Baramos FanFic : Black&White กาลครั้งหนึ่ง ซึ่งแสนนาน : ๔
posted on 04 May 2007 15:27 by muitapol in Fic-BlackAndWhiteอนุทินฉบับที่ ๔
ฉันเพิ่งค้นพบเรื่องหนึ่งเมื่อเช้านี้ หลังจากที่หมดอาลัยตายอยากที่ดินแดนแห่งนี้มาสามเดือน ฉันก็ยังรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่มาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่
ฉันเบื่อเต็มที่ และเริ่มสำรวจพระราชวังอันโอ่โถงของเดมอส
สามเดือนแล้ว... ฉันยังไม่เจอหน้าเอวิเดสเลย ไม่ใช่ว่าอยากเจอนักหรอก
แต่นี่คือพระราชวังของเขาเองนะ เขาก็น่าจะอยู่บ้างสิ หรือจะมีอีกตำหนักที่ฉันไม่รู้ ที่เขาอาศัยอยู่ก็คงไม่แปลกนักหรอก เขาและฉันก็ต่างเบื่อหน้ากัน พอๆ กันนั่นแหละ
หลังอาหารเช้า บนโต๊ะเสวยเหยียดยาว อาหารเต็มโต๊ะเหมือนจะจัดงานเลี้ยงได้
ฉันเริ่มชินกับอาหารมังสวิรัตแล้ว แต่ก็นั่นแหละ นางกำนัล มหาดเล็กยืนมองฉันกินหน้าเฉย
ตาเฉย คอยรินชาดอกเก๊กฮวยให้ ฉันนั่งคนเดียว บนหัวโต๊ะยาวๆ นั่น
ดังนั้นฉันจึงเดินลอยชายไปอีกทางที่ไม่คุ้นเคย ไม่มีใครสนใจฉันหรอกว่าจะทำอะไร
มันกว้างเกินไป นางกำนัลทุกคนหยุดเคารพฉัน แล้วผ่านเลยไป ไม่หันกลับมามองซ้ำสอง
เส้นทางระเบียงทิศใต้ที่ฉันกำลังเดินอยู่นั้น ยาวและค่อนข้างมืด แม้จะมีทหารเวรยืนอยู่เป็นระยะๆก็ตาม สุดปลายระเบียง ฉันมองเห็นสวนรกๆ มีบึงกว้างที่ดูโศกเศร้า บรรยากาศขมุกขมัวอย่างไม่น่าเชื่อ รูปปั้นหินสลักไม่มีชิ้นใดที่ครบส่วนสมบูรณ์ แต่ก็ยังพอเห็นเค้าลางของความงดงามที่ยังหลงเหลืออยู่ได้
ฉันเหมือนถูกมนต์สะกด เดินออกจากระเบียงไปเร็วๆ หินกาบปูเป็นเส้นทางคดเคี้ยวมีหญ้าปกคลุม แล้วต้องนิ่งงัน เมื่อเจอกับม้านั่งยาว ทำจากเหล็กขึ้นสนิม สีขาวส่วนหนึ่งลอกออก มีชายผมดำร่างสูงนั่งอยู่
"อรุณสวัสดิ์ อลิเซีย" เสียงทุ้มๆ เอ่ยได้โดยไม่ต้องหันกลับมามอง ฉันผงะเหมือนเจอผีอย่างไรอย่างนั้น
ไม่ต้องหันมาก็รู้ จำเสียงเขาได้
เอวิเดส!
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ยอบตัวลงทักทายตามมรรยาท "ถวายบังคมเพคะ"
"มานั่งนี่สิ" คำชวนแต่ยังไงก็ฟังเป็นคำสั่ง เพราะเสียงติดจะห้าว ทุ้มอยู่ในลำคอ
ฉันเงียบชั่วอึดใจ "หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนฝ่าบาทเลยเพคะ"
"มานั่งนี่" เขาว่าเป็นคำรบที่สอง น้ำเสียงเฉียบขาด อย่างที่ชนะบาโรขาดลอย โชคดีที่ฉัน
ชินกับเสียงแข็งๆ ห้าวๆ ของบาโรมาบ้าง เลยยืนเฉย ไม่ลนลานนัก ทั้งๆ ที่สติแตกไปแล้วกว่าครึ่ง
"หม่อมฉันควรออกไปเพคะ ไม่ควรมาขัดเวลาพระสำราญของฝ่าบาท หม่อมฉันทูลลา!"
ว่าแล้วก็หันหลังกลับจะออกไปจากสวนนั้น หากเสียงทุ้มที่เรียบ และเด็ดขาดอย่างที่ฉันไม่สามารถขัดขืนได้...
"สองครั้งที่ผมสั่งคุณ และจะไม่มีครั้งที่สาม!"
ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อก ก้าวเร็วๆ กระแทกตัวบนม้านั่งที่ติดริมอีกฝั่งหนึ่ง ให้ห่างจากเขามากที่สุด
"บึงหยาดน้ำตา" เอวิเดสพูด ไม่หันมามองฉันแม้แต่น้อย ราวกับจะแน่ใจว่าฉันต้องฟังเขา
"เพคะ ?"
"ชื่อบึงที่คุณเห็น" ฉันเพิ่งสังเกตว่าเขาพูดด้วยคำศัพท์สามัญชนเหมือนน้องสาวเขา
แต่น้ำเสียงไม่เย่อหยิ่งเลยแม้แต่น้อย
"ลองดูสิ จะเห็นทั้งความสวยและความเศร้า"
ฉันมองภาพตรงหน้า บึงกว้างใหญ่มีหมอกบัง หากกอหญ้าสีเขียวขจีโผล่วับแวมสดใส
แทรกตัวผ่านม่านหมอกที่ระเรี่ยผิวน้ำ ดูสวยและเศร้าเหมือนที่เขาว่าจริงๆ
"เพคะ" ฉันต้องยอมรับ
"สวย แต่อย่ามาที่นี่อีก!" คำสั่งอีกแล้ว... ทำให้ฉันเชิดหน้าขึ้นสูง เหมือนจะปฏิเสธในที
ก็ขาของฉัน จะไปไหนก็สิทธิของฉัน!
ราวกับจะรู้ ท่านจ้าวหันหน้ามามองฉันครั้งแรก เครื่องหน้าคมเข้มตามตำรับชาวเดมอส
คิ้วหนาดกดำ เฉียงเป็นปื้น กับดวงตากว้าง เรียวดุ จมูกเหมือนผู้เป็นน้องสาว คือค่อนข้างยาวและโด่งรั้น ริมฝีปากหนา หยักได้รูป หนวดเหนือเรียวปากหักโค้งมาบรรจบกันที่คาง ไม่เรียบเกลี้ยงเหมือนบาโรสักนิด
ปิศาจโจร ฉันนึกค่อนอย่างที่เห็น ไม่รู้จะไว้หนวดทำไม ยิ่งทำให้หน้าดุขึ้นอีก เสียดายโหนกแก้มสูง กับผิวไม่ขาวจัด แต่ไม่ถึงกับสีทองแดงเหมือนบาโร เหมือนกึ่งๆ ระหว่างขาวกับน้ำตาลอ่อนๆ ผิวสีแปลกแต่นวลเรียบเหมือนผู้หญิงทำให้ฉันอดเขม้นมองไม่ได้
"มีอะไรติดหน้ารึไง ?" คำถามที่เหมือนเรียกสติให้กลับ ทำเอาฉันย่มจมูกอย่างลืมตัว
"หม่อมฉันไม่คิดว่าฝ่าบาทจะทรงหวงสวนส่วนพระองค์!"
เขาถอนหายใจช้า ราวเหนื่อยหน่ายเด็กดื้อ ยิ่งทำให้ฉันหน้าตึงขึ้นอีก
"ไม่ได้หวง แต่บึงนี้ต้องคำสาป"
"คำสาป ?" ฉันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
"เห็นหมอกนั่นใช่ไหม ? คือวิญญาณ... ที่ว่ายวนอยู่ในนั้น เลยทำให้ที่นี่ไม่เคยมีใครกล้า
เข้ามา"
"แล้ววิญญาณนั่น... มาจากไหนเพคะ ?"
"สงคราม" คำตอบสั้น "ลูนาขนศพไปทิ้งไว้ในบึง แต่ไม่นึกว่าวิญญาณของพวกแก่เวทมนตร์จะเฮี้ยนจนอาละวาด จนฉันกับลูนาต้องกางเขตกั้นไว้ สาปให้วนเวียนอยู่ได้แต่ในบึงจนกว่าพวกเขาจะยอมรับการตาย และไปเกิดใหม่ คำสาปจะเป็นอันสิ้นสุด"
ฉันกัดริมฝีปาก คนอะไร...โหดร้ายจริงๆ
อีกครั้งที่เหมือนเขาอ่านฉันออก "สงครามก็เป็นอย่างนี้ ทุกที่ที่คุณก้าวย่าง คือศพและเลือดถ้าลูนาไม่ฆ่าพวกเขา ถ้าฉันไม่สาป ผู้บริสุทธิ์อีกนับพันต้องตายเพราะพวกเขา" มือหนาแตะไล้เรียวหนวดอย่างลืมตัว "จะบอกผมได้ไหม ว่าตอนนั้นผมควรทำอย่างไร ?"
"มันโหดร้ายไป!"
ท่านจ้าวยิ้ม และลุกขึ้น ตัดบทสนทนาทันใด "เที่ยงแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ"
"แต่ฝ่าบาท..." ฉันค้าน ทำท่าจะเถียงต่อ แต่ท่านจ้าวกลับโบกมือ ตอบด้วยเสียงเหมือนผู้ใหญ่ปลอบเด็กว่า
"คืนนี้ให้คุณไปคิดสักคืน ว่าทางไหนดีที่สุดแทนการฆ่า"
ฉันกำลังนั่งคิดอยู่ หาทางเถียงเขาให้ได้ ยิ่งนึกเรียวหนวดที่ถูกเล็มเรียบร้อย อย่างเป็นระเบียบแล้วยิ่งต้องคำรามฮึ่มฮั่ม ฉันเกลียดคนไว้หนวดชะมัด!
แต่แล้วก็ต้องสะดุดความคิดตัวเอง นี่ฉันกำลังใส่ใจเอวิเดสหรือนี่ ?
.........

มาเเต่งต่อเร็วๆนะคะ
#1 By _ami_ (58.11.134.6) on 2007-05-10 15:20