื้นๆ ของลอร์ดหนุ่ม เป็นสัญญาณว่าเขาเอาจริง...

 

 

ท่านเบนีรอารักขาองค์ราชินี!!! เสียงทุ้มตะโกนสั่งผู้สูงวัยกว่า

 

 

 

ไม่จำเป็น!!! เฟรินร้องขัด ก่อนจะก้าวช้าๆ มายังลูคัส เธอ ยกมือ ข้างหนึ่งขึ้นเป็นสัญญาณให้ลดดาบลง คืนนี้ฉันเหนื่อยแล้ว ท่านลอร์ดโปรดจัดห้องพักให้ด้วย

 

 

เฟรี่ เธอมีแผนอะไรกันแน่...? ลูคัสถามพลางพ่นควันสีขาวขุ่นออกมาบางๆ ชายชราผู้นั่งข้างๆ ไอแค่กๆแล้วค่อยย้ายที่นั่ง

 

 

ข้าไม่ว่าอะไรท่านหรอก ท่านเฟลิโอนา แต่ข้าต้องการเพียงแค่บอกสิ่งที่อยู่ในสมองท่านให้พวกเรารู้บ้างเท่านั้น เสียงแหบแห้งและอิดโรยของชายชราเอ่ยขึ้นเบาๆ นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนบอกถึงความเฉลียวฉลาดและมีอารมณ์ขัน

 

 

ท่าเบนีร พี่ลูคัส ฉันอยากจะจับพวกนี้คาหนังคาเขา เฟรินเค้นเสียงตอบ มือบางพันแผลให้แขนอีกข้างหนึ่งของตัวเอง ซึ่งเป็นแผลที่มาจากอาการตระหนกจนปัดโดนเอาแก้วไวน์

 

 

อย่าคิดอะไรบ้าๆ แบบนี้! ผู้สูงวัยตวาดเสียงใส่ คทาที่ยาวราวกับไม้เท้าสั่นเล็กน้อย ข้ารู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่... ท่านเฟลิโอนา ท่านคิดจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ...

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลระยิบพราว สมเป็นท่าน... เบนีร

 

 

ไม่ได้เด็ดขาด!! ลูคัสตะโกนเสียงลั่น อย่างไม่ค่อยจะได้ยินบ่อยนัก คิ้วเข้มแทบจะขมวดเป็นเส้นเดียวกัน

 

 

ชายชราถอนหายใจ ท่านมัดมือชกพวกเราสินะ มาถึงขั้นนี้แล้ว... ในวงล้อมศัตรู หวังว่าท่านคงเตรียมการมาบ้าง

 

 

เปล่าเลย เฟรินปฏิเสธเสียงเศร้า หนึ่งคือ ถ้าเราออกจากคฤหาสน์นี้ไป จะยิ่งอันตรายกว่านี้ เพราะตามทางกลับเมืองหลวง พวกกองโจรก็ย่อมซุ่มอยู่ระหว่างทาง สองคือ มันดึกเกินไปที่จะออกเดินทางในแถบนี้ สาม ฉันไม่อยากให้พวกท่านอันตรายไปด้วย

 

 

ลูคัสเลิกคิ้ว แล้วเธอจะทำยังไง ?

 

 

เอาชีวิตรอดให้ถึงเช้า แล้วส่งข่าวไปเมืองหลวง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ให้ส่งข่าวบอกโรเป็นอันดับแรก

 

 

-------------------

 

 

 

หมู่เมฆถูกลมพัดกระจายปลิวมาบดบังรัศมีสีเงินของดวงจันทร์ แสงดาวดารดาษเกลื่อนเต็มท้องฟ้า ลมพัดเบาๆ อย่างพอจะช่วยบรรเทาความอบอ้าวของค่ำคืนไปได้บ้าง ยอดไม้เอนลู่ตามลมไหว เหล่าแมลงส่งเสียงร้องให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนนี้เงียบสงบและชวนเคลิ้มฝันยิ่งขึ้น

 

 

ร่างบางบนที่นอนขนนกนุ่มสบาย กระสับกระส่ายไปมา ยามนี้เธอกลัวจับใจ คนที่ไม่เคยความตายอย่างเธอ บัดนี้กลับกลัวมันมากที่สุด...

 

 

เธอไม่ได้กลัวความเจ็บปวดยามถูกพรากชีวิต แต่เธอกลัวคนที่อยู่ข้างหลัง... คนที่เธอจะต้องปกป้องทั้งด้วยสำนึกมโนธรรม ความต้องการ ด้วยสัญชาติญาณหรืออะไรก็ตามแต่

 

 

......และบุคคลที่เธอยังไม่ได้สะสางเรื่องราวในอดีต....

 

คิดแล้วนัยน์ตาสีน้ำตาลก็เบิกโพลงขึ้น

 

 

 

ในวงล้อมของศัตรู ที่เผยตัวออกมาชัดๆ แล้วว่าต้องการฆ่าเธอแบบนี้... เธอจะทำอะไรได้บ้าง...

 

 

 

 

 

แซ่ก...

 

 

เสียงยอดไม้กระทบกันอย่างผิดธรรมชาติ ทำให้เฟรินขยับตัวนอนคว่ำลง ในขณะที่อีกมือหนึ่งค่อยเลื่อนไปใต้เตียงโดยอาศัยเงามืดของเตียง ล้วงเอาดาบคู่ใจออกจากใต้เตียง นัยน์ตาสีน้ำตาลแสดงถึงความตื่นตัวเต็มที่ เธอพยายามสลัดความกังวลต่างๆ ให้สมาธิจดจ่ออยู่แต่กับสถานการณ์ปัจจุบัน

 

 

 

ฟิ้ว...

 

เสียงลมพัดเข้ามาภายในห้องเบาๆ ทุกอย่างเงียบสงบ เว้นแต่ใจดวงน้อยที่กำลังเต้นระรัวด้วยความตื่นกลัว เสียงลมหายใจหนักๆ ของผู้มาเยือนค่อยๆ ปรากฏชัดในความเงียบ และเงามืดที่ทาบทับบนร่างเธอ นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกโพลงก่อนจะกระโจนเข้าใส่ผู้มาเยือน ผ่าปฐพีจ่อคอคนตรงหน้าที่เป็นชายหนุ่มร่างโต ขาเรียวตวัดคล้องคอ เธอใช้ปลายเท้าเขี่ยคางใช้มันเงยหน้าขึ้น

 

 

 

รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏบนริมฝีปาก ใครจ้างเจ้ามากัน ? คงไม่ต้องให้ข้าทายกระมัง ?

 

 

 

หลักแหลมมากองค์ราชินี อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังขณะมีเพียงเงามืดวูบผ่านหน้าเธอไป รวดเร็วดั่งสายลมพัด

 

 

 

แต่เค้าว่ากันว่าสตรีมักจะพอใจแค่สิ่งตรงหน้า และท่านก็ไม่ต่างจากสตรีเหล่านั้นเลย เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมๆ กับเชือกเส้นเรียวที่เข้าคล้องคอเธอ

 

 

 

เฟรินพยายามจะกรีดแต่ทว่าไร้เสียงเมื่อชายที่เธอใช้ดาบจ่อคอนั้นกลับสะบัดตัวขึ้นบิดแขนเธออย่างแรง ก่อนที่ผ้าผืนสีขาวจะเข้ามาปิดจมูกเธอ... แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง...

 

 

 

--------------------

 

 

 

 

ชายหนุ่มเสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิด นัยน์ตาสีนิลทอประกายกร้าว แล้วเหลือบมองเหล่าบรรดาทาสของลอร์ดฟลอเรซทางหางตา

 

 

 

....เฟรินหายไป พร้อมๆ กับคนสนิทและตัวลอร์ดฟลอเรซ

 

 

 

นกตัวตายตัวแทน ผู้ส่งข่าวบัดนี้ถึงมือโร ที่เมืองหลวงเรียบร้อยแล้ว และภายในห้านาที ลอร์ดฟลอเรซก็ถูกประกาศเป็นอาญาแผ่นดินและกบฏทันที

 

 

 

 

ภายในจดหมายที่โรส่งมานั้นสรุปสั้นๆ ได้ว่า เขาไม่สามารถส่งกองกำลังออกตามหา ราชินี ได้ เพราะต้องมีกองกำลังส่วนหนึ่งคอยอารักขาเมืองหลวง

 

 

 

ในตอนนี้... .โรกล่าวในจดหมาย ไม่มีอะไรมารับรองให้เราว่า จะไม่ทัพบ้าๆ ไหนบุกเข้ามา แล้วใช้สถานการณ์ลักพาตัวเฟรินล่อให้เราส่งกำลังออกจากเมืองหลวงไปหมด...

ส่วนคิล... ตอนนี้เราจำเป็นต้องใช้เขา สถานการณ์ของเกรตอนนี้ล่อแหลมต่อการถูกลอบสังหารมาก นั่นคือข้อสรุปสุดท้าย... ลูคัสกัดฟันกรอด ถึงแม้จะเข้าใจในเหตุผล.. แต่เขาก็ยังร้อนใจ...

 

 

 

 

 

เขา.... ลูคัส ซาโดเรีย บุรุษซาตานคนนี้...

 

คิดแล้วก็ต้องยิ้มเยาะให้ตัวเอง ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน ? ราชินีงั้นเหรอ ? เขาเคยสนใจด้วยหรือไง ? ทำไมจำเป็นต้องร้อนรนขนาดนี้...

 

 

 

ข้าจะจัดการทางนี้ให้ จอมเวทเบนีรพูดช้าๆ พลางหลิ่วตาให้เขาอย่างรู้ทัน ลูคัสยิ้มบางๆ รับก่อนจะผิวปากเรียกเหยี่ยวคู่ใจแล้วโหนตัวขึ้นบนอานม้า ก่อนจะควบทะยานไปอีกทางหนึ่ง

 

 

------------

 

 

 

เสียงฝีเท้าย่ำไปมาระหว่างทางเดินระเบียงดังขึ้นอย่างไม่มีทางจะหยุดได้ง่ายๆ เหล่าผู้อาศัยอยู่เขตใน ต่างวุ่นวายและวิตก

 

 

จะมีจลาจลไหม ? นางกำนัลอ่อนวัยถามผู้สูงวัยกว่าด้วยเสียงแผ่วเบา

 

 

ไม่มีก็ดีสิ... ราชินีของเราโดนลักพาตัวอย่างนี้ อาจมีพวกเลวๆ คิดจะฮุบบัลลังก์ในตอนนี้ก็ได้

 

 

นางกำนัลอีกคนเอามือปิดปากแล้วอุทานเบาๆ ไม่อย่างนั้นเจ้าชายเกรก็ต้อง.....

 

 

นางกำนัลวัยกลางคนพยักหน้าเบาๆ แทนคำตอบ

 

 

---------------

 

 

 

ร่างเล็กยืนอยู่ตรงหน้าหลุมศพที่ปกคลุมไปด้วยกอหญ้าและดอกไม้เล็กๆ สีชมพู ม่วง ขาว เหลือง ป้ายหลุมศพถูกสลักด้วยหินอ่อนอย่างเรียบง่าย สลักเสลาเป็นคำว่า

 

 

คิงและพ่อผู้แสนดีแห่งแอเรียส
ลอเรนซ์ โมนาโรค จะพำนักอาศัยอยู่ที่นี่ ต่อจากนี้...และตลอดไป

 

 

 

วันนี้ท้องฟ้าเป็นสีเทาอีกแล้ว.... ลมแรงจัดจนราวกับจะพัดเอาร่างน้อยๆ ของเด็กชายไปได้ง่ายๆ เรือนผมหยักศกสีน้ำตาลหนานุ่มปลิวตามแรงลมเป่า ริมฝีปากคู่บางเผยอขึ้นน้อยๆ สั่นระริกราวกับกิ่งไม้ไหว นัยน์ตาคู่โตสีน้ำตาลแดงก่ำ

 

เขายืนนิ่งเงียบเป็นเวลานานแล้ว... ไม่ร้องไห้ ไม่พูดไม่จา.. ถ้าจะพูดให้ถูกคือไร้ซุ่มเสียงใดๆ เล็ดรอดจากกลีบริมฝีปากคู่นั้น ราวกับว่าเด็กน้อยจะกลืนคำพูดทั้งหมดลงไปในลำคอ

 

 

 

 

ยืนอยู่ตรงนี้ลมแรงนะ เสียงทักจากผู้สูงวัยกว่าทำให้เด็กชายต้องตัวสั่นน้อยๆ ด้วยความครั่นคร้าม นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกโตขึ้น

 

 

จำฉันได้ไหม ? เสียงทุ้มกับนัยน์ตาคู่คมเยียบเย็นเริ่มอบอุ่นขึ้น

 

 

 

ได้กระหม่อม เขาตอบเบาๆ คิงคาโล วาเนบลีแห่งคาโนวาล

 

 

ร่างสูงยอบตัวลงนั่งข้างๆ เจ้าชายองค์น้อย ท่านแม่โดนจับตัวเหรอ ?

 

 

 

เกรงว่าจะใช่กระหม่อม

 

 

อยากไปช่วยท่านแม่ไหม ?

 

 

เด็กน้อยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป อยากกระหม่อม แต่หม่อมฉันคิดว่า... ท่านลุงลูคัสคงจะควบคุมสถานการณ์ได้

 

 

เธอกำลังจะบอกว่า เธอมั่นใจในตัวลูคัส ?

 

 

 

เด็กน้อยไม่ตอบ... มีเพียงเสียงกรีดร้องหวีดหวิวของลมที่ดังก้องอยู่อย่างเหงาหงอย ทั้งคู่เงียบไปสักพัก ก่อนที่คาโลจะถามต่อ

 

 

 

เธอรักท่านพ่อไหม ?

 

 

 

รักมากที่สุดพะย่ะค่ะ เกรตอบเสียงเบา นัยน์ตาเหม่อลอยไปยังท้องฟ้าสีหม่น ท่านพ่อเป็นเหมือนที่พึ่งของท่านแม่ ในเวลาที่ท่านแม่อ่อนแอ คนที่จะอยู่ข้างๆ และปลอบโยนท่านคือท่านพ่อ ท่านพ่อใจดีกับหม่อมฉันมาก บางครั้งเราสามก็จะออกไปเที่ยวกันในวันที่อากาศดี... หรืออยู่เล่นเกมกระดาษกันในห้อง ประโยคบอกเล่ายาวๆ ออกจากปากเด็กชายเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเขาราบเรียบเหมือนสายน้ำไหล เหมือนทะเลในยามที่ไร้พายุ แต่ก็สามารถสะท้อนได้ถึงความสุขอยู่ในน้ำเสียง

 

 

 

คาโลถอนหายใจ
ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกเขาจริง... ในใจของเด็กน้อย คงไม่มีที่ว่างให้เขา.....

 

 

ฉันอยากได้แผนที่ไปเมทิส คาโลพูด เกรหันมามองเขาอย่างหวาดๆ ปนประหลาดใจ

 

 

แต่.....

 

 

 

ครั้งหนึ่ง... แม่ของเธอเคยเป็นคนสำคัญของฉัน นัยน์ตาสีฟ้ามีรอยของความอ้างว้าง ไม่สิ... ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ เสียงทุ้มแผ่วเบาจนน่าใจหาย

 

 

ขอทราบจะได้ไหมกระหม่อม ? พระองค์ทรง เป็น อะไรกับเสด็จแม่ ?

 

 

 

ใช้คำว่า เคยเป็น จะดีกว่านะ ใบหน้าคมคายดูดียิ่งขึ้น เมื่อเจ้าตัวขยับรอยยิ้มบางๆ อย่างนึกเอ็นดูในความเฉลียวฉลาดของเด็กน้อย ก่อนที่มือใหญ่จะเลื่อนไปลูบศีรษะน้อยเบาๆ แล้วสักวันหนึ่ง... เธอก็จะเข้าใจ....

 

 

 

----------------

 

 

 

เปลือกตาบางกระพริบไหว ก่อนที่แพขนตางอนหนาจะถูกเลิกขึ้น นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลค่อยๆ เบิกขึ้นช้าๆ สมองหมุนคว้างไปหมด มือบางถูกรวบขึ้นมัดเหนือศีรษะด้วยเหล็กขึ้นสนิมเย็นชื้น เฟรินพยายามรวบรวมสติแล้วสำรวจดูรอบๆ

 

 

 

ทหารยามสามคนกำลังคุยกันอย่างออกรส และไม่ได้สนใจเธอเลย ผ่าปฐพีของเธอถูกเก็บไว้ที่ใดไม่อาจรู้ได้... เมื่อไร้ซึ่งอาวุธแบบนี้แล้ว เธอไม่สามารถทำอะไรได้ นัยน์ตาสีน้ำตาลมองไปรอบๆ ยังสภาพที่คุมขัง มันค่อนข้างมืดและอับชื้น มีกลิ่นชื้นๆ คอยแตะจมูกเธอตลอดเวลา พื้นหินที่เธอทรุดอยู่นั้นก็เยียบเย็น เสียงน้ำหยดเปาะแปะเบาๆ

 

 

 

 

หล่อนตื่นแล้ว ทหารยามคนหนึ่งหันมายังหญิงสาวแล้วพูดขึ้น ก่อนที่อีกคนหนึ่งจะเดินจากห้องไป เสี้ยววินาทีต่อมาเฟรินก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อเงาของร่างท่านลอร์ดปรากฏตรงหน้า

 

 

 

องค์ราชินี.... เสียงลอร์ดฟลอเรซไม่มีการประจบประแจงเหลืออยู่แล้ว ใบหน้าซีดขาวนั่นมีรอยยิ้มเยาะ

 

 

 

เจ้าต้องการอะไร ? เฟรินเค้นเสียงถาม

 

 

 

ลอร์ดหนุ่มหัวหึๆ แล้วไหวไหล่ บัลลังก์ท่านไงล่ะ... ให้กับเจ้านายของข้า... คิ้วสีอ่อนของเขาขมวดเข้าหากันน้อยๆ

 

 

เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก... แล้วข้าจะทรมานเจ้ายังไงดีนะ... ฝ่ามือกร้านเลื่อนมาเชยคางเธอขึ้น เฟรินสะบัดใบหน้าให้ฝ่ามือนั้นหลุดออก นัยน์ตาสีน้ำตาลทอประกายกร้าว ริมฝีปากคู่อิ่มบิดลงเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น

 

 

 

 

เพี๊ยะ!!

 

เสียงแรกดังกึกก้องสะท้อนทั่วพื้นหิน ใบหน้าหวานหันไปอีกด้านตามแรงตบ ก่อนจะเลียรสสนิมของเลือดที่มุมปาก แก้มนวลบวมเป่ง แต่ทว่านัยน์ตาสีน้ำตาลกลับลุกโชน

 

 

 

 

อย่างแก... เฟลิโอนา วาเนบลี... เสียงของลอร์ดหนุ่มเต็มไปด้วยความน่ารังเกียจ แกเสียตัวมากี่ครั้งแล้วล่ะ ? ดูท่าจะไม่ใช่เล่นๆ ไม่ใช่เหรอ ? ยั่วยังไงล่ะถึงมีคิงถึงสองคนมาหลง !

 

 

 

เฟรินตัวสั่นน้อยๆ ไม่ใช่ด้วยความกลัว... หากแต่เป็นด้วยแรงโทสะ....

 

 

 

ถึงแม้จะมีลูกแล้วก็เถอะ... น่าจะยังพอหวานให้พวกแกได้อยู่ ลอร์ดหนุ่มแสยะยิ้มขณะหันไปพูดกับทหารสองคนที่ขนาบด้านซ้ายและขวา ท่าทางกักขฬะ มันสองคนแย้มให้เห็นไรฟันสีเหลืองภายใต้หนวดเครารุงรัง ก่อนจะยืดตัวเชิงอวดเบ่ง

 

จัดการตามใจชอบ ลอร์ดหนุ่มหันกลับมาถ่มน้ำลายใส่ร่างบาง

 

 

 

 

อย่าแตะต้องฉัน นัยน์ตาสีน้ำตาลวาววับราวกับใบมีด หนึ่งในสองคนที่มีเคราสีแดงผิวปากอย่างถูกใจ

 

 

ดุซะด้วย มันว่า

 

 

 

อีกคนหนึ่งยักไหล่ แล้วมือหยาบกร้านข้างหนึ่งก็กระชากเอาเสื้อเชิ้ตตัวบางของเฟรินออก เธอกรีดร้องเบาๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกโพลงด้วยความหวาดผวาเมื่อเห็นนัยน์ตาและลิ้นที่แลบเลียริมฝีปากจากทั้งทหารทั้งสอง

 

 

 

 

ไม่!!! ร่างบางดิ้นพราดขัดขืนเท่าที่จะทำได้ ไม่ยอมแม้แต่จะให้มือใหญ่มาแตะปลายผมของเธอ ริมฝีปากหนาๆ ของใครคนใดคนหนึ่งโผล่พรวดเข้ามาเต็มตา เฟรินขบตอบทันที ขาเรียวยันโครมก่อนที่เจ้าของปากจะมีโอกาสได้ร้องโอยด้วยซ้ำ

 

 

 

 

เฟรินหายใจหอบ เสื้อฉีกขาด กระโปรงรุ่งริ่ง เธอเลื่อนฟันขบกัดลิ้นตัวเองไว้ ศักดิ์ศรีของเธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายง่ายๆ เด็ดขาด!!! สู้ตายซะยังจะดีกว่า

 

 

 

 

หนอย... มันคำราม เอามือเช็ดเลือด ก่อนจะหันไปปรึกษากับนายเคราแดงที่กระชากเสื้อเธอ นัยน์ตาสีน้ำตาลปิดลง เตรียมลงแรงกัดลิ้นตัวเอง

 

 

 

 

 

 

เพี๊ยะ!!!

เสียงแส้ชำแรกเนื้อขาวๆ ก่อนที่จะมีเสียงต่อไปดังขึ้น เฟรินหายใจหอบ นัยน์ตาเบิกกว้าง ความเจ็บแสบผ่านเข้ามาทางบาดแผล แต่ทว่าริมฝีปากเรียวกลับไร้เสียงใดๆ เล็ดรอดออกมา มีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลรินอย่างต่อเนื่องด้วยความเจ็บปวด...

 

 

 

 

 

ขอโทษ... พี่ลอเรนซ์ ผมขอโทษ เกร...แม่ขอโทษ เสียงที่ดังขึ้นในใจราวกับคำสั่งลา ร่างบางทั้งร่างโอนเอนไปมาตามแรงฟาดครั้งแล้วครั้งเล่า ยากยิ่งที่หญิงสาวร่างบางอย่างเธอจะรับแรงเจ็บปวดนี้ไหว... หากตายไปตอนนี้ คงไม่ได้บอกกับเขาอย่างแน่นอน...

 

 

 

 

 

 

คาโล ฉันรักนาย.......

 


 

นัยน์ตาสีฟ้ากวาดมองหอคอยสูงแล้วต้องคำรามเบาๆ เมื่อพบอีกร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า แสงจันทร์ช่วยอำพรางร่างให้เขาอย่างดี แต่ไม่ใช่สำหรับคนตรงหน้า..

 

 

 

ไง คาลี่ คำทักที่มักเป็นเอกลักษณ์เสมอทำให้คาโลต้องกัดฟันถาม

 

 

 

พี่มาทำไม?

 

 

เหมือนเธอนั่นแหละ เสียงของซาตานสั้น ห้วน และชัดเจน นัยน์ตาสีนิลเบือนไปมองหอคอยสูงตระหง่านกลืนหายไปกับความมืดยามราตรี เราจะเอาไง ?

 

 

 

พี่มาช่วยเฟริน ? เสียงทุ้มดังขึ้นราวกับไม่อยากเชื่อ

 

 

 

ฉันต่างหากที่สมควรพูดคำนั้น ลูคัสว่าพลางถอดแว่นออก นัยน์ตาสีนิลมีรอยของความกระหายเลือด ไอสังหารปกคลุมบางๆ ฉันจะไปดูบนดิน

 

 

----------------

 

 

 

เฟรินพยายามรับภาพเบื้องหน้าให้ชัดขึ้น ร่างบางทั้งร่างโงนเงนและเต็มไปด้วยเลือด เสียงแส้หยุดลงแล้ว..

 

เธอขยับตัวแล้วต้องร้องด้วยความเจ็บปวด บาดแผลมากจนไม่อยากจะนับ บนพื้นหินเต็มไปด้วยเลือด ทั้งที่ไหลนองบนพื้นและผนังห้องที่มีรอยเลือดสาดประดับไว้

 

 

เฟรินหลับตาลงอย่างแช่มช้าอย่างยอมรับในชะตากรรม ก่อนจะต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงโครมครามดังขึ้น

 

 

แกเป็น......อั่ก...! ประโยคของทหารยามยังไม่ทันจบ ร่างก็ล้มลงกลายเป็นศพเพียงชั่ววูบเดียว

 

 

 

 

 

 

 

เฟริน! เสียงทุ้มที่เรียกชื่อนั้น ช่างคุ้นหูเหลือเกิน... นุ่มนวล... อบอุ่น และโหยหามาตลอด แล้วดาบก็ฟันขวับลงไปบนโซ่ที่ตรึงเธอไว้ หญิงสาวพยายามตั้งสติเบิ่งตามองคนตรงหน้าให้ชัดเจนที่สุด.....

 

 

 


.....ให้รู้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป......

 

 

ผมสีเงินที่เริ่มยาว... นัยน์ตาสีฟ้าใส.....ไม่ผิดแน่....เจ้าชายของเธอ

มือใหญ่ค่อยๆ สอดเข้าไปคล้องเอวบางอย่างนิ่มนวล ก่อนร่างทั้งร่างจะถูกช้อนขึ้นอยู่ในอ้อมแขนกว้าง

คาโล...ใช่ไหม? เสียงหวานถามเบาๆ ชายหนุ่มเหลือบมามองเธอ นัยน์ตาสีฟ้าอบอุ่นที่เธอคิดถึง... สติเริ่มเลือนหาย... มีเพียงความหวาดกลัวที่ปกคลุมในใจ... กลัวเหลือเกินว่าอาจจะไม่ได้บอกเขาอีก... ศักดิ์ศรีหรืออะไรนั่น... จำเป็นอีกแล้วในเวลานี้

...ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย

 

 

 

 

ไว้วันหลัง ชายหนุ่มตอบ ขายาวๆ เริ่มก้าวเร็วๆ ออกจากห้อง ภายในใจเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว

 

ร่างบอบบางของหญิงสาวเต็มไปด้วยบาดแผลที่เกิดจากรอยฟาดเป็นทางยาว จนผ้าฉีดขาดแนบกับเนื้อ แขนเรียวถูกมัดไว้ด้วยโซ่ไพล่ไว้เหนือศีรษะ เสื้อผ้าฉีดขาดรุ่งริ่งจนเห็นเนื้อนวลขาวๆ โชกเลือด

 

 

 

ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำเรื่องนี้ ต้องไม่ได้ตายดีแน่!!!!!

 

 

 

 

 

 

ไม่...! ฟังฉัน เสียงหวานแหบพร่า มือน้อยกำสาบเสื้อชายหนุ่มอย่างคนขาดสติ นัยน์ตาพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา...

 

มากกว่าคำว่าลึกซึ้ง...

มากกว่าความตื้นตัน........

 

 

เป็นอะไรบางอย่างที่ช่วยทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ว่าจะไม่มีอะไรจะมาทำร้ายเธอได้ ตราบใดที่เธอยังอยู่ในอ้อมแขนนี้....

 

นาทีนั้นเอง ที่เธอสลัดทิฐิ ความแค้น และลืมเรื่องอดีตสิ้น เกร..เป็นลูกของนาย... ฉันอยากให้นายรู้...

 

 

 

 

คาโลขยับรอยยิ้มบางๆ เงามืดภายในทางเดินทำให้เกิดเงาในนัยน์ตาเขา จนยากยิ่งที่เธอจะรับรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

 

 

 

 

นายเลี้ยงลูกได้ดีมาก คำพูดสั้นๆ ที่ทำให้ใจดวงน้อยพองโต ราวกับหยาดน้ำชโลมหัวใจ ลืมความเจ็บปวดทางร่างกาย

 

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลปิดลงอย่างเหนื่อยอ่อน.... ถ้ามันเป็นฝัน เธอก็ยินดีจะฝัน... ตราบใดที่อ้อมแขนแกร่งนี้ ยังประคองกอดเธอไว้

 

 

 

-------------

 

 

 

เปลือกตาบางกระพริบไหว... ลำคอแห้งผาก เนื้อตัวปวดระบม รอยแผลถูกพันไว้ด้วยผ้าขาว เมื่อสมองเริ่มทำงาน...ให้เธอคิดย้อนเรื่องที่ผ่านมาราวกับความฝัน...

 

 

 

 

ฝัน...ที่เธอไม่อยากตื่น

 

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลียวมองรอบๆ....

เธอกำลังนอนอยู่บนเตียง...ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างง่ายๆ ในกระโจมที่พักชั่วคราว

ฟื้นแล้วหรอ.... ? เสียงทุ้มคุ้นหูแต่ไม่ใช่เสียงที่เฟรินอยากได้ยินดังขึ้น พร้อมๆ กับมือใหญ่ที่ปัดเอาผ้าบังตาออก ควันฟุ้งกระจายตามมาติดๆ

อื้อ.. พี่เอง....? เสียงหวานตอบรับ แล้วชะเง้อคอมองหลังร่างสูง ราวกับจะมีใครอีกคนตามชายหนุ่มเข้ามา

 

 

 

มองหาคาลี่รึไง ? เสียงทุ้มดักคออย่างรู้ทัน ขณะขยี้บุหรี่ลงบนพื้น

เฟรินสะดุ้งโหยง ใบหน้าซีดขาวแล้วพูดอย่างตื่นๆ ว่า มะ ไม่ซักหน่อย...

เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง ลูคัสพูดด้วยเสียงทุ้มลึก นัยน์ตาสีนิลไม่มีประกายสนุกสนานอีกแล้ว หากแต่เป็นรอยที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน...

ความวิตกกังวล สับสน ห่วงใยปรากฏชัดภายใต้กรอบเลนส์สีชา

มือใหญ่เริ่มจุดบุหรี่มวนใหม่ เขาเป็นคนไปช่วยเธอจากหอคอยนั่น... มันขังเธอไว้ใต้ดิน... ไม่ต้องบอกเลยว่ามันยากแค่ไหนที่จะตามหาเธอ พอถึงตรงนี้ซาตานหัวเราะเบาๆ แต่เสียงหัวเราะนั้นขึ้นจมูกราวกับดูถูกเสียมากกว่าความขบขัน

ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเขาหาเธอได้อย่างไร ภายในห้องใต้ดินนั่นเป็นเขาวงกต ทั้งซับซ้อนและมืด คนที่ลงไปแล้วไม่รู้ทางยังกลัวแม้กระทั่งจะหายใจ... ชายหนุ่มเว้นวรรคแล้วพ่นควันยาวออกจากริมฝีปาก ...แต่เขาหาเธอพบและช่วยเธอออกมา

หัวใจของคนฟังเต้นผิดจังหวะ แล้วเขามาที่นี่ได้ยังไง ? หล่อนพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้แปร่งเกินไป เพราะหัวใจที่เต้นแรงจนแทบทะลุกอกออกมา

มังกร... เขาขี่มังกรมา คงจะรีบจนไม่หยุดพัก เลยมาทันเวลาพอดี แล้วอย่าถามว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่หอคอยนั่น...เพราะฉันก็ไม่รู้

แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน ?

กลับไปแล้ว

เฟรินลุกพรวด กระชากผ้าห่มออก ไม่จริง! หล่อนร้อง เสียงหวานพร่าสั่น จู่ๆ ราวกับว่าโลกหยุดหมุน ทุกอย่างหยุดนิ่ง ภาพฝันและไออุ่นพังทลาย

เขาไปแล้ว... ไปแล้ว.... เธอเองที่โง่... ฝัน

ฝันว่าเขารักเธอ ฝันว่าเขาต้องการเธอ.....ฝันว่าเธอกลับไปหาเขา และเริ่มต้นใหม่...

หญิงสาวกัดริมฝีปาก กำหมัดแน่น พยายามตั้งสติแล้วเค้นถามไปว่า ไม่จริง... เขากลับ...กลับไปไหน ?

นัยน์ตาสีนิลเบือนมาสบ คาโนวาล

ราวกับคำสบถหรือสาปแช่ง หยาดน้ำเม็ดใสค่อยผุดออกจากดวงตาคู่โต เฟรินซบหน้าลงกับฝ่ามือ

ฉันไม่อยากจะยุ่งเรื่องส่วนตัวเธอนัก....แต่.... ลูคัสเว้นไว้กลางประโยค

ฉันบอกเขาไปแล้ว ฉันโง่เอง ที่คิดว่าเขายังรักฉัน เสียงหวานอู้อี้ ทั้งใบหน้าเปรอะไปด้วยหยาดน้ำตา ก่อนที่มันจะขาดเป็นห้วงๆ ราวับว่าจะขาดใจลงในไม่ช้า ฉันบอกเขา......ไปว่า.....แท้จริงแล้ว....เกร.....เป็นลูกใคร

มือบางปาดเอาน้ำตาออก เงยหน้าขึ้นจากฝ่ามือ ฉัน......

 

 

 

 

 

 

เขาทำราวกับว่าไม่เกิดอะไรขึ้น.......เขามาช่วยเธอ เธอจำได้ จำไออุ่น จำเสียง จำทุกสิ่งทุกอย่างได้ แต่ทุกอย่างที่เขาทำ เขาทำแบบนั้นทำไม...เพียงความสมเพช เวทนา หรือสงสาร....?


หรือทุกอย่างที่เธอเห็นและรับรู้จะเป็นเพียงภาพมายา.......?

 

ทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเข้มแข็ง ไม่ร้องไห้ ทั้งๆ ที่สาบานต่อหน้าหลุมศพของลอเรนซ์แล้วว่า....จะไม่มีวันกลับไปหาเขาอีก....

แต่หัวใจกลับทรยศ...

 

 

 

 

 

 

 

 

เราจับลอร์ดฟลอเรซได้ แต่เค้นเอาความจริงเรื่องเบื้องหลังไม่ได้ ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะภักดีขนาดนั้น...หรือบางที เขาอาจจะรู้ว่าถึงบอกเราไป เขาก็ต้องตายอยู่ดี อาจจะทรมานกว่าตายด้วยซ้ำ

 

เรื่องยักยอกเงิน เขารับสารภาพจนหมดเปลือก ทั้งเรื่องกองโจรนั่นด้วย พวกมันสนับสนุนเขาอยู่ คราวนี้เราเลยถือโอกาสกวาดล้างพวกโจรนั่นซะ คำสั่งลงไปแล้ว อีกไม่นานคงได้เรื่อง ลูคัสรายงาน และเอ่ยปลอบใจหญิงสาวเบาๆ

งวดนี้เธอชนะนะ นี่เป็นผลงานแรกของเธอ คะแนนนิยมเธอคงพุ่งขึ้นไม่มากก็น้อย

 

 

 

 

 

ชนะอย่างนั้นเหรอ...........? เฟรินทวนถามตัวเอง เมื่อสติมั่นคงพอที่จะพอรับรู้เรื่องที่ลูคัสรายงานบ้าง....

 

 

 

เปล่าเลย...เธอพ่ายแพ้....พ่ายแพ้อย่างหมดรูป พ่ายให้กับตัวเอง พ่ายให้ความเหงา ความอ่อนแอในใจ

 

 

และพ่ายให้กับ...............

 

 

 

 

 

 

นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้น......

 


 

AiMui / หึๆ bénir ภาษาแม่ไอมุยเอง กร๊ากก เอาล่ะไม่โม้มากก็ได้ เป็นภาษาฝรั่งเศสอีกคำหนึ่งที่ผมชอบมาก แปลได้ว่า blessed หรือ ทำให้ศักดิ์สิทธิ์, อวยพร

บทนี้ใช้เวลาเขียนนานมากฮะ เขียนไปอยากเอาหัวมุดดินไป อ้ากกๆๆๆ แต่งไม่ออกๆๆๆ โดยเฉพาะฉากท้ายๆ ที่ออกซาดิสซ์ๆ หน่อย ผมแทบคลั่ง มันจิ้นไม่ออกฮะ ฉากโหดๆ >O< แบบว่าถูกเลี้ยงมาแบบคุณหนู๊...คุณหนูฮะ... (คุณหนูที่นั่งดูคิล บิลวันหลายรอบ - -) ไม่เคยสัมผัสกับอะไรโหดๆ ออกจะบอบบ๊างง บอบบาง (บอบบางถีบไอ้น้องชายจนเกือบตกรถกระบะมาแล้ว โฮฮ TOT / เป๊บซี่) ชิยะ ไอ่ซี่ เดี๋ยวมีเฮๆ เจ๊จะถอดร่างไปตื้บแกถึงนครปฐมให้ดู

นอกจากจะหลายหน้าแล้วยังมีอาการมึนๆ งงๆ เพราะอากาศร้อนอีก เอิ๊กกก

 

 

 

 

 

 

คำพูดน่ารักๆ น่าตบ จากอลิเซียจังฮะ ^^a (แล้วก็จะทรมานสายตาท่านต่อไป.....)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


edit @ 2006/04/27 22:43:53


edit @ 2006/04/28 21:26:11
edit @ 2006/04/30 00:49:09


edit @ 2006/05/01 19:58:32
edit @ 2006/05/01 20:02:24
edit @ 2006/05/02 19:43:53
edit @ 2006/05/04 20:53:09
edit @ 2006/05/06 21:20:10
edit @ 2006/05/06 21:26:34


edit @ 2006/05/08 21:11:40


edit @ 2006/05/08 20:07:49
edit @ 2006/05/08 21:16:16
edit @ 2006/05/13 21:57:29
edit @ 2006/12/01 18:57:45

edit @ 24 Jul 2008 12:24:21 by ไอ้บ้า2ตัว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มาเม้นให้แล้วนะงับ

ท่านมุยก้รีบๆอัพต่อล่ะ

รออ่านอยุนะ

#1 By ~~Blue_Girl~~ on 2006-04-19 14:57

เอาให้จบแบบ happy นะ แล้วจะรอ

#2 By numwa (203.150.64.254 /203.150.85.54) on 2006-04-19 16:11

อดเป็นเม้นแรกง่า T^T เมื่อวานเข้ามาสองทุ่มก่าๆ ไหงพี่มาอัพสามทุ่มซะงั้น -*-

ส่วนตาลูคัส ...นายเพิ่งไปดูก๊อดฟาเธอร์มาหรือเปล่าเนี่ย หรือหนังแนวมาเฟียอื่นๆล่ะนั่น เท่ห์ๆโหดๆ น่าร้ากกกก >///<

#3 By =someone= (58.8.25.129) on 2006-04-19 16:23

สงสารเฟรินเจอศึกหลายด้านเหลือเกิน ส่วนพ่อลูคัสก็ออกมาดเหี้ยมจัง แต่เท่ห์ค่า

#4 By kirara_chan (164.115.9.35) on 2006-04-20 00:00

อย่างนี้ เฟรินก็ต้องรับศึกหนักเลยสิ ทั้งคาโล ทั้งบ้านเมือง

#5 By ^-^ (203.155.83.253) on 2006-04-20 08:11

เหอะๆๆงานนี้เฟรินโหดเป้นบ้า เอิ้กกกก ลูคี่สูบบุหรี่ด้วย เหอะๆๆๆ =[]=

#6 By (203.113.34.11) on 2006-04-20 13:03

โอย อ่านของท่านแล้วปวดตาเป็นบ้า

สีน้ำตาลไม่ดีหรอกฮะ

ลองเปลี่ยนเป็นสีขาวดู เข้าท่ากว่าเยอะฮะ

หรือจะให้ดี ท่านหาที่ลงใหม่เถอะฮะ เราจะตายเอา

เลิกๆ บ่นไปก็เท่านั้น ถ้าท่านมุยไม่อยากลงที่อื่นท่านก็คงไม่ลง

และต่อให้ปวดตาเราก็ยังจะอ่าน เพราะมันหนุก

เนื้อเรื่องเครียดๆแบบนี้แหละฮะ โดนมาก

หายากเหลือเกิน เดี๋ยวนี้มีแต่หวานๆ

หาเครียดๆได้นี่มีแต่ท่านมุยกับท่านฟ๊อกซ์สองคนแล้ว

อา.... สงสารเฟริน อย่าเพิ่งเครียดจนตายไปซะก่อนล่ะ

#7 By ~*Nix*~ (61.47.103.107) on 2006-04-20 18:18

คติประจำตัวพี่นี่ ไม่เม้นไม่อัพ นี่นา
เอาบ้างดีก่า ไม่อัพไม่เม้น (กำ !! พี่ไม่อัพจะเม้นอาไรล่ะนั่น - -)
มาต่อเร็วๆนะคะ
/me อ่านรอบสาม

#8 By =someone= (210.246.74.168) on 2006-04-21 22:27

สนุกมากเลยค่ะ ติดตามอ่านมาตลอด แล้วมาอัพเร็วนะคะ จะรออ่าน

#9 By (202.28.179.1 /10.7.55.132) on 2006-04-23 22:11

สนุกมากเลยค่ะ ติดตามอ่านมาตลอด แล้วมาอัพเร็วนะคะ จะรออ่าน

#10 By tomako (202.28.179.1 /10.7.55.132) on 2006-04-23 22:11

กว่าจะอ่านจบ

ตาแทบจะหลุด

มันอ่าแบบว่า สีดูกลืนๆ กันไปหมดเลย

เฟรินเดี๋ยวนี้โหดขึ้นเยอะเลย

เชียร์เฟรินกับคาโลต่อไปจ้า

#11 By jannyzz (161.200.37.252) on 2006-04-24 13:31

เจ๊มุย!!!!!!!!!!!!!!!! อัพเถอะครับ >[]<!

#12 By Evilcat ; おれんじ  on 2006-04-24 18:09

5555+
กลับมาจากเวียงจันทน์แล้วสิ สนกดีใช่ม้า....

มุยเอ๋ย...เจสอ่านซ้ำดูแล้ว ลูคัสนี่ชักคล้ายๆยากูซ่าเข้าไปทุกที โรก็พอกัน ลองเพิ่มบทให้โรทำท่าจิบชาแบบ..เท่ห์นิดๆ ขี้เกียจหน่อยๆดูสิ .......
เฟรี่ก็...ระวังอย่าให้เครียดมากไปล่ะรับศึกหลายด้านเหลือเกิน...
เจสจะรอหนูเกรนะจ๊ะ

#13 By เจส (203.209.108.100) on 2006-04-24 19:50

พึ่งมาอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ

ความรู้สึกแรกคาโลทำไมทำกับเฟรินอย่างนี้ -*-

ความรู้สึกต่อมา เฟรินโหดชะมัด น่ากลัวชะมัดยาดเลย -*-

แล้วก็เกรน้อยน่าสงสารจัง ยังเด็กอยู่แท้ๆ

แล้วก็อีกอย่างลูคัสติดบุหรี่ คิดได้ไงท่าน เหอๆๆ เอิ๊ก!!

แล้วจะรอ่านต่อนะ

#14 By faie (203.188.30.182) on 2006-04-26 04:42

อ่านตอนแรก - ยังงงๆอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร
แต่พออ่านไปอ่านมา
ลูคัส - โอ้ววว พระเจ้า พี่มุยทำอะไร ลูคัสถึงได้เหมือนมาเฟีย (อ่านแล้วนึกถึง
ก็อด ฟาร์เตอร์)ปานฉะนี้
โร - กลายเป็นฆาตกรฆ่าสัตว์อำมหิตไปซะแล้ว
เฟริน - พระเจ้า O_O นี่คือตัวละครที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างคาดไม่ถึง
สรุปคือ พี่มุยก็ยังเป็นพี่มุย ยังทำให้คนอ่านอึ้ง ทึ่ง เสียว ได้เช่นเดิม
อึ้ง - คาแรกเตอร์ต่างๆ จินตนาการไปได้ยังไง
ทึ่ง - พี่แกแต่งเข้าไปได้ยังไง อ่านแล้วมัดใจคนอ่านซะอยู่หมัดเลยแฮะ
เสียว - เสียวว่าคาโลจะทำอะไรเฟรินง่ะ - -"
เอิ๊ก ขอโทษนางับที่เม้นต์ยาวไป แต่ไม่ได้อ่านฟิคพี่มานานมาก(เพราะไม่ค่อยได้เข้าเด็กดี เลยไม่รู้ว่าพี่ย้าย) เลยเม้นต์ให้หายคิดถึงเลย

#15 By measama (203.153.169.86) on 2006-04-26 12:32

นานๆจะออกมาแสดงตัวตนกะเค้ามั่ง
จะบอกว่า สนุกมากเลยคะ
อ่านแล้วสงสารเกรจัง
Ps ลูคัสกลายเปนยากูซ่าซะแล้ว

#16 By lonelyfairy (221.128.100.31) on 2006-04-28 16:30

เครียดจริงๆ แฮะ แต่ก็สนุกดีค่ะ งานนี้ท่าทางเฟรินจะมีผู้ช่วยดีนะเนี่ย ทั้งลูคัส ทั้งโร ทั้งคิล เรื่องนี้ชักไม่ชอบคาโลเอาซะแล้วสิ

#17 By Serun (124.120.62.179) on 2006-04-29 13:37

ในที่สุดก็เปลี่ยน background แล้ว

ดีใจจัง ค่อยอ่านง่ายหน่อย

ลูคี่เท่จัง

#18 By jannyzz (58.9.41.18) on 2006-04-29 17:55

หะหะ อย่างอนนะท่าน เด๋วแก่ไวนา
อ่า เรื่องนี้มันช่างกดดันจิงๆ ท่านมุย แต่งได้สุดยอด แต่ละคนกลายสภาพ อัพเกรดความโหดกันกระจุยจิงๆ

แต่ยังไงก็ชอบคับ หนุกๆ ดี แต่เมื่อไหร่ จะมีเฟรี่ ปะทะคาลี่น้า ก็ราชินีเฟรี่ของเราชอบหนี อ้ะ
หะหะ ถึงจะไม่ค่อยได้เข้าแต่เราก็มาเมนท์แล้วนะคะ

#19 By bsbest (124.120.70.89) on 2006-04-30 09:13

เดี๋ยวนะๆ ขอเรียบเรียงข้อมูลก่อน

เฟรินโดนวางยาใช่มั้ย แล้วลูคัสช่วยได้พอดี

เหอๆๆ ไอ้ลอร์ดนั่นมันจะรอดมั้ยเนี่ย

ถ้าโรหรือคิลมาด้วยป่านนี้ตายไปแล้ว

เนี่ยแหละฮะ สีเข้าถ้าขึ้นเยอะ

ขอบคุณมากฮะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนปวดตาเวลาอ่าน

อ่า เราเข้าใจฮะว่าเขาไปกันหมดแล้ว

ทำไมท่านไม่เอาไปลงที่bloggangล่ะฮะ

ตัวหนังสือมันใหญ่กว่านี้เยอะ อ่านง่ายกว่า

เฮ้อ ช่างมันเถอะฮะ

เอาเป็นว่าท่านอัพเร็วๆก็แล้วกันฮะ

เราอยากอ่านต่อ

#20 By ~*Nix*~ (221.128.106.54) on 2006-04-30 14:31

เอ้ย ไม่ใช่สิ รูปจะหล่นใส่ ไม่ใช่วางยา

โอย ข้าพเจ้านี่ท่าจะเมาใหญ่แล้ว

ขออภัยฮะ

#21 By ~*Nix*~ (221.128.106.54) on 2006-04-30 14:32

อัพแล้วๆ

ในที่สุดท่านก้อัพ

#22 By ~~Blue_Girl~~ on 2006-04-30 17:37

ขออภัยที่เม้นช้านะคะ

อ่านมาหลายวันและ

แต่ดันใช้คอมฯที่ wall street พิมพ์ไทยบ่ได้

ป.ล. ตอนที่ลูคัสเรียก "เฟรี่" เดี๋ยวมีข่าวลือใหม่

"รู้ไหม คนสนิทของคิงลอเรนซ์น่ะ สนิทสนมกับองค์ราชินีถึงขนาดเรียกชื่อเล่นที่มีเขาคนเดียวที่เรียกได้ด้วยนะ"

^^b

#23 By =someone= (210.246.69.56) on 2006-04-30 21:25

มาต่อแล้วๆ
เฮ้อ! เฟรินเกือบไปแล้วนะเนี่ย ต่อไปจะเป็นไงนะ แล้วคาโลจะมีบทเมื่อไหร่ล่ะ

#24 By kirara_chan (164.115.9.35) on 2006-04-30 21:53

อ๊ายยยยย พวกอัศวินอยู่ไหนกันราชินีกำลังแย่แล้วนะ

คาโลก็อย่ามัวอืดสิ เห็นทุกทีมาช่วยทันนี่

#25 By kirara_chan (164.115.9.35) on 2006-05-07 01:40

ในที่สุดก็รู้ซักทีว่าเฟรินยังรักคาโลอยู่

เมื่อไหร่คาโลจะมาช่วยเฟรินจะได้รู้ว่า

ยังรักกันเหมือนเดิม

ปล. อัพน้อยดีกว่าไม่อัพนะจ๊ะ เพราะงั้นจะรออ่านทีละนิดต่อไป

#26 By jannyzz (58.9.45.161) on 2006-05-07 14:08

พี่มุยขา..ได้วันละ 2 หน้าก็เจ๋งแล้ว ของหนูยังวันละ 0 หน้าอยู่เลย

ลอร์ดฟลอเรซเอ๋ย...ขอชมว่า

"ด่าได้ตลาดดีมากจริงๆ"

แล้วไปรู้เรื่องเฟรินกะคาโลมาจากไหนล่ะนั่น

ถึงมาว่าเอาปาวๆอย่างนี้ อย่าให้เจอนะเดี๊ยะสวยๆ

บังอาจมาว่าเฟรี่จัง >O<

#27 By =someone= (210.246.74.15) on 2006-05-07 20:55

เฟรินจ๋า... อย่าร้องไห้นะ

เดี๋ยวจัดการคาโลให้ -.,-

บังอาจนักมาแกล้งเฟรินแล้วก็กลับไปซะเฉยๆ

นายจะไม่ได้อยู่ดีในฟิคชั้นแน่คาลี่คุง

ป.ล. เจ๊มุยขา...จบตอนได้ชวนลงแดงอีกแล้วนะคะ

เค้าจะคลั่งแล้วน้าตัวเอง >o<

#28 By =someone= (210.246.72.80) on 2006-05-08 21:05

เอิ้ก เจ็บปวดดีแฮะ

น่าสงสารเฟรี่ที่รัก

ใจเย็นๆเน้อ อย่าไปสนมันเล้ยคาโล

เอาโรดีกว่า(ไม่เลิกลัทธิRxF)

เครียดดีแท้ เราชอบ

แล้วมาอัพตอนใหม่เร็วๆล่ะท่าน เรารออยู่

#29 By ~*Nix*~ (61.47.122.151) on 2006-05-08 21:16

อัพจบแล้ว เย้!

ดีใจจริงๆ

แหมคาโลทำเฟรินเศร้าอีกแล้ว

แต่ตอนหน้าเฟรินตองหายเศร้าแน่เลย

จะรอตอนหน้านะจ๊ะ

#30 By jannyzz (58.9.45.70) on 2006-05-08 21:52

คาโลจะรีบกลับคาโนวาลทำไมเนี่ย เฟรินเลยยิ่งปักใจว่าไม่รักใหญ่เลย เฮ้อ~~

#31 By kirara_chan (164.115.9.35) on 2006-05-08 23:39

ง่า.....ทำไมถึงทำอย่างนี้ อยากร้องไห้จัง นำตาคลอเลย เมื่อไรจาทาอัพต่ออ่า อยากอ่านนนนนนนนน ชีวิตรันทด

#32 By เฟริเซีย (124.157.153.213) on 2006-05-09 15:41

มาเม้นท์แล้วนา...เม้นท์รวมไปเลยหล่ะกัน...หนุกจ้า เศร้าได้ใจ รีบแต่งไวๆอย่าอู้หล่ะ หึๆๆๆๆ...ไม่งั้นป๋ารอยของมุยอาจจะไม่เหลือชิ้นดีนะจ๊ะ

#33 By (203.113.34.7) on 2006-05-10 13:16

เม้นท์ล่ะค้าบ ใกล้จบแล้วสิเนี่ย

#34 By นัท (202.28.50.6 /192.168.31.90) on 2006-05-10 16:36

สนุกมากเลยค่ะ แต่งเก่งจัง

#35 By cardcaptor (124.120.51.84) on 2006-05-10 19:49

มุยเอ้ยไหนว่าน่ารักแสน
ดีแล้วทำกะเฟรินอย่างนี้ได้ไงเนี่ย
บรรยายซะเห็นภาพเล้ย จบแบบทำร้าย
จิตใจนางเอก(รึเปล่า)ของเราอีกแล้ว

#36 By m&m (61.19.25.86 /192.168.182.114) on 2006-05-14 21:47

#37 By hi (58.9.39.51 /192.168.1.134) on 2007-01-08 16:01

สนุกมาจ๊ะ รอติดตามอยู่ตลอดน้า

#38 By littlepig (125.24.239.43) on 2007-01-25 13:19

เห้อ ยังไงก็ยังรักอยู่ดี

#39 By yuechan (61.7.176.95 /61.7.176.95) on 2007-02-07 14:08

สนุกมสกbig smile ต่อเร็วๆน่ะ

#40 By 123 (203.151.227.127) on 2008-07-18 11:32