The thief of Baramos’s Tragedy : midnight labyrinth :Special Pain : Truth and trust 100%
posted on 04 Sep 2006 22:19 by muitapol in Fic-MidnightRabyrint
Special Pain : Truth and trust
ในวัยเด็ก... ผมมักมีคำถามแปลกๆ ในใจตลอดว่า ทำไม และ เพราะอะไร ผมเฝ้าค้นหาคำตอบนั้นด้วยตัวเองมาตลอด บางคำตอบก็เป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับผม แต่บางคำตอบก็ไม่ใช่...
....เมื่อตอนเด็ก ผมถูกเลี้ยงอย่างโดดเดี่ยว ไม่รู้จักรัก ไม่รู้จักชัง ไม่รู้ว่าสิ่งใดสวยงามหรือน่าเกลียด ผมรู้เพียงแค่มันจะทำให้ผมสนุกได้เท่าไรก็แค่นั้น
ผมเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลนักฆ่า ผมไม่รู้จักความต้องการหรือความปรารถนา เพราะทุกสิ่งที่ต้องการสำหรับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง พ่อและแม่ก็ได้จัดเตรียมไว้ให้จนเกินความต้องการ ดังนั้นผมจึงไม่คิดอยากจะได้อะไรสักอย่าง
เช่นเดียวกัน... บ้านของผมอยู่ในหุบเขาใหญ่ ผมมีชีวิตอยู่ในนั้น ผมรู้ว่าโลกนี้กว้างนัก และอยากที่จะออกไปพิสูจน์ด้วยตาของตัวเองบ้าง ดังนั้นเมื่อผมอายุสิบห้าพ่อและแม่จึงส่งผมไปเรียนโรงเรียนพระราชา
ที่นั่น...ผมจะว่าอย่างไรดี ผมค้นพบเพื่อนคนแรกในชีวิตและไม่คิดว่ามันจะนำความยุ่งยากลำบากมาให้ในสักวันหนึ่ง แต่ผมก็มีเพื่อนกับเขาแล้ว..
....บางครั้งผมก็คิดว่าเจ้าตัวยุ่ง มันช่าง'ยุ่ง'สมชื่อเสียจริงๆ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าสักวันหากผมไม่มันผมคงเหงาแน่ เพราะไม่มีเรื่องยุ่งๆ ให้ผมสนุก ดูเหมือนว่าคาโลจะคิดเช่นเดียวกับผม มันไม่ได้ชอบเฟริน...เหมือนที่ผมชอบ...
แต่มัน...
...รักเลยล่ะ...
ชอบกับรักมันต่างกัน ผมชอบเฟรินเพราะมันเป็นเพื่อนผม แต่จะให้คิดว่าสักวันจะแต่งงานกับมันก็ไม่ไหวจริงๆ ผมกับมันมีอะไรเหมือนกันเกินไป ใครๆ ที่ไม่รู้เรื่องราว เห็นผมกับมันที่ตัวติดกันตลอดจะคิดว่าผมคบกับมัน จนผมสุดจะทนที่จะอธิบายอะไรให้ฟัง เลยปล่อยให้เจ้าตัวยุ่งโวยวายออกงิ้วคนเดียวจะสนุกกว่า
ผมสบายตัวขึ้นเมื่อไม่มีเจ้าตัวยุ่งเกาะหนึบ แต่ไม่สบาย'ใจ'เอาเสียเลย เมื่อมันกับคาโลหันมาคบกันจริงจังแล้ว อันที่จริงผมก็พอจะรู้ว่ามันทั้งคู่แก่แดดกันก่อนเวลามานานแล้ว ผมสนับสนุนพวกมันเต็มที่เพราะดูน่าสนุกดีที่เห็นเจ้าชายน้ำแข็งโดนหลอม เห็นหัวขโมยร้อยหน้า หน้าแดงจัด ผมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมทั้งคู่ระยะหนึ่ง
ต่อมาไม่นานผมก็เริ่มเบื่อ เมื่อเฟรินเริ่มเป็นผู้หญิงจริงๆ มันใส่กระโปรง ยอมไว้ผมยาว ทำตัวสวย เพื่อให้คาโลชม ซึ่งเจ้าชายน้ำแข็งก็ไม่เคยตอบอะไรมากไปกว่าคำว่า ก็ดีนี่ แต่แค่นั้นก็ทำให้มันหน้าบานไปหลายวัน
แต่ว่านะ... ระหว่างเรื่องน่าเบื่อนั้น ผมก็ยังมีเรื่องสนุกให้เล่นอยู่ เจ้าหญิงเรนอนนั่นไง เจ้าหล่อนแอบชอบคาโลมานาน แต่เมื่อคาโลไม่เลือกหล่อน หล่อนเลยเหมือนเจ้าหญิงผีดิบแทน ใบหน้าหวานซีดขาวตลอดแต่นัยน์ตาสีม่วงกลับแดงจัด ผมเดาเอาว่าหล่อนคงร้องไห้อย่างหนักแทบทุกคืน
.......เฟรินมันกำลังมีความสุข... มันไม่รู้หรอกว่ามีใครอีกคนกำลังร้องไห้ทุกคืนอยู่
ผมไม่ได้คิดจะอาสาดามใจให้เจ้าหญิงคนงามในทีแรก ก็จริงอยู่ ในบรรดาผู้หญิงทั้งหมดทั้งมวลที่ผมเคยพบ มีเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์คนนี้แหละ ที่ผมคิดว่าตรงใจที่สุด หล่อนดูน่าปกป้องและก็แฝงความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวไว้
...เอาเถอะ... เล่นดูซักตั้งก็ไม่เลว
.....
อย่างที่เขาว่ากัน... รักแท้แพ้ใกล้ชิด... จากที่ผมคิดจะเล่นกับผู้หญิงคนนี้ หล่อนกลับแสดงอะไรที่มากกว่าที่ผมเห็นมากขึ้น...และมากขึ้นทุกวันๆ...
ผมคิดว่า ผมเริ่มจะรักเธอแล้วล่ะสิ
....
ผมแต่งงานกับหล่อน ผู้หญิงที่ผมรัก เราไม่เคยคิดว่ามันจะมีปัญหา ญาติผู้ใหญ่ต่างพอใจในตัวผมและเรนอน แม่ผมดีใจมากที่ได้เรนอนเป็นลูกสะใภ้ เพราะแม่ไม่มีลูกสาว ดังนั้นแม่เลยเอ็นดูเรนอนเป็นพิเศษ ทางตัวผมก็เช่นกัน ตระกูลธีน็อตพอใจในชื่อเสียงของตระกูลฟีลมัสมาก ดังนั้นเราจึงแต่งงานกันอย่างราบรื่น
แต่ทุกอย่างเริ่มแย่ลง ในเดือนแรก เรนอนขอให้ผมอยู่บ้านด้วยทั้งๆ ที่มีงานเข้ามา ผมเลยต้องโยนงานให้พี่ชาย ต่อมาไม่นาน เธอก็เริ่มเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ทั้งกอหญ้ารกๆ และทุกอย่างที่ช่วยอำพรางร่างในยามทำงาน
พระเจ้า...เธอกำลังจะเปลี่ยนคฤหาสน์สยองขวัญของนักฆ่าเป็นพระราชวังฤดูร้อน
พ่อผมได้แต่ส่ายศีรษะ แต่แม่ผมที่เข้าขั้นหลงลูกสะใภ้กลับเห็นดีเห็นงามทุกอย่าง
ดูสิคะ ฤดูร้อนดอกทานตะวันจะบานพร้อมๆ กันสวยเชียว เธอบอกผม ผมได้แต่ส่ายศีรษะเหมือนที่ท่านพ่อทำ นอกจากนี้เธอยังสั่งแจกันราคาแพงและเครื่องประดับบ้านอีกมากมายจากนานาประเทศ...
.....พี่ชายผมเริ่มกุมขมับเรื่องค่าใช้จ่าย....
แค่นี้เราไม่เดือดร้อนหรอก ผมรู้ดี แต่ไม่เคยมีประวัติกาลใช้จ่ายเงินอย่างน่ากลัวเช่นนี้มาก่อนในตระกูลเรา
เรนอนคิดถึงบ้านนี่คะ... เธออ้างเหตุผล เมื่อผมบอกให้เธอเพลาๆ ลง เรนอนอยากเปลี่ยนบ้านโทรมๆ นี่ให้เป็นพื้นที่ของเรนอนเอง ทีนี้น้ำตากลบนัยน์ตาสีม่วงสวยของเธอ เรนอนเสียใจจริงๆ ที่คุณคิลพูดแบบนี้ออกมา... ความรักของเราจะแทนค่าด้วยเงินเหรอคะ?
ทีนี้...บอกผมที ว่าใครแทนค่าความรักด้วยเงิน? ผมเริ่มรำคาญน้ำตาของเธอ
ผมไม่ค่อยจะอยู่บ้าน เลยให้พี่ชายตอบแทนว่าผมไปทำงาน อันที่จริงก็ทำหรอกนะ แต่ไม่ได้กินระยะเวลานานเหมือนที่ผมบอกเธอไว้หรอก บางครั้งผมก็หนีหน้าเธอไปซะ ดีกว่าจะมีปากเสียงกับเธอ
เพราะไม่ว่าอย่างไร ในทุกๆ การทุ่มเถียง เธอต้องเป็นผู้ชนะเสมอ...
ทุกครั้งที่ผมกลับบ้าน สิ่งที่ผมได้ยินเสมอๆ คือเสียงกรี๊ดของเธอ ตามด้วยเสียงบ่นกะปอดกะแปดเรื่องเดิมๆ ซ้ำซากไปมาอย่างน่าเบื่อ ทั้งเรื่องที่ว่าผมไม่กลับบ้าน ไม่เอาใจใส่เธอเลย ปล่อยให้เธอเหงา เพียงแค่ไม่กี่เรื่องนี้เธอสามารถบ่นได้ทั้งวัน แล้วก็จบลงที่ข้าวของสักอย่างแตก ดังนั้นผมจึงตัดสินใจออกจากบ้านไป
คราวนี้ผมไปนาน ผมท่องเที่ยวหลายๆ ประเทศ แต่ทุกเรื่องราวก็ยังเข้าหูผมอยู่ดี เฟรินแต่งงานกับลอเรนซ์ อันนี้ผมรู้แล้ว ลอเรนซ์รักมัน แต่สำหรับมัน ลอเรนซ์เป็นเพียงที่พึ่งของมัน มากกว่าคู่ชีวิต ลอเรนซ์ยอมรับในลูกที่ไม่ใช่ลูกของตัวเอง แต่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ แต่เรื่องที่เฟรินคลอดลูกชายและลอเรนซ์ตั้งชื่อว่าเกรนั้นผมเพิ่งรู้จากปากคนในบาร์ที่ผมไปนั่งดื่มเงียบๆ คนเดียว
คิงลอเรนซ์น่ะ รักลูกคนนี้มาก ชายคนหนึ่งบอกผม ด้วยท่าทางภาคภูมิใจ ถึงกับตัดสายสะดือและตั้งชื่อเองเลยว่า เกร
ผมรีบกลับบ้านพร้อมกับข่าวชิ้นล่า เพราะหวังว่าเฟรินน่าจะส่งข่าวคราวอะไรมาบ้าง ผมที่เป็นเพื่อนรักมันแท้ๆ กลับไม่รู้อะไรเลยก็แปลกไปหน่อยแล้ว
แล้วการคาดการณ์ของผมก็ไม่ผิด เรนอนยื่นจดหมายจากเฟรินให้ผมด้วยสีหน้าบึ้งตึง
หกเดือน!! เรนอนแผดเสียง คุณคิลไปนานตั้งขนาดนี้ไปทำอะไรคะ!!!
ถึงคิล
ตอนนี้ฉันคลอดแล้ว ลอเรนซ์ดีใจใหญ่ ฉันเองก็ดีใจเพราะไม่คิดว่าจะมีวันนี้ได้... วันที่ฉันเป็นแม่คนน่ะ
นี่คงไม่ใช่แอบไปมีอีหนูที่ไหนหรอกนะ!! อย่าให้เรนอนจับได้นะคะ ทั้งๆ ที่ก่อนแต่งงานน่ะ เรนอนคิดว่าคุณคิลเป็นคนดี อ่อนโยน เอาใจใส่คนอื่น แต่จริงๆ แล้วก็เหมือนคนอื่นนั่นแหละ พวกผู้ชาย...
ฉันรู้สึกผิดเหลือเกิน... ฉันไม่แน่ใจว่าลอเรนซ์จะมาแทนที่คาโลได้ และฉันจะสามารถรักเขาได้อย่างหมดใจเหมือนที่เขารู้สึกกับฉันหรือเปล่า
คุณคิลไม่แตกต่างกับพวกนั้นเลย!! รู้ไหมคะ เรนอนอยู่บ้าน ทำงานบ้าน ในขณะที่คุณคิลเปรมปรีกับอะไรๆ เรนอนไม่ชอบแบบนี้เลย! คุณพ่อเวสก็ทำหน้าเย็นชากับเรนอนอีก ทำไมคุณคิลต้องเอาเรนอนมาปล่อยเกาะด้วย
ลูกชายของฉันชื่อว่าเกรนะ เป็นตาหนูตัวน้อยๆ ของพ่อเขา หมายถึงลอเรซ์น่ะนะ ทุกครั้งที่ฉันเห็นเกรฉันรู้สึกดีใจปนเศร้าทุกครั้ง เกรทำให้ฉันนึกถึงคาโล ฉันไม่อยากนึกถึงคาโลแล้ว พอกันที ฉันอยากมีชีวิตที่สงบสุข ลอเรนซ์หยิบยื่นทุกอย่างให้ฉัน ฉันต้องตอบแทนเขาสิ จริงไหม?
ชื่อเกรจริงๆ เหรอ ชื่อแปลกแฮะ... บางทีคนเราก็มีรสนิยมแปลกๆ ได้เหมือนกัน เอาเถอะ...
เรนอนเหงาจับจิตจับใจเลยรู้ไหม!! ทุกครั้งที่คุณคิลไม่อยู่ อาจจะมีใครบุกเข้ามาก็ได้ เรนอนกลัวและเกลียดมันมากด้วย การอยู่คนเดียวน่ะ!
ฉันดีใจนะ... ที่เกรเกิดมา ดีใจที่ไม่ได้ทำแท้ง ตอนนี้ฉันยังไม่เป็นไรหรอก จริงๆ นะ ฉันว่านายต้องห่วงอยู่แน่ ฉันสบายดีแล้ว ที่นี่สมบูรณ์พูนสุข ลอเรนซ์พาฉันกับเกรออกไปเที่ยวบ้าง เล่นเกมกันบ้าง เขายังวางแผนให้เกรเรียนนู่นเรียนนี่เมื่อโตขึ้นอีก เขาช่วยฉันเปลี่ยนผ้าอ้อมเกร แล้วก็อยู่ข้างๆ เวลาที่ฉัน เอ่อ... อ่อนแอน่ะ..
เรนอนทำทุกๆ อย่างเพื่อคุณคิลมาตลอด เรนอนคิดถึงคุณคิลตลอดเวลา แล้วทำไมคุณคิลไม่เคยทำเหมือนเรนอนบ้าง! คู่รักอื่นๆ เขาไปเที่ยวกัน เรนอนปวดใจมาก ในขณะที่เรนอนต้องเฉาอยู่บ้าน เฝ้าสามีที่ไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ คิดดูสิคะ! คิดถึงหัวอกเรนอนบ้าง
นายเป็นอย่างไรบ้าง? สบายดีไหม? ชีวิตกับเรนอนล่ะเป็นอย่างไร? ฉันอยากรู้จริงๆ เรนอนเคยส่งข่าวมาว่า นายไม่ค่อยสนใจเขา เกิดอะไรขึ้นล่ะ? นายต้องเอาใจใส่เขาหน่อยนะ ช่วงนี้พายุเข้าซาเรสด้วย เห็นลอเรนซ์ว่า อากาศคงแปรปรวนอีกมาก แต่บ้านนายอยู่หุบเขานี่นา คงไม่เป็นอะไรมากมั้ง?
ฟังเรนอนสิคะ คุณคิล!! โอ... ที่เรนอนพูดไปไม่ได้ช่วยให้คุณคิลต้องคิดเลยเหรอ
ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะ... ฉันคิดว่านะ ตราบใดที่ลอเรนซ์อยู่ข้างๆ ฉัน ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปในทางที่ดีแน่
รัก,
เฟริน
อืม ผมรู้แล้ว ผมเก็บจดหมายลงกระเป๋าเสื้อ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ฟังอะไรเลย ผมจดจ่ออยู่แต่กับจดหมาย เฟรินมันกำลังโกหกครั้งยิ่งใหญ่... โกหกตัวเองว่ามีความสุขดี แต่ลอเรนซ์รู้ทุกอย่างที่อยู่ในหัวมัน แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้...
.....
เราใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าหนูเกรได้สามขวบ ผมยังไม่คิดจะมีลูกและนั่นทำให้เรนอนได้หัวข้อในการบ่นใหม่นั่นคือเรื่องลูก ทำไมเธอถึงอยากมีลูกนัก ผมก็ไม่เข้าใจรู้แต่ว่ามันสร้างความปวดหัวให้ผมได้จริงๆ จนกระทั่งวันนึง ผมเลยไปเยี่ยมคาโลแทน ผมคุยกับมันเรื่องเรนอน ผมเริ่มเข้าใจเรื่องความหมายของคำพูดมันแล้ว... มันไม่ได้ช่วยอะไรผมมากนัก แต่ก็ยังดี..ดีกว่านั่งเฉยๆ ฟังเมียบ่น
เกรอายุห้าขวบ เราก็หย่ากันอย่างเป็นทางการ ผมใจหายเหมือนกันที่เป็นแบบนี้ ผมรักเธอ ผมรู้ตัว แต่เราไปกันไม่ได้จริงๆ ผมทนเธอไม่ได้ เธอทนผมไม่ได้ ไม่มีเหตุผลต้องอดทนอีกต่อไป
แต่พี่ชายและพ่อผมกลับโล่งใจ......
พ่อถึงกับเสนอให้ผมใช้วิธีโบราณบานบุรีอย่างดูตัวเพื่อหาสะใภ้ใหม่ด้วยซ้ำ แต่ผมปฏิเสธลูกเดียว คนเดียวก็เกินพอแล้ว... ผมคิดถึงเฟริน คิดถึงชีวิตการผจญภัยและเรื่องยุ่งๆ เมื่ออยู่กับมัน
ผมแอบหวังด้วยซ้ำว่าให้มีเรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นบ้าง อะไรๆ จะได้ไม่น่าเบื่อเกินไป แต่ผมรอไม่นานหรอก.. เมื่อลอเรนซ์ตายปริศนา ก็มีสารด่วนจากแอเรียสให้เข้าพบด่วน ผมยิ้มแก้มปริ
อยู่กับนายไม่มีเบื่อจริงๆ เฟริน...
....
เอาเป็นว่าครบ ๑๐๐% อย่างปลอดภัยและปลอดโปร่งนะฮะ เอิ๊กๆ ครายย..คราย.. ที่อ่านแล้วชิ่งโลด กลับมาเมนต์หน่อยละกันฮะ =.,=ก่อนที่เจ้ามุยจะบรรลุและละทางโลกไปเสียก่อน ฮุฮิ
ช่วงนี้อะไรยุ่งๆ เกิดขึ้นเยอะ ดีใจที่แต่งตั้งนายกใหม่เสียได้ ผมเองไม่ค่อยชอบระบอบนี้สักเท่าไหร่ คือ.. ผลดีก็มีอยู่ ผลเสียก็มีอยู่ แต่ในมุมมองผม ผมว่าการเอาทหารเข้าปกครองจะทำให้บ้านเมืองเรียบร้อยขึ้นจริงๆ หากก็แต่...คนมันก็อึดอัด ฉะนั้น รอรัฐธรรมนูญจะดีที่สุด
รับกรรมมาก ช้างสาร พัดทางอีสานกับเหนือ ใครที่อยู่เหนือกะอีสานเป็นไงบ้างฮะ พะเยานี่ฝนเริ่มตกแหล่ว น่ากลัวน้ำจะท่วมอีก
เรียน คุณนิ๊กซ์ฮะ คือ..ที่จะส่งให้ ได้ครับผม จะขอเซอร์วิสพิเศษก็แล้วกัน ทิ้งเมล์ที่ติดต่อได้ไว้ครับ คงได้ก่อนการอัพครั้งหน้า หรือหลังจากที่ผมขุดไฟล์ได้ =__=;;;;;; แต่ถ้าไม่เจอก็ต้องขออภัยล่วงหน้าก่อนนะครับ แจกเค้าไปหมดแล้ว ผมไม่ค่อยได้เก็บนักหรอก
edit @ 2006/10/04 09:28:43
edit @ 24 Jul 2008 12:16:06 by ไอ้บ้า2ตัว

ส่วนที่ท่านสงสัยว่าถ้าเราอโหสิกรรมแล้วเค้าไม่อโหสิกรรมกับเราด้วย แล้วจะเป็นไง เราคิดว่าถ้าเราไม่ติดหนี้(กรรม)อะไรเค้าแล้ว ก็เป็นเรื่องของคนๆนั้นแล้วหละ แบบว่าถ้ามาเกิดใหม่ เราก็อยู่ของเรา แต่เค้าจะมามีกรรม(การกระทำ)กับเราก็เป็นเรื่องของเค้าที่เราจะไม่ต้องไปเดือดร้อนเพราะเค้า เค้าก็ทำของเค้าไป ไม่มากระทบเรา เอ...งงกันไหมนี่ (โอ...เราก็คิดอะไรในแง่ธรรมะได้ด้วยรึนี่!?)
แต่ยังไงก็เอาเป็นว่าท่านคามุยสู้สู้ สู้ตายละกันค่ะ แล้วก็อย่าลืมว่ามีพวกเราเหล่าแฟนฟิคอยู่เคียงข้างท่านเสมอ
ปล.สงสัยต้องบันทึกไว้เป็นประวัติกาลเลยนะเนี่ยที่ "เราก็เขียนอะไรเป็นการเป็นงานได้ด้วย!"
แล้วจะมาเยี่ยมใหม่นะท่าน
#1 By tomako (202.28.179.1 /10.7.55.132) on 2006-09-05 00:37