Baramos FanFic : Black&White กาลครั้งหนึ่ง ซึ่งแสนนาน ๑๘-๒๔ ๑/๒
posted on 04 Dec 2007 17:02 by muitapol in Fic-BlackAndWhite
จบแล้วนะฮะ บทสรุปของความของปิศาจหนึ่งตนและคนหนึ่งใจ (ชื่อเหมือนนิยายแปล)
หวังว่าเราจะได้พบกันอีกเร็วๆ นี้นะฮะ เพราะมุยมีอีกโครงการ ที่โลลิคอนสุดๆ...
สาวกลูคัสและขา L เตรียมอ่านได้เลยฮะ (คิดว่าจะไม่ลงเด็กดี ฉากติดเรทเยอะไป... เดี๋ยวโดนแบนง่ะ)
อ่อ... ไม่ 'แรง' เท่าเรื่องเดิมๆ นะฮะ แต่แค่เอิ่ม... ประมาณคร่าวๆ ว่า 13+ ^^'' กำลังเหมาะฮะ
......
อนุทินฉบับที่ ๑๖
ร่างทั้งร่างฉันสั่นสะท้าน ภาพตรงหน้าพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตา สีทองของแสงอาทิตย์ยามเช้าส่องสะท้อนจากกระจกบนเพดานมหาวิหารสดใส หัวใจฉันแห้งผาก ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องทุกอย่างจะต้องดำเนินไปแบบนี้
"ผมอยากให้คุณเลือก" เหตุเดียวสั้นๆ ที่เขามอบให้ฉัน ฉันกัดริมฝีปาก
"ถ้าหม่อมฉันเลือกเอเดน ?" ฉันถามเสียงแหบแห้ง
"คุณรู้คำตอบดีอยู่แล้ว ยอดรัก" เนตรนิลงามมีรอยหม่นหมองลง
"โอกาสเลือกจักพึงมีเสมอ..."
และตอนนี้... ถึงเวลาที่ฉันต้องเลือก
โอกาสเลือกจักพึงมีเสมอ...
ฉันกรีดเอาน้ำตาตัวเองออกด้วยหลังมือ สูดลมหายใจลึกสาวเท้าตรงไปข้างหน้า
การตัดสินใจของฉัน และอนาคตของฉัน.. ฉันเลือกแล้ว!
...หนึ่งบุรุษที่ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงเสมอ ไม่เว้นแม้ยามนี้
นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างแสดงความงงงัน แต่แล้วแปรเป็นความยินดี ร่างสูงผิวสีทองแดงสวย กึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหาฉัน อ้อมแขนแข็งแกร่งของนักรบแห่งคาโนวาลโอบรัดร่างฉันแน่น
"อลิเซีย...!" เสียงกระซิบข้างหูพร่าสั่น "ไม่นึกเลยว่าเอวิเดสจะรักษาคำพูด... อลิเซีย!"
"บาโร เขาให้โอกาสเราเสมอ" เสียงฉันสั่นไม่แพ้กัน รู้สึกราวกับว่ามีร่างสูงอีกร่างหนึ่งกำลังยืนจ้องมองฉันอยู่ แม้ไม่เห็นร่างแต่ทว่าทำไมฉันยังรู้สึกได้ถึงความตัดพ้อและอาลัยชัดเจน..
"เธอจะกลับมาเอเดน.. ใช่ไหม ?"
"โอ.. บาโร" ฉันคราง ฝ่ามือหนาสีทองแดงกุมมือฉันแน่น นัยน์ตาเป็นประกายเจิดจ้าด้วยความหวัง
"กลับไปเถอะ ไปเรียนต่อ..."
"ไม่... บาโร ฟังฉัน" เสียงฉันเบาราวเสียงกระซิบ บาโรยิ้มรับคำพูดฉัน อวดฟันขาวสะอาดเรียงตัวสวย ฉันหลุบตาลง ไม่อาจมองดูตนเองทำลายนัยน์ตาแห่งความหวังนั้นได้จริงๆ
"ฉันจะกลับไป... เดมอส"
"ไม่จริง..." เสียงเขาแหบโหย "บอกฉันทำไม... เขาให้เธอเลือกไม่ใช่หรือ ?"
"ใช่..."
"เลิกคิดเรื่องหน้าที่ได้แล้ว!"
"ไม่!" ฉันเงยหน้าขึ้นมอง สายตาฉันอยู่แค่ระดับคางเขาเท่านั้น แต่อยู่แค่ระดับอกของเอวิเดส
"ฉันไม่ได้ทำไปเพราะฉันเป็นเจ้าหญิง... แต่ทำไปเพราะเป็นผู้หญิงคนนึงเท่านั้น"
"ไม่..." บาโรกระซิบข้างหู "เธอคงไม่ได้บอกฉันว่า..."
"โอ... บาโรฉันเสียใจ ฉันขอโทษ ฉันแค่รักเขา..." ฉันเบือนหน้าหนีจากดวงหน้าคมที่กำลังทิ่มแทงฉันอยู่ "เธอเองก็มีเกรกอรีอยู่ เราหยุดเสียทีเถอะ กับความรักเด็กๆ"
บาโรกัดฟันแน่น กรามขบนูนเป็นสัน "เธอก็รู้ว่าทำไมฉันถึงแต่งงานกับเกรกอรี เพราะเธอ!" คำตอบราวตะโกน ฉันผงะ
"ฉันต้องการเพียงเธอคืนมา ให้ทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น"
"ไม่ ได้โปรดบาโร... หากเธอรักฉัน หยุดเสียเถอะ ลืมซะเถอะ" เสียงฉันสั่นไม่แพ้กันเอื้อมมือไปเพื่อแตะมือเขา ทว่าเขาสะบัดหนีแล้วหลับตาลงช้าๆ
"ไม่... อลิเซีย ฉันทำไม่ได้"
"ได้โปรด... และเสียใจ" ฉันตัดใจสาวเท้าออกจากอ้อมแขนเขา ซึ่งเขายอมปล่อยออกมาโดยง่าย ฉันหันหลังให้บาโรโดยที่ใจตัวเองร่ำไห้เงียบๆ
"อลิเซีย... ตอบฉันมาก็พอ" เสียงบาโรถามไล่หลังฉันมาอย่างแหบแห้ง ระโหยแรง
ฉันหยุดชะงัก
"ที่ผ่านมา... มันใช่ความรักไหม ?"
"เราแค่หลอกตัวเองเท่านั้น" ฉันกล้ำกลืนตอบไป ฉันน่าจะโกหกเขาไป... แต่ฉันทำไม่ได้ แค่นั้นเราสามคน - ก็เจ็บมากพอแล้ว
"ขอบคุณ" เขาตอบเบาๆ "ที่พูดความจริง"
อนุทินฉบับที่ ๑๗
ฉันเขียนอะไรไม่ออก...
ฉันรู้แค่ว่าหลังจากการตัดสินใจไปแล้ว ฉันไม่อาจมีความสุขได้เลย
...ฉันไม่อาจมีความสุขบนความทุกข์ของบาโรได้
...และไม่อาจหลบลี้หนีหัวใจตัวเองได้อีกต่อไป
อนุทินฉบับที่ ๑๘
หนึ่งสัปดาห์แล้ว... เอวิเดส ถ้าทรงอยากเปลี่ยนพระทัยก็ยังทันนะ...
ฉันยิ้มไม่เป็น - - หัวเราะไม่ได้อีกแล้ว
อนุทินฉบับที่ ๑๙
สองเดือน... บาโร เธอจะลืมฉันได้ไหมนะ...
เอวิเดส อย่าโกรธฉันเลย... ฉันรักคุณ...
อนุทินฉบับที่ ๒๐
อาจเป็นฉันคนเดียวที่บ้าไปเอง การโดนผู้ชายสองคนรักในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกแต่อย่างใด
แล้วยิ่งคนหนึ่งเป็นคนที่ฉันรัก... อีกคนเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากให้เขาเสียใจ
ฉันจะทำอย่างไรดีนะ... ไม่สิ... ฉันจะทำอย่างไรได้ ฉันมันเลวที่สุด
ฉันหลับหูหลับตา เดินตามเสียงเพรียกหัวใจ ไม่นึกเลยว่ามันจะต้องลงเอยแบบนี้
โธ่... ถ้าฉันไม่พบเอวิเดสเรื่องก็คงไม่เกิด ฉันคงไม่ทุกข์แบบนี้
แต่ถ้าฉันไม่พบกับเอวิเดส... ฉันคงอยู่กับบาโรและคิดเอาว่านั่นคือรัก - ทั้งๆ ที่มันไม่ได้มากอะไรมากไปกว่าความสัมพันธ์ที่มาจากความไว้วางใจ - มิตรภาพ
และ... ฉันคงไม่มีวันมีรักแท้
อนุทินฉบับที่ ๒๑
หลายเดือนแล้ว ฉันเฝ้าปรารถนา สวดมนต์ให้บาโร เอวิเดสรอคอยฉันอย่างอดทน นัยน์ตาสีนิลทอดต่ำลงมา อ่อนโยน... อบอุ่นจนฉันต้องหลุบตาลง
เขารอฉันอยู่... ฉันควรจะหันหลังให้บาโร และยื่นมือไปหาเอวิเดสอย่างนั้นหรือ ?
ฉันควรจะ... มีความสุขบนความทุกข์ของบาโรหรือ ?
อา... ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดกับฉันด้วย
อนุทินฉบับที่ ๒๒
"ไปกันเถอะ" เอวิเดสชวนฉันในเช้าวันหนึ่ง ฉันพยายามยิ้มแล้วถามเขาว่า
"ไปไหนเพคะ ?"
"ไปแต่งงานกัน!"
ฉันตามเขาไม่ทันแล้ว "ก็..ก็เรา.."
"ผมหมายถึงงานแต่งงานของ 'เรา' ไม่ใช่เอเดนหรือเดมอส" ท่านจ้าวย้ำ นัยน์ตาหนักแน่น
ไม่ต้องให้ฉันได้คัดค้านสักคำเลย... เอวิเดสก็พาฉันเข้าตรอกนู้น ออกซอยนี้แล้วจึงมาหยุดอยู่ที่โบสถ์เก่าๆ รกร้าง เขายิ้มจนเห็นฟันขาว นัยน์ตาเป็นประกายสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ฉันรู้สึกได้ถึงคอที่แห้งผาก
งานแต่งงานของ 'เรา'... ไม่มีคำว่าผลประโยชน์ ไม่มีพันธไมตรีใดๆ...
...ฉันสัมผัสได้เพียงมือใหญ่ที่กระชับมือฉัน แสงแดดเจิดจ้า ท้องฟ้าสีครามสดใส
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่อากาศดี...
"แต่เราไม่มี...."
"เรามีทุกอย่างพร้อมแล้วอลิเซีย"
"แต่..."
แม้อากาศจะแจ่มใส หากฉันกลับรู้สึกเยือกเย็นวาบ... และเปียกชื้นที่ดวงตา
"มีอลิเซีย... มีเอวิเดส แค่นี้เราก็แต่งงานกันได้แล้ว" เขาตอบ มือปาดเอาน้ำตาฉันทิ้งเบาๆ
"นกหนึ่งหมื่นตัว สักขีพยาน ชุดเจ้าสาว นักดนตรี ผลประโยชน์ ไม่มีค่าเลย ผมต้องการแค่หัวใจของอลิเซีย..
แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว"
เย็นวาบด้วยความกลัวไร้เหตุผล... และ... คำพูดที่แสนอบอุ่นนั่นทำให้ฉันยิ้มรับทั้งน้ำตา
อะไรจะสำคัญอีกเล่า... การแต่งงานคือหัวใจสองดวงร้อยเข้าด้วยเท่านั้นเอง ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งที่ทุกคนสร้างขึ้นเท่านั้นเอง
"แต่ตอนนี้หม่อมฉันไม่มีมงกุฏ" ฉันตอบเขา ด้วยถ้อยคำดุจเดียวกัน
เอวิเดสยิ้มอย่างอ่อนโยน "ผมก็ไม่มีเหมือนกัน"
ฉันหัวเราะ โผตัวเข้าหาอ้อมกอดเขา สารภาพเสียงสั่น "หม่อมฉันห่วงบาโรเหลือเกิน... เหมือนว่าหม่อมฉัน
ทำอะไรบางอย่างผิด"
"สักวันหนึ่งเขาจะทำใจได้... หากคุณไปหาเขา คุณก็รู้... ผมจะเป็นยังไง"
"มันน่าเจ็บปวดนะเพคะ" ฉันพึมพำเบาๆ เงยหน้ามองท่านจ้าว เอวิเดสโน้มตัวลงมาจุมพิตฉันตรงหน้าผาก
"ใช่... ความเจ็บปวดที่ยาวนาน อลิเซียอย่าห่วงอะไรอีก" เขาเชยคางฉันขึ้น
"วันนี้เราจะแต่งงานกันจริงๆ เสียที แล้วหลังจากนั้นผมจะดูแลคุณเอง..."
"จะทรงดูแลอะไรหม่อมฉัน ?" ฉันยิ้มเผล่
เสียงทุ้มกลับตอบกลับมาอย่างจริงจัง หนักแน่น "ทุกอย่าง! ความรับผิดชอบ..." เว้นจังหวะราวชั่งใจ
"หรือแม้กระทั่งความรู้สึกผิดบาปของคุณ!"
ริมฝีปากฉันสั่นระริก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนอ่อนไหวง่าย... ใช่ ฉันโกหก ฉันอ่อนไหวง่ายนับตั้งแต่พบเขา..เอวิเดส แล้วฉันจะทำอย่างไรได้ เมื่อมีชายคนหนึ่งยืนตรงหน้าฉัน และสัญญาอย่างหนักแน่นว่าจะดูแลฉันทุกอย่าง ผู้ชายคนนั้นเป็นถึง ท่านจ้าว!
ฉันยืนอึ้ง มองดูรอยยิ้มของเขาที่เจื่อนลงน้อยๆ ราวกับว่าการรอการตอบรับของฉัน คือการตัดสินทุกอย่าง ฉันไม่ตอบ แต่ซบหน้าลงบนอกกว้าง หน้าร้อนผ่าว แต่... เสียงห้าวหัวเราะเบาๆ ขณะลูบหลังฉัน
"อย่างนั้นไปแต่งงานกันเถอะ!"
อนุทินฉบับที่ ๒๓
ทุกสิ่งทุกอย่างผันแปร... มีคนใครบางคนบอกไว้ว่าอย่างนั้น
ฉันเชื่อ... เพราะพบเจอกับตนเองแล้วจริงๆ การใช้ชีวิตในเดมอสที่เคยเห็นไว้คือนรกกลับกลายเป็นสวรรค์ทันตา
เราคุยกันแล้ว... เราจะโยนเรื่องศัพท์แสงทิ้งไป ฉันและเขา - - เราจะอยู่ในฐานะเดียวกัน...เด็กหญิงอลิเซียกับเด็กชายเอวิเดส
เอวิเดสไม่พูดถึงบาโรอีกเลย... มันทำให้เราทั้งคู่เจ็บปวด ทั้งเขาและฉันต่างรู้ดี เขารู้ดีว่าฉันไม่อาจลบบาโร
ได้หมดจด แต่เขาพยายาม... จะให้ภาพนั้นเจือจางลง
พร้อมๆ กับความผิดบาปในใจฉัน... ที่เหมือนกับว่าทำร้ายบาโร โดยการทรยศ....
เอวิเดสมอบหญิงรับใช้ให้ฉัน... หล่อนชื่อ มาร์ธา ปิศาจวัยกลางคน ผู้จุกจิกแต่มีความเมตตาเต็มเปี่ยม เอวิเดสมักยิ้มขันๆ ตอนเห็นมาร์ธาจับฉันขัดสีฉวีวรรณ
"ดูท่าคุณจะได้ทั้งพ่อทั้งแม่ครบ ก็คราวมาเดมอส!"
หน้าฉันร้อนเห่อทันใด ก่อนจะหยิบกระปุกน้ำหอม ผ้าขนหนู กระปุกครีมโยนใส่คนตัวสูงเป็นพัลวัน
ก็คำพูดเขาทำให้ฉันนึกถึงความจริงที่เขาเคยว่าฉัน 'เด็ก'!
นอกจากจะอายุที่ห่างกันหลายรอบเนื่องจากเผ่าของเราทั้งคู่แล้ว ยังนิสัยส่วนตัวที่ห่างกันลิบ เอวิเดสใจร้อน...
แต่มีเหตุผล เป็นผู้ใหญ่กว่าฉันหลายเท่านัก บางครั้ง... ฉันก็ไม่เข้าใจว่า เหตุใดเขาจึงเลือกอลิเซีย มิใช่เจ้าหญิงสาวสวย ที่มีความเพียบพร้อมมากมายนัก... มากกว่าอลิเซียคนนี้
หลังจากมาร์ธาออกจากห้องไปแล้ว บานพระทวารถูกงับสนิทด้วยเสียงอันเบา ฉันหันกลับไปมองสามีของตนเองด้วยความทึ่งไม่ได้... ฉันเคยคิดหรือว่าวันหนึ่งจะถูกจับเป็นเจ้าสาวของราชาปิศาจ...
ราชาปิศาจที่ยิ้มสวย อ่อนโยน... แต่ไม่เคยตบจูบๆ เหมือนในนวนิยายที่ฉันชอบอ่านเสียที
"ครับผม ? แม่ทูลหัว" ด้วยสัมผัสอันไวว่องอย่างนักรบ เขาย่อมรู้สึกถึงสายตาจับจ้องของฉันอย่างแน่นอน ฉันสะดุ้งนิดๆ อย่างคนไม่เคยคุ้น
"ฉัน... เพียงแค่สงสัย"
"สงสัยว่า ?" มือหนาโอบรอบเอวเบาๆ ไม่รัดแน่น แต่ก็ไม่คลายง่ายๆ หรอก ข้อนี้ฉันรู้ดี ตั้งแต่แต่งงานกับเขาที่โบสถ์เล็กๆ วันนั้นแล้ว
"ฉันเคยอ่านนิยาย..." หน้าฉันร้อนนิดๆ จนต้องก้มหน้าลง ทำทีเป็นสนอกสนใจกลีบกุหลาบที่โรยไว้บนโต๊ะ "ว่าเจ้าปิศาจน่ะ.. เอ่อ...."
เอวิเดสหัวเราะหึ..หึ... ในลำคออย่างน่าตีนัก ทำไมเขาจะไม่รู้รสนิยมการอ่านของฉันเล่า หนุ่มหล่อ ล่ำผิวเข้ม
อย่างบาโรนี่ก็เป็นเหมือนพระเอกในนิยายหนังสือที่ฉันอ่านเหมือนกัน แต่... ผิวเหลือง ตัวโต ตาดำนี่ไม่ยักเคยเห็น
"อยากให้ผมทำตัวสมกับฉายาไหมล่ะ ?" เสียงกระซิบถามอย่างกรุ้มกริ่ม เบา... ข้างใบหู หัวใจฉันเต้นแรง หน้าแดงแซงกลีบกุหลาบไปแล้ว
"บ้า!" ฉันตีมือเขาเพี๊ยะ "ฉันแค่อยากจะบอกว่า... คุณแปลก... เท่านั้นเอง"
คางเรียวของเขาเกยไหล่ฉัน หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข "สุดที่รัก... ใครๆ ก็บอกผมแบบนั้นครับ"
ฉันอึกอัก แล้วเขาก็ลืมตาตื่นขึ้น ใช้ริมฝีปากตัวเองไล้ไปทั่วใบหน้า จนฉันรู้สึกสากระคายปนจั๊กจี้
"แปลกแล้วดีไหม..."
"ดี..." ฉันตอบช้าๆ "แต่ฉันไม่ชอบหนวดคุณ" ฉันตัดสินใจบอกตรงๆ เมื่อรู้สึกรำคาญกับหนวดเขาเต็มที่ แต่ไม่เคยคิดจะบอกเพราะคิดว่ามันเป็นสิทธิของเขานี่... แต่เมื่อดำรงตัวเองเป็น 'ศรีภรรยา' ได้ระยะหนึ่งก็ตระหนักชัดได้ว่าหนวดเคราของเขาสร้างรอยปื้นบนผิวฉันได้ขนาดไหน...
เอวิเดสขมวดคิ้วมุ่น "ที่รักจ๋า... คุณกำลังเบี่ยงประเด็น" อีกหนึ่งข้อของเอวิเดสล่ะ ฉันถอนใจ ใครจะไปคิดว่าเจ้าปิศาจมาดสุขุม โหดเหี้ยมจะหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าได้ฉะนี้! ลงเล่นเสียงหวาน... จ๊ะจ๋าแล้วละก็... ไม่คาดคั้น
ก็ต้องไล่ต้อนเอาคำตอบให้ได้ล่ะ
"ฉันรักคุณค่ะ" ฉันตอบเสียงสะบัด ค้อนให้สักที "พอใจหรือยังล่ะ!"
"ครับ... ก็คนมันอยากได้ยินบ่อยๆ"
"คุณได้ยินทุกวันๆ แบบนี้ไม่เบื่อหรือ ?"
นัยน์ตาสีนิลทอแสงอ่อนโยน "ไม่เคยเลย... อลิเซีย ให้ผมฟังคุณบอกรักไม่ได้หรือ ?"
"แล้วหนวดคุณล่ะ ? ฉันโกนให้เอาไหม ?" ฉันเฉไฉออกนอกเรื่อง
"ไม่ล่ะ แต่..." นัยน์ตาจากอ่อนโยนแปรเป็นระยับพราย เจิดจ้า แต่ฉันลงความเห็นได้ทันทีว่า 'ขี้โกง'!
"ถ้ามีลูกกับผมสักคนอาจจะยอมโกน"
"บ้า!"
"ผมพูดจริงนะ" เสียงทุ้มกังวาน... แต่มีรอยเศร้า "ผมอยากมีลูกสาวสักคน เหมือนเป็นของที่ระลึกจากคุณ"
เสียงเขาเศร้าน่าใจหาย... "อย่าพูดเลยค่ะ" ใจอ่อนลงอีกจนได้ "ถ้าเป็นลูกชายล่ะคะ ?"
เขายิ้ม.... เจ้าเล่ห์! "ไว้รอให้มีแล้วค่อยว่ากัน!"
ฉันเตรียมจะกระโดดลงจากเก้าอี้นวมตัวเตี้ย หากมือหนาตะปบไว้ทันควัน ไม่ปล่อยโอกาสให้หายใจสักนิด ฉันดิ้นพราดในอ้อมแขนเขา เอวิเดสหัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ
"ทะลึ่ง!" ฉันร้องเสียงดัง พยายามดึงดัน... แต่เมื่อหันกลับไปเห็นนัยน์ตาลุกวาวๆ แล้วต้องสันหลังวาบ...มันจ้องความจำนงชัดว่า...
'มีหรืออย่างคุณจะรอดผมไปได้ ?'
อนุทินฉบับที่ ๒๔
ฉันมีความสุขเหลือเกิน... ความสุขอัดแน่นราวกับลูกโป่ง ที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวันๆ เช่นเดียวกับหน้าท้องของฉัน
เมื่อรู้ว่าตนเองมีอีกหนึ่งชีวิตให้ดูแล ฉันก็ล่องลอย... ไม่คิดเลยว่าคำพูดคำเดียวของเอวิเดสจะศักดิ์สิทธิ์ปานฉะนี้
แต่ก็ต้องยิ้มอย่างมีชัยให้เขา เมื่อนั่งบนอ่างล้างหน้า แกว่งเท้าที่ลอยเหนือพื้นเล่น มองดูท่านเจ้าที่สู้อุตส่าห์ไว้หนวดเคราและดูแล เล็มขริบอย่างดีมาตลอด ต้องมีอันโกนทิ้ง
"ให้ฉันช่วยไหมคะ ?"
เขาตีหน้าบึ้ง แต่ก็ยอมโดยดี ฉันหัวเราะคิก ชั่วระยะเวลาที่มีดโกนสัมผัสผิวเนื้อของเอวิเดสช่างเงียบ... สงบ
หกเดือน... ครึ่งปีแล้ว ที่ฉันอยู่เคียงข้างเขา ซบไหล่หนาซับน้ำตา หัวเราะร่ากับคนตัวโต....
ฉันเงยหน้าขึ้น เมื่อใบหน้าดุๆ เกลี้ยงเกลาดีแล้ว... ดูอ่อนเยาว์เป็นหนุ่มขึ้นเป็นกองเชียว มือฉันหยิบผ้าเช็ดครีม
โกนหนวดออก ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะกระซิบถามเบาๆ ว่า
"อยากจูบจัง"
"ทะลึ่ง!"
"คุณนี่... เอะอะอะไรก็ว่าผมทะลึ่ง... คุณรู้ไหม" ทำเสียงเสียงสูงอย่างยั่วอารมณ์ดีนัก "ถ้าผมไม่ทะลึ่งคงเสกยายหนูตาหนูเข้าท้องคุณไม่ได้หรอก!"
"ทะลึ่ง! ลามก!"
แต่คนตัวโตยังลอยหน้าลอยตา แล้วบรรจงจุมพิตฉัน... อย่างอ่อนโยนเหมือนที่เคยทำมาตลอด
"ผมอยากให้คุณรู้... รู้มากที่สุด ทูลหัว... คุณทำให้ชีวิตผมมีความสุข"
ฉันชะงักนิด หอบน้อยๆ รู้สึกเหมือนถูกสูบวิญญาณ และยิ่งเมื่อมือหนาแตะเบาๆ ที่หน้าท้องอย่างทนุถนอมและหวงแหน
"ผมจะปกป้อง... ดูแลลูกให้ดีที่สุด" คำพูดฟังดูเศร้าสร้อย... และทอดแววน่าใจหาย
edit @ 4 Dec 2007 17:33:50 by ไอ้บ้า2ตัว
edit @ 10 Dec 2007 10:16:58 by ไอ้บ้า2ตัว
edit @ 10 Dec 2007 10:19:28 by ไอ้บ้า2ตัว