Last Memory of

Her mind :

End of

Her Pain

ความทรงจำสุดท้ายแห่งเธอ :

จบความเจ็บ




Ai_Mui / ตอนจบ ทิ้งทวนแล้ว คนที่บอกว่าเดาตอนจบไม่ออก ตอนนี้คงทราบแล้วมั้ง ตอนจบ อาจจะเป็นเหมือนไม่จบ แต่สำหรับผมมันจบแล้ว(งงไหม ?)

มีคำถามไหมฮะว่า ทำไมต้องเขียนเรื่องคนแก่ด้วย เพราะ... คนเรา เกิด แก่ เจ็บ และตาย มันก็แค่นี้ วนๆ เวียนๆ เท่านี้ ตัวเราคงเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน สร้างความร้อน - หนาวให้ชั่วประเดี๋ยวก็หายไป ไม่มีอะไรเลย!

 

มีใครตอบได้บ้าง เรื่องที่ผมพยายามเน้นและบอกกล่าวกันมา ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องอะไร?

 

 

ป.ล. มีนิยายออริอีกเรื่องครับ คาดว่าคงลงถังเช่นเคย ไม่นานเกินรอแน่ครับ... ดูสปอยท้ายตอน

 

ถึงเฟลิโอนา...

หากเธอกำลังอ่านจดหมายฉบับนี้อยู่ ฉันคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว...

 

แต่ทว่าตอนนี้ฉันกำลังมีชีวิตอยู่และอยากให้เธอรับรู้ว่า 'พี่ลอเรนซ์' ของเธอคนนี้
ไม่ใช่คนดีนัก บางครั้ง....ฉันก็รู้สึกว่าต้องการครอบครองเธอ...เป็นเจ้าของเธอเพียงคนเดียวหากแต่ฉันรู้....ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรหากการครอบครองร่างกาย แต่ปราศจากหัวใจและฉันเพียง...อยากจะทำหน้าที่ของฉันให้ดีที่สุดเท่านั้น... นั่นคือการเป็น 'พี่ลอเรนซ์' ของเธอ

 

ฉันรู้ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นกับฉันและเธอ...เฟลิโอนา เห็นแม้กระทั่งการตายของตัวเอง แต่ฉันไม่ปรารถนาจะเห็นความตายของเธอเฟลิโอนา

 

นักบวชอย่างฉัน มีพลังในการ 'เห็นอนาคต' แต่ก็มีข้อห้ามที่ถือเคร่งครัดว่าจะต้องใช้พลังนั้นเพื่อการช่วยเหลือผู้อื่นเท่านั้น และผู้นั้นห้ามเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับความห่วงใยหรือหัวใจ แต่ฉันไม่อาจปฏิบัติตามได้ ฉันแหกกฏนั้นแล้วจึงทราบถึงความหมายของข้อห้าม...

 

ลูคัสจะเป็นผู้ช่วยสำคัญของเธอ เขาซื่อสัตย์หากไม่สัตย์ซื่อต่อหัวใจตัวเอง ฉันมองเห็น...
อนาคต...ตอนที่เธออ่านจดหมายฉบับนี้เธอคงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น..จงอย่ากลัว น้องสาวพี่
หากเธอไม่ได้เลือกเขา เพราะความรักของเขาพิสุทธิ์ยิ่งกว่าความรักใด มากกว่า 'พี่ลอเรนซ์'ของเธอ มากกว่าคาโล วาเนบลี หากเธอต้องการจะเลือกใคร...ที่พร้อมจะปกป้องเธอโดยไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน...จงเลือกเขา 'พี่ลอเรนซ์' ทำได้เพียงแนะนำเพียงเท่านี้

 

ความสูญเสียของเธออาจมากมายมหาศาลในความคิดเธอ ฉันเสียใจที่ไม่อาจอยู่ข้างๆ เธอได้ได้แต่หวังว่า 'หมากมนุษย์' ที่ฉันวางไว้จะไม่ละทิ้งหน้าที่ของเขา

 

เธอมิได้สูญเสียแสงสว่างไปเลยเฟลิโอนา แสงสว่างยังคงพร่างพราวอยู่ในนัยน์ตาเธอ 'หมากมนุษย์' ทุกคนรักเธอ ฉะนั้น...จงอย่าอาวรณ์ถึงฉัน อย่าอาลัยถึงเกรเพราะทุกอย่างมันเป็นเช่นนั้นเอง

 

เธอเป็นอิสระแล้วเฟลิโอนา เธอมีสิทธิจะเลือกทางเดินตามที่หัวใจเธอต้องการ อย่ากังวลกับอนาคตอีก ปล่อยให้หัวใจของเธอชักนำบ้าง ณ สุดปลายของชีวิต เมื่อเธอใกล้จะออกเดินทาง เธอจะได้คำตอบเองว่า หัวใจเธอชักนำไป...ถูกหรือไม่ ฉันขอ...เธออย่าได้ผูกพันธ์กับแอเรียสมากไปกว่าแผ่นดินที่เคยนอน ฉันดีใจที่เธอรักแอเรียส แต่จะดีใจยิ่งกว่าหากเธอมีความสุขอย่างแท้จริง

 

 

ฉันมีความสุข...เหลือเกิน เมื่อได้อยู่ร่วมกับเธอและลูก..ถึงจะไม่ใช่พ่อแท้ๆ หากเป็น
'พ่อทูนหัว' ฉันก็รู้สึกปลาบปลื้มเสียมากแล้ว ถ้าสักวันหนึ่ง...เธอมีใครคนหนึ่งและมีลูก
จงบอกแก่เขาว่า ครั้งหนึ่ง...'พี่ลอเรนซ์' เคยรักเธอและลูกมากเท่าไร

 

 

อาจจะเกิดอะไรขึ้นมากมายหลังจากนี้เฟลิโอนา ฉันเองก็จะได้พักผ่อนเสียที

 

ความตาย...มิใช่เรื่องน่ากลัว หากแต่คือการเดินทางครั้งสุดท้ายของวิญญาณ... ดังนั้นหากวันหนึ่ง เธอต้องออกเดินทางไกลเช่นฉัน ฉัน...จะมารับเธอเอง แต่ตอนนี้...ตอนที่เธอยังไม่ได้ออกเดินทาง ยังไม่ได้เตรียมของฉันแนะนำให้เธอเก็บน้ำตาไว้ ร้องเมื่อยามเธอต้องตัดสินใจว่าควรจะเดินสายใด ถึงตอนนั้นร้องเถิดเฟลิโอนา ร้องเสียให้พอจนสาแก่ใจ

 

แล้วหลังจากนั้นจงอย่าร้องไห้อีก!!

 

 

ฉันรู้ชีวิตเธอผ่านอะไรๆ มามากมายเหลือเกิน แต่ประโยคสุดท้าย ที่ 'พี่ลอเรนซ์' ใช้มาตลอดชีวิต และอยากให้รับรู้ว่า

 

 

"เพราะมันเป็นเช่นนี้เอง!"

 


รัก,
ลอเรนซ์

 


.................

 

 

ร่างบางแทบจะปลิวลม ชุดดำประดับด้วยลูกไม้อ่อนช้อยยามรอมเท้า ใบหน้าหวาน
ที่ถูกซ่อนในหมวกดำใบสวยยากจะคาดเดาอารมณ์ได้... นี่มิใช่การสูญเสียครั้งแรก... หากแต่เป็นครั้งที่สอง และอาจมีครั้งต่อๆ ไป ที่เธอต้องมายืนอยู่ตรงนี้...

 

ร่างสูงที่ยืนเคียงข้าง ฉวยข้อมือน้อยมากุมแน่น ราวกับต้องการจะถ่ายทอดความเข้มแข็งไปให้ ทว่าดวงตาคู่โตสีน้ำตาลยังคงสงบราบเรียบ...ดังคนเข้าใจในทุกอย่าง

 

"เฟริน... กลับไปกับฉัน" คาโลกระซิบลงข้างหู ด้วยเสียงอ่อนหวาน ปรารถนายิ่งนักจะให้หญิงสาวตอบรับ "กลับคาโนวาลกัน... นายไม่มีอะไรผูกพันธ์กับที่นี่อีกแล้ว.."

 

"แอเรียสไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งของคาโนวาล" สุรเสียงหวานตอบเรียบ นัยน์ตาสงบ ไร้แววอวดดี

 

"ไม่ใช่คำสั่ง...แต่เป็นคำขอร้อง..." เขาทอดเสียงต่ำ เบา นุ่ม อ่อนโยน มือขาวเรียว
กระตุกเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองเขาตรงๆ ไม่หลบตาเช่นเคย

 

"ฉันเสียใจคาโล...แต่ฉันเลือกแล้ว..." เธอกระชับมือใหญ่ แกว่งไปมา "ฉันไม่เคืองแค้นใดๆ อีก..ทุกอย่างที่นายทำ... แต่ฉันไม่อาจลืมมันได้ นายก็รู้ดี ปล่อยให้มันเป็นอดีต ให้มันหวานปนขมอยู่ตรงซอกใจอยู่อย่างนั้นเถิด เอาไว้เวลาที่ว่าง ให้นายหวนรำลึกถึงมัน"

 

คาโลเอื้อมมือมาโอบไหล่บางไว้มั่น "ฉันรักนาย!! ไม่อยากสูญเสียนาย...แสงสว่างในชีวิตฉันไปอีก!"

 

หญิงสาวระบายลมหายใจยาว "ฉันไม่ใช่อะไรทั้งนั้นคาโล... เพราะฉันคือฉัน แสงสว่างไม่เคยหายไปไหน ไม่มีวันไปจากนายได้ เว้นเสียแต่นายจะมองไม่เห็นมัน ฉัน..ยังยืนตรงนี้ ที่เดิม แต่ไม่ใช่ฐานะเดิมฉันมีหน้าที่ของฉัน ที่ตรงนี้ตราบจนสิ้นชีวิต! ฉันรักลอเรนซ์เหมือนสาวกรักพระศาสดา ฉันรักนายเหมือนมิตรแท้... แอเรียสจะไม่เปลี่ยนแปลง ฉันจะไม่เปลี่ยนไป แอเรียสจะเป็นพันธมิตร...หากนายยังต้องการ"

 

"เป็นอีกครั้งสินะ... ที่นายปฏิเสธฉัน" ชายหนุ่มยักไหล่ หัวเราะหึ แล้วกล่าวต่อด้วยเสียงขมขื่นว่า "ฉันอยากชดเชย...ให้ทั้งนายและตัวเอง ที่ทำผิดไปขนาดนั้น ฉันอิจฉาลอเรนซ์ที่ได้รับในสิ่งที่ฉันควรได้ ยืนในที่ที่ฉันควรยืน! อยากได้ยินคำว่า 'พ่อ' ที่เรียกฉันออกจากปากเกร!! แต่สุดท้ายแล้ว... ฉันกลับรักษาอะไรไม่ได้เลย!!"

 

"ฉันรักนาย" เสียงหวานละไม อ่อนโยน "ใช่รัก รักมาตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนอยู่กับลอเรนซ์ หรือตราบจนเขาตาย... ฉันยังคิดถึงแต่นาย... แต่.." เธอแย้มยิ้ม "เวลานี้...ไม่ใช่อีกแล้ว ความรู้สึกของฉัน คงคล้ายๆ กับเสด็จแม่อลิเซียที่มีต่อพ่อนายกระมัง... ไม่มีสิ่งใดพิเศษ..หากแต่ยังรู้สึกหวานในความทรงจำ"

 

"คาโนวาล ต้องแพ้บารามอสอีกแล้วหรือนี่ ?"

 

"นายไม่แพ้คาโล... แต่ฉันเสียใจ เราไม่อาจเดินทางสายเดียวกันได้ มีเพียงแต่มิตรภาพเหลืออยู่เท่านั้น"

 

"แต่ฉันยอมแพ้... เฟริน คาโนวาลจะยืนที่เดิม ด้วยหัวใจดวงเดิมอย่างมั่นคง!! ไม่ว่าแอเรียสหรือเดมอสจะเปลี่ยนแปลงเพียงใดก็ตาม! จะเป็นมิตรแท้ให้นาย จะรักษาดวงใจไว้ ให้นาย!!! เพียงคนเดียวของฉัน!"

 

เธอปล่อยมือเขา ดันแผ่นอกออกอย่างสุภาพ "นั่นเป็นสิทธิของนาย หากคาโนวาล...จะเปลี่ยนไป แอเรียสก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆ"

 

นัยน์ตาสีฟ้าพราว บอกชัดถึงความรักและความมั่นคง เฟรินสบตา..แย้มเยือน

 

"ฉันเสียใจ...แต่มันเป็นเช่นนี้เองคาโล!"

 

แล้วร่างบอบบางก็ก้าวออกจาก ณ ตรงนั้น ทิ้งให้คนตัวโตยังยืนอยู่ ณ ตรงนั้น
นัยน์ตาคู่โตมุ่งมาด ฉายแววแห่งความหวังชัด อดีต...เธอมิได้ละทิ้งไว้ไหน หากแต่ยังหวาน ขม อยู่ในดวงใจตลอดกาล!!

 

 

สองมือน้อยเข้าคล้องคอบุรุษที่ยังรอเธอทั้งสาม "ไปกันเถอะ!! มีงานอีกมากให้เราจัดการ!"

 

 

.......

 

 

ชายชราเรือนผมสีเงินวิบวับเป็นประกาย แม้ร่างจะงองุ้มด้วยวัยที่ล่วงเลยก็ตามที
แต่ทว่านัยน์ตาสีฟ้าที่เคยมัวหม่นกลับกระจ่าง เมื่อมือเหี่ยวย่นบรรจงวางดอกเบจมาศสีเหลืองสดใสตัดกับสีฟ้าครามของผืนนภาเจิดจ้าลงบนหลุมศพที่ถูกทับด้วยดอกไม้ราวกับภูเขาย่อมๆเขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสดใสของฤดูร้อน

 

 

คิดถึงเธอ...เหลือเกิน

 

 

"วันนี้อากาศดีนะเฟริน..." เสียงทุ้มพึมพำเบาๆ ราวกับจะบอกถึงใครบางคนที่อยู่ห่างไกล แล้วฉับพลันบุรุษวัยกลางคนจึงก้าวเข้ามาหาผู้เฒ่าช้าๆ ก่อนจะยอบตัวลงนั่งตรงปลายเท้า นัยน์ตาที่สบมองบ่งบอกถึงความจงรักภักดี เทิดทูนสุดซึ้ง

 

 

"อลัน..."

 

 

"กระหม่อม..."

 

 

มือหนางองุ้มด้วยวัยสั่นน้อยๆ จึงค่อยวางบนศีรษะผู้อ่อนวัยกว่า "เล่าความหลังให้คนแก่ใกล้ตายฟังหน่อยซิ..."

 

"หลังงานศพทูลกระหม่อมเกร ราชินีเฟลิโอนา นำตนเองขึ้นแท่นคิง เป็นจักรพรรดินี แล้วจึงทำสัญญาเป็นเมืองพี่ เมืองน้องกับคาโนวาลและไนล์ ถูกกล่าวขานว่าเป็นจักพรรดินีที่ปรีชาที่สุด ส่วนพระองค์..." คนเล่ากลืนน้ำลายเล็กน้อย "ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นกษัตริย์นักรัก คาโนวาลคือเมืองอกหัก นับเนื่องจากสองกษัตริย์ สองรุ่น ถูกปฏิเสธ"

 

"เธอเก่งนะ..." เสียงทุ้มห้าวสั่นเทา แต่ยังแฝงด้วยความเฉียบขาดของสายเลือดสีน้ำเงินไว้ "เก่งมาก..เข้มแข็งมาก.. ฉันอยากจะปกป้อง จนถึงวันสุดท้าย แต่เหมือนกับว่าฉันหมดหน้าที่ของตัวเองแล้ว...เราสองคนเหมือนเส้นขนาน เดินทางไปด้วยกัน แต่ไม่มีวันบรรจบกันได้อีก..." เขาทอดถอนลมหายใจช้าๆ

 

"อลัน..."

 

 

 

"กระหม่อม"

 

 

 

"ฉันไม่มีอะไรจะให้เธอ กษัตริย์เฒ่ามีแค่คำอวยพรให้แก่เพื่อนที่ภักดีที่สุดว่า.. สักวันหนึ่ง หากเธอจะออกเดินทาง จงเตรียมเสบียงกรังให้พร้อม อย่าอาลัย..เพราะสุดปลายทาง คนที่เธอรักกำลังรอเธออยู่ที่นั่น"

 

 

น้ำใสค่อยไหลรินออกจากนัยน์ตาคู่หม่นอย่างช้าๆ จากผู้เป็นทั้งข้าฯ คนสนิท และเพื่อนคู่ใจ "กระหม่อม... ฝ่าบาทเช่นกัน จักพรรดินีจะรอพระองค์ที่สุดปลายทาง..."

 

"ใช่... วันนี้อากาศดี เหมาะแก่การเดินทาง" เขาเอนตัวลงบนเตียงผ้าอย่างสบายใจ ราวกับจะพักสักงีบในยามบ่ายที่อากาศดี "ไปถึงต้องง้อเขาหน่อยล่ะ ยิ่งขี้งอนอยู่ด้วย..." ชายชราบ่นพึมพำกับตนเองอย่างขันๆ แล้วจึงหันมาสั่งว่า

 

 

"ฝังฉันไว้ตรงนี้ ใกล้ๆ กับเธอ ฉันเป็นคนมั่นคง ไม่มีวันเปลี่ยนดังภูผาในคาโนวาล จะแข็งแรง มั่นคงเป็นที่พักพิงให้เธอ และหากฉันจะรักเธอ... จะรักและปกป้องเธอ จนวันสุดท้าย..." สิ้นเสียง ลมหายใจแผ่วของผู้ชราจึงค่อยเบาลง...เหลือเพียงข้าฯ ก้มตัวลงแสดงถึงความเคารพสูงสุดด้วยน้ำตานองหน้า

 

 

"ขอทรงพระเจริญ... ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ตาม ทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด... คิงคาโล วาเนบลี!"

 

 

 

สายลมหวีดหวิว กรีดร้องกึกก้องอีกครั้งไปทั่วแผ่นดิน... ช่วยลดคราบรอยน้ำตาให้แห้งสนิท... ดอกเบญจมาศร่วงโรยเกรอะกรังติดปากหลุม ที่มีอีกหลุมหนึ่งเคียงข้าง พวงดอกไม้แห้งสนิทสีน้ำตาลเข้มถูกร้อยจากป้ายบนหลุมหนึ่งไปยังอีกหลุมหนึ่ง ราวกับจะให้เชื่อมโยงสายใยรักไว้ตลอดกาล...

 

ทุกอย่างยังคงไว้เช่นเดิม ลำธารมีรัวร์ยังไหลเอื่อยระรวยรื่น อาทิตย์ยังคงอัสดงในยามเย็น หากแต่วันนี้...จะมิมีหญิงสาวยืนอย่างสง่างามปนทนทุกข์ข้างหลุมศพอีกแล้ว...

 

 

กาลเวลาผันผ่าน..มีเพียงประวัติศาสตร์เท่านั้นที่ถูกจารึกว่าเกิดเรื่องราวใดขึ้นบนแผ่นดินแห่งนี้...

 

 

ทุกอย่างเลือนลับหาย... เหลือเพียงฝุ่นผง...

 

 

มิมีสิ่งใดคงอยู่เที่ยงและยาวนาน...เพราะ..

 

 

มันเป็นเช่นนี้เอง!!

 

 

 

......

 

 

Mon dictionnaire

ขอกระแดะใช้ภาษาฝรั่งเศสหน่อยเหอะ

เนื่องจากว่าตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่องนี้

เป็นภาษาฝรั่งเศสเสียส่วนใหญ่

เลยจะเฉลยคำแปลให้

(คำอ่านจะเป็นไปตาม

dictionnaire นะครับ)

 

bénir (เบนีร)vt. อวยพร ทำให้ศักดิ์สิทธิ์
miroir (มีรัวร์/มีครัวร์)nm. กระจกส่อง,กระจกเงา
méfait (เมแฟ) nm. กิจการชั่ว,การกระทำอันเลว
océan (โอเซอัง) nm. มหาสมุทร
gré (เกร/เกรอะ) nm. ใจชอบ,ความพอใจ,ใจมุ่ง
เครดิต :
พจนานุกรม ฝรั่งเศส - อังกฤษ - ไทย
ของ
ศาสตราจารย์ น.อ. พระเรี่ยมวิรัชชพากย์ ร.น.

 

ท้ายเรื่อง ตามสัญญาครับ

 

สปอย... สปอยจริงๆ เขียนไว้นิดเดียว แล้วจะลงถังแล้ว

 



 

ชายหนุ่มร่างใหญ่ ระบายลมหายใจเบาๆ อย่างข่มความเหนื่อยอ่อนการเดินแบบครั้งนี้... ก็เหมือนเดิมๆ


 

ตกลงไว้แล้วว่าสองชุด แต่แล้วเพราะการ 'ช่วย' ทำให้ชายหนุ่ม ต้องกัดฟันกรอด เดินอีกสามรอบ

 

 

หลังเสร็จงาน เขาขอตัวออกมาทันที ไม่อยู่ร่วมปาร์ตี้อื่นๆ อีกแต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... เขาขยับแขน ก้มลงมองนาฬิกา

 

 

เลยวันใหม่มาสองชั่วโมงแล้ว

 

 

อีกวันหนึ่ง... ที่เขาต้องหมดแรงบนที่นอน กลิ่นเหล้าโชยคละคลุ้งปนกับกลิ่นบุหรี่ติดตัวจากงาน ไม่มีแรงแม้แต่จะยันร่างไปอาบน้ำ

 

 

และเป็นอีกวันที่ต้อง... พบกับความว่างเปล่าของบ้านหลังงาม

 

 

รอพบ... เรื่องเต็มๆ ที่คงไม่จบ/ลงถัง ในเร็วๆ นี้

Coming SOon!!!


edit @ 2006/11/20 19:18:42
edit @ 2006/11/23 16:41:12

edit @ 24 Jul 2008 12:14:13 by ไอ้บ้า2ตัว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

><

ขอยึดที่คอมเมนท์แรกนะคะ

จบได้แบบไม่คาดคิดมากๆ

แต่ยิ่งอ่านยิ่งทรมานนะพี่นะ

จบความเจ็บปวด แต่ความทรมานจากการอ่านยังไม่จบเลยอ่ะ -*-

ป.ล. ส่วนออริจะจบไม่จบก็จะรออ่านค่า

หนูฝากออริหนูด้วยน้า...จะลงตอนแรกเร็วๆนี้ค่า

>> http://my.dek-d.com/fen_fen/story/view.php?id=221375 <<

#1 By =someone= (61.47.114.106) on 2006-11-20 21:33

งานนี้จบเศร้าแฮะ แต่ก็ยอมรับการเลือกทางเดินของเฟรินที่จะไม่กลับไปหาคาโล ส่วนคาโลก็ต้องก้มหน้ารับผลจากการเลือกในครั้งแรกของตัวเองไปแล้วจวบจนวันสุดท้ายของชีวิต

#2 By kirara (164.115.9.2) on 2006-11-22 09:52

โอ๊ย ชอบชะมัด ดีจริงๆที่ไม่ได้ไปกะคาโล

ว่าแต่มุยเถอะ หายไปไหนมา เรารอรับอยู่เป็นอาทิตย์ไม่เจอเลย

แอบเศร้านะเนี่ย

ปล. ไอ้ออรินั่นมันที่บอกจะลงถังไม่ใช่เรอะ ถ้าจะแต่งก็บอกแล้วกันฮะ แล้วจะช่วย

#3 By ~*Nix*~ (125.24.42.79) on 2006-11-22 22:38

สิ้นสุดกันทีกับความเจ็บปวดและแสนเศร้า แต่สุดท้ายเฟรินก็เลือกเส้นทางคนละเส้นกับคาโลจนได้

#4 By Serun (124.120.62.228) on 2006-11-23 10:38

จบแบบเศร้าเกินไปอ่ะท่านมุย

หมดฟิคโศกอีกฟิคซะแล้ว

แต่บทส่งท้ายให้ข้อคิดดีมากนะท่านมุย

กัมมุนา วัตตฺตีโลโก(เขียนถูกรึเปล่าเนี่ย)

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

ท่องได้หลังจากไปสอบธรรมมา ไม่งั้นชาตินี้ก็คงท่องไม่ได้

ออริของท่านก็มาแล้ว ดูท่าแล้วคงโศกตามกัน เอ้อ ช่วงนี้อ่านเรื่องเศร้าจนเหมือนคนตายด้านแล้วแฮะ ทำไม่เป็นนอกจากยิ้มกับหน้าตาเบื่อโลก

สู้ๆนะท่านมุย

#5 By pear (58.8.19.61) on 2006-11-23 18:37

จบแบบนี้เศร้าจัง คาโนวาลต้องแพ้บารามอสอีก ยิ่งฟังเศร้า สงสารคาโลแต่ก็นับถือที่คาโลไม่บังคับเฟรินอีก ให้ความเจ็บปวดของเฟรินจบตรงนี้ แต่เฟรินไม่เลือกใครแบบนี้เพราะอะไรนะ ไม่เข้าใจ จบแล้วรู้สึกค้างคาอยู่ดี

#6 By Mystery (58.8.93.44) on 2006-11-23 23:41

สวัสดีค่ะไม่ได้เข้ามาตั้งนานสงสัยลืมกันไปแล้ว เหมียวค่ะ แนะนำตัวใหม่ เหมียวมีเวปที่เหมียวทำแล้วก็เล่นมาฝาก..เข้าไปดู+เม้นบ้างก็ดีนะค่ะ ^^
*อันนี้พึ่งทำ http://planet.kapook.com/sasoulrameaw
*อันนี้เวปโปรดเข้าบ่อย http://my.dek-d.com/meawmo25/
*อันนี้ยังไม่ได้แก้ให้ดีแต่ก็ชอบนะ http://sasoulra.exteen.com/

#7 By ~meaw~*mo//~ on 2006-11-24 15:15

อ่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

แฝงความเศร้าอยู่ในเนื้อใน...
จบแบบซึ้ง
คาโลรักเดียใจเดียว
แต่สุดท้าย
เฟรินก็เลือกที่จะเดินคนละทางกับคาโล
เศร้า

#9 By ว๊ากกกกกกกก on 2006-11-24 21:40

>< สนุกมากๆๆๆ
แล้วแต่งตอนต่อไปอีกนะคะ!
ปล.ขออนุญาติแอดเป็นเพื่อนนะคะ

#10 By •Le' LapiN—• on 2006-12-01 18:33

อยากบอกว่าอ่านตอนจบแล้วนำตาซึมเลย แบบว่าได้ใจเราไป100%เลย

เรื่องบางเรื่องมันก็ไม่มีเหตุผล บทสรุปของตอนจบที่ช่างเข้ากับคำว่า "มันก็เป็นเช่นนั้นเอง"จริงๆ

แอบอิจฉาเฟรินเล็กนะเนี่ยที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ยังมีคนที่ยืนอยู่เคียงข้างหรือก้าวต่อไปด้วยเสมอ คิดๆแล้วเราจะมีคนคนนั้นในสักวันไหมน้า....

จะรออ่านเรื่องต่อๆไปของท่านคามุยนะคะ

#11 By tomako (202.28.180.201 /10.7.55.44) on 2007-01-27 22:23

เส้นทางอาจนานไม่มีวันบรรจบหากตราบใดยังคมีลมหายใจ หากสุดท้ายปลายทางของวิญญาณเธอคงจะรอเขาอยู่ที่นั่นแน่นอน

#12 By yuechan (61.7.176.95 /61.7.176.95) on 2007-02-07 16:20

จบแบบทรมานใจคนอ่านนะคะ ถึงแม้จะรู้ว่า มันเป็นเช่นนี้เอง แต่ก้อยอมรับค่ะว่ากินใจเหลือเกิน ท่านมุยสำนวนสวยค่ะ เรื่องน้เคยอ่านมาแล้วแต่ยังไม่ได้เม้นท์ ก้อเลยเม้นท์ให้นะคะ จะได้มีกำลังจาย

#13 By ตะวัน (125.27.223.12) on 2007-07-04 00:50

วันนี้นึกครึ้ม เข้ามาอ่านใหม่ทั้งหมดอีกรอบ
ต้องบอกว่าอ่านกีครั้งก็ยังประทับใจตอนจบมากๆ น้ำตาซึมเลยหละ

ความรักคือ.........การให้ จริงๆ

#14 By tomako (125.26.122.25 /192.168.76.62) on 2007-09-14 22:26