อนุทินฉบับที่ ๑๐

ฉันเริ่มเที่ยว... และฝันร้ายน้อยลง บางคืนเอวิเดสจะมาหาฉันที่ห้องอย่างเช่นคืนนี้

ฉันนอนพังพาบกับเตียงสี่เสา ระบายลูกไม้สีชมพู ผ้านวมถูกปักด้วยลายดอกไม้สีสันสดใส เข้าชุดกับหมอนและสีผนัง

"ได้เวลานอนแล้ว" หนังสือในมือหนาถูกปิดฉับ น้ำเสียงเคร่ง แต่... โกหกชัดๆ ก็ดูนัยน์ตาสีนิลนั่นสิ แพรวพราวเจ้าเล่ห์ชัดออกขนาดนั้น

ฉันกลอกตา ถ้าให้เชื่อฟังเหมือนเด็กห้าขวบก็ไม่ใช่อลิเซียแล้ว!

"นอนดึกแล้วจะนอนไม่หลับนะ" ดูสิ... ขู่จริง นี่เห็นฉันอายุเท่าไหร่กันแน่เนี่ย!

"หม่อมฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะเพคะ!" ฉันแว้ดกลับอย่างเหลืออด มาดเจ้าหญิงไปมุดอยู่ซอก
ไหนก็ไม่รู้

"มีแต่เด็กนั่นแหละที่ไม่ยอมนอน แล้วยังฝันร้าย"

"โอ๊ย...!" ร้องอย่างเหลืออด แล้วจู่ๆ ตะเกียงทุกดวงในห้องก็ดับลง ความมืดแผ่ปกคลุมทันใด ฉันสะดุ้งเฮือกแล้วร้องเบาๆ

เสียงหัวเราะทุ้มๆ ดังอยู่ข้างหู ทำเอาฉันขนลุกซุ่ ไม่กล้าเบือนหน้ากลับไปมองเพราะใบหน้าคมๆ และหนวดนั่นคงคลอเคลียอยู่ข้างหูแน่ๆ

"จะนอนได้หรือยัง ?" เสียงทุ้มถามอย่าง... เจ้าเล่ห์ หน้าฉันร้อนผ่าว โชคดีเหลือเกินที่มืดสนิท หวังว่าเจ้าปิศาจคงไม่ตาดีแม้ในความมืดนะ

"หืม.....?" อารมณ์ดีจริงนะ ฉันเตรียมตัวไถลลงจากเตียง หากแต่แล้วมือหนาตะปบเอวฉันไว้ทันควัน แล้วจับฉันนอนหงายราวกับว่าเป็นตุ๊กตา สองมือเลื่อนกำรอบข้อมือฉันแน่นยิ่งกว่าคีมเหล็มไพล่ไว้เหนือหัว

"หรือจะให้เล่านิทานก่อนนอน ?"

"เล่าสิเพคะ" ฉันแกะมือที่ตรึงฉันออกอย่างยากลำบาก เขาหัวเราะเบาๆ แล้วค่อยคลายมือที่กำแน่นราวปอกเหล็กออก ให้สองมือลงพังพาบข้างลำตัว หากยังกุมมือแน่น

"นิทานของหุบเขาหัวกะโหลก ที่หุบเขานี้มีคนแคระกินคน..."

ฉันคราง นิทานสร้างสรรค์อะไรเช่นนี้ เอวิเดสยังยิ้มเรื่อย

"หรือจะเอานิทานของนครจันทรา ?"

"ลองเล่าดูสิเพคะ"

"นานมาแล้ว...." เจ้าปิศาจขยับแขนข้างหนึ่งให้ฉันอิงเป็นหมอน ฉันซุกร่างทั้งร่างไว้ในวงแขนอุ่นๆ กอดอกกว้างต่างหมอนข้าง ตัวเขาใหญ่ออกปานนี้ถ้าพลิกกลับมาคงทับฉันบี้แน่
ฉันซุกหน้าบนอกกำยำ กลิ่นหอมสะอาดกับวงแขนอุ่นๆ ทำฉันเคลิ้ม

....คืนนั้น ฉันไม่ได้ฝันถึงบาโรและเลือด แต่กลับฝันถึงเอวิเดสแทน... เขากำลังอุ้มเด็กหญิงหน้าตาน่ารักไว้บนตัก เรือนผมเด็กหญิงขดเป็นลอนสีน้ำตาลสวย ดวงตากลมโตสีเดียวกับผม เป็นเด็กหญิงที่เหมือนตุ๊กตาที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา เธอยิ้มให้ฉันจากตักเอวิเดส แล้วเสียงใสๆ ก็เรียกฉันเสียงดังฟังชัดว่า

"มาม๊า!"


...


อนุทินฉบับที่ ๑๑

ฉันเป็นอะไรนะ... เอาเป็นว่าฉันรู้สึกแย่ๆ จังเลย เอวิเดสมาป้วนเปี้ยนข้างกายฉันไม่ยอมห่างแล้วทำไม... จู่ๆ เขาต้องทำแบบนี้กับฉัน


วันนี้ในยามบ่ายสดใส ฉันและเขานั่งจิบน้ำชายามบ่ายกัน ในขณะที่ฉันเอื้อมมือไปจะหยิบคุกกี้(บนจานกระเบื้องเคลือบทอง ฉลุลายสุดหรู) บังเอิญ... จริงๆ นะ ว่านิ้วของเราแตะกันพอดี แล้วนั่นเป็นคุกกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วด้วย ฉันจ้องหน้าคมคร้าม และไรหนวดที่เป็นระเบียบ ไม่รกเรื้อเหมือนวันก่อนๆ เขม็ง เหมือนให้รู้ว่า ชิ้นนี้... ฉันจอง


เอวิเดสยิ้ม เหมือนยิ้มปลอบเด็ก แล้วค่อยหยิบชิ้นนั้นหักแบ่งครึ่งแล้วส่งให้ฉัน ถึงเขาจะส่งซีกที่ใหญ่กว่าให้ แต่ฉันก็พึมพำขอบคุณอย่างไม่ค่อยพอใจอยู่ดี

อย่าบอกใครนะ... ว่าใจฉันมันหวิวๆ ชอบกลเวลาอยู่กับเขา และคงไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันก้มหน้าก้มตาขนาดไหน เมื่อต้องอยู่สองต่อสอง...


โอ๊ย... อย่าบอกนะว่ามันคือความ รั ก น่ะ...!

....

อนุทินฉบับที่ ๑๒

ทำไมฉันขี้ขลาดแบบนี้นะ ฉันกลัวอะไรกัน ?

กลัวนัยน์ตาสีนิลยะยับ กลัวไออุ่น กลัวรอยยิ้มสดใส กลัวความสดใสที่เขาหยิบยื่นให้กลัวเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของตัวเอง กลัว....

บ้าน่า ฉันไม่ได้กลัวเอวิเดสเสียหน่อย


แต่ถึงจะบอกตัวเองอย่างนั้น ฉันก็ยังหนี... อะไรที่ฉันไม่เห็น ไม่รู้ แต่สัมผัสได้นั่นมายังนครจันทรา

คิ้วเข้มสีทองของลูนาเลิกขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักเมื่อฉันอ้อนวอนเธอให้พาฉันไปพักด้วย

"เธอจะไปทำไม ?"

"ฉันคิดว่าน่าจะเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง ฉันเบื่อที่นี่แล้ว" ฉันปดเต็มที่ หากลูนา...มีสิ่งใดบ้างที่เธออยากรู้ แล้วไม่รู้ หล่อนไม่ตอบแต่สีหน้าบอกชัดว่าไม่เชื่อ

เอวิเดสไม่อยู่ เขาไปยังหุบเขาหัวกะโหลกเพื่อจัดการเรื่องยุ่งๆ ที่นั่นหนึ่งสัปดาห์ฉันจึงถือโอกาสนี้หนีเขาเสียเลย

....ไม่ได้หนีเสียหน่อยนี่ เขาไม่ได้จองจำฉัน ไม่ได้บังคับ ไม่ได้ข่มขู่

ฉันแค่ไปโดยไม่บอกเท่านั้น ใช่ แค่ไปโดยไม่บอก! ไม่เห็นต้องกังวลหรือรู้สึกผิดเลย!



ฉันแค่อยากใช้เวลาอยู่เงียบๆ เท่านั้นเองแหละ


...

อนุทินฉบับที่ ๑๓

ลูนากำลังทำให้ฉันคลั่งตาย ฉันต้องถวายตัวเป็นตุ๊กตาให้หล่อนตลอดทั้งวัน ลูนาขัดผิว ประทินผิว และเลือกชุดกระโปรงลูกไม้ยาวกรอมเท้าที่คงจะดูสวยเมื่อสมัยหล่อนยังสาว

"ชุดเหมาะกับเธอจริง อืม... คนผิวขาวใส่สีอะไรก็ขึ้น" ราชินีจันทราโน้มตัวลงผูกริบบิ้นตรงคอให้ ฉันจึงเห็นผิวสีนวลแปลกตาเหมือนเอวิเดสอย่างชัดเจน ผิวหล่อนเนียนละเอียด ขนตาเป็นแพงอนหนา ทองอร่ามเหมือนมีผงทองแต้ม

ฉันเกือบร้องกรี๊ดและวิ่งหนีออกจากฝ่ามือนุ่มๆ ที่คอยดึงนู่น ถอนนี่ จับโน่น จัดนั่นแต่แล้วต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อเห็นนัยน์ตาสีนิลขลับ มันวาวระยับเหมือนเด็กๆ อย่างที่พบเห็นได้ยากจากราชินีจันทรา ฉันจะใจร้ายพอปฏิเสธได้ลงคอเชียวหรือ


ถอนหายใจเบาๆ ขณะที่ลูนากำลังฮัมเพลงพลางหวีผมสีน้ำตาลของฉันอย่างสบายใจ


...ฉันคงไม่ได้กำลังหนีเอวิเดสหรอกนะ


....

Mui / เห็นมันสั้นเลยอัพหลายๆ ตอนหน่อย = =''


edit @ 2007/10/05 15:36:18

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ากกกกกกกกก
เอวี่น่าร๊ากกกกกกกกกก
ง๊ากกกกกกกกกกกกกก

#1 By ว๊ากกกกกกกก on 2007-10-09 22:21

มาทีละสั้น แต่ครั้งละหลายๆตอนก็ยังดี
ยิ้มๆๆๆให้กับอลิเซียที่เริ่มหลงรักเอวิเดสแล้ว
big smile open-mounthed smile confused smile

#2 By tomako (125.26.122.96) on 2007-10-09 23:38

ลูน่าชอบแกล้งคน
เหมือนเฟรินกับเอวี่เลย

#3 By Toard (222.123.108.12) on 2007-11-03 17:20