เมื่อฉัน หนีออกจากบ้าน...
posted on 22 Apr 2009 14:29 by muitapol in JustTalkเรื่องของเรื่องก็คือ ช่วงหยุดสงกรานต์ แม่ผู้มีพลังงานเหลือเฟือ กับเราผู้เฉื่อยแฉะ ชิลล์เกิร์ลที่สุดในประเทศโคจรมาพบกัน บังเอิญว่า วันนั้นเป็นวันที่แม่เป็นซุปเปอร์ พาวเวอร์ มาเธอร์ เลเวลสูงสุด ผู้มีพลังงานดังอาชาศึก มาเจอกับเราที่เป็นซุปเปอร์เฉื่อย เมื่อยสุดๆ (วันนั้นเป็นโลกาวินาศหรือไม่ทราบ แต่เรารู้สึกขี้เกียจที่สุด) อย่างที่บอกในเอ็นทรี่แล้วๆ มา ในหัวข้อที่ว่า แม่ไม่ได้สอนหนูเป็นวัยรุ่น แม่เรากดดันเราสูงสุดยอดไม้ ทั้งๆ ที่สันดานกลมของเรามันพวกเอื่อยเฉื่อย ขี้เกียจ เหนื่อยกูก็พัก ชิลล์ไปวันๆ พอมาเจ๊อะกันในเช้าวันนั้น
ระเบิดลงค่า!!!
เราทนแรงกดดันที่ซ้ำเรื่อยๆ ของแม่ไม่ได้ซะงั้น (ทั้งๆ ที่เมิงควรจะชินได้แล้ว) และอารมณ์ติสต์แตก แดกกรูขึ้นมา นั่งเป็นเอ๋อ สมองรันด้วยความเร็วเท่าที่จะทำได้ว่า...
ไม่ไหวแล้วอ่ะ
เหนื่อยจัง
อยู่ไม่ได้แล้ว แต่อยากมีชีวิตอยู่นี่หว่า
รันเรียบร้อย ก็กวาดเสื้อผ้ายัดลงกระเป๋าจนเกลี้ยงตู้ (ครอบครัวเราเดินทางบ่อยอยู่ กระเป๋าเดินทางเลยใช้บ่อยจนต้องซักเสมอ) เข้าห้องน้ำ กวาดเอาแปรงฟัน ยาสีฟัน เจลล้างหน้า แต่ยังไม่ลืม รีเทิร์นเนอร์กับบรรดาผลิตภัณฑ์บำรุงผม (ถึงจะติสต์แตก แต่ยังห่วงสวยนี่หว่า) ทั้งเซ็ต แชมพู ทรีทเมนต์1 คอนดิชันเนอร์ ทรีทเมนต์2 น้ำมันมะพร้าว เรียบร้อย วิ่งไปเปิดตู้ เอาที่ถอนขนไฟฟ้ามาชาร์จ แล้วเราก็ไปเก็บผ้าที่ตากไว้บนราวมารีดรอไปพลางๆ (สรุปนี่หนีออกจากบ้านหรือเปล่าวะเนี่ย ดูเตรียมพร้อมดีจัง) รีดเสร็จจนครบ เก็บใส่กระเป๋า พร้อมถุงพลาสติกไว้ใส่เสื้อผ้าที่ใส่แล้ว โยนที่ถอนขนไฟฟ้าเข้ากระเป๋า หยิบกระดาษทิชชู เครื่องสำอาง แว่นกันแดด ครีมกันแดดลงกระเป๋าถือ โยนมือถือลงไปอีกที เป็นอันเสร็จพิธี แล้วเราก็ลากกระเป๋าออกจากบ้านไป ต่อหน้าต่อตาคนทั้งบ้านและคนงาน
ไม่มีใครตาม ไม่มีใครถามค่ะ ว่าจะไปไหน ไปทำไม
ตอนนั้นเราประมวลข้อมูลเรียบร้อยแล้วว่า จะไปลำปาง อยากไปที่เงียบๆ แต่ไม่ไกลนัก กะจะไปค้างสักสองคืนแล้วค่อยกลับ เรียบร้อยก็ไปเบิกเงินเหลือในบัตรเดบิตแค่ค่าโรงแรมไว้สองพัน (เตรียมพร้อมจริงๆ ชั้น นี่สรุป ติสต์จริงๆ ใช่ไหมเนี่ย) สรุปตอนนั้นมีเจ็ดพันในมือ มีให้รูดอีกสองพัน แล้วมุ่งหน้าไปท่ารถ
กำลังจะซื้อตั๋ว แต่...
จอร์จ!
ลำปางนะเมิง เมิงมีใครรู้จักอยู่ที่นั่นมั่งวะ ? ชิบ... ถ้าหาโรงแรมไม่ได้ล่ะ เลยเปลี่ยนแผนกระทันหัน ชวนพี่สาวหนีด้วยกัน (พี่มาเพราะ...กูก็อยากเที่ยว) มันหนีออกจากบ้านหรือวะ น้าสาวตามมาด้วย พร้อมเสนอแผนไปลพบุรี พอดีว่ากิ๊กพี่สาวอยู่ที่นั่น แต่เราค้าน มันร้อน ไปก็ไม่มีอารมณ์เที่ยว (อ้าว จริงๆ แล้วจะไปเที่ยวใช่ไหม ไม่เกี่ยวกับอารมณ์เด็กมีปัญหาบ้าบออะไรเลย) เราเลยเสนอ ไปสุโขทัยดีกว่า ได้เที่ยวด้วย โรงแรมก็น่าจะหาง่าย แล้วก็อยากกินก๋วยเตี๋ยวตำรับสุโขทัย พี่ค้านสุดฤทธิ์ ไปอยุธยาสิ ชัวร์กว่า เถียงกันไปเถียงกันมา...
ไหงได้ข้อสรุปอยู่ที่เชียงใหม่ละวะ....
เอาเถอะ ไม่ไกลมาก มีที่พักชัวร์ แล้วพี่สาวก็โทรบอกเพื่อนให้หาโรงแรม ตกลงกันได้ เรากับพี่สาวก็ลากกระเป๋าไปซื้อตั๋ว
แป่ววววววว.....
ที่นั่งเต็มค่ะ!
พยายามเป็นเด็กมีปัญหาไม่ขึ้นจริงๆ ตอนนั้นรู้สึกโมโหในโชคชะตามาก (อยากหนีออกจากบ้านอ่ะ อยากเป็นเด็กมีปานหา อ่ะ เค้ามะยอมๆ จิงๆน้า) กอปรกับ ครอบครัวเพิ่งรู้สึกตัวว่าเราหายไป (เหอๆ) โทรมาตาม พร้อมบอกว่า
"ถ้าจะไป ก็ไม่ต้องกลับมา"
หงุดหงิดอยู่แล้ว เพราะแผนที่วางไว้ล่มไม่เป็นท่าเลยกดสายทิ้ง และเสียงเรียกขึ้นรถว่า "เชียงราย เชียงราย" เราไม่สนใจอะไรแล้ว ตัดสินใจแค่ชั่ววินาที คว้าแขนพี่สาวหมับ วิ่งขึ้นรถทันใด
ในรถ.... พี่สาวรำพัน 'นี่เมิงจะหนีออกจากบ้านทั้งที เมิงไปได้แค่เชียงรายหรือนี่...' ค่ะ คือว่าเราอยู่พะเยา แล้วพะเยากับเชียงรายเนี่ย มันห่างกันแค่ร้อยกว่าโล แล้วเชียงรายก็เป็นบ้านเกิดเราด้วย ญาติส่วนใหญ่ก็อยู่เชียงราย พี่สาวเลยออกอาการเซ็งเป็ด เซ็งห่านส์มาก
ชั่วโมงเศษ เรากับพี่ก็ลากกระเป๋าออกจากท่ารถ(เก่า) วางแผนกันคร่าวๆ ในรถแล้วว่าจะนอนที่ไนท์ บาร์ซาร์ เราสองคนเลยชิลล์มาก เพราะเชียงรายนี่เหมือนบ้านหลังที่สอง หลับตาเดินก็ไม่หลง และเราก็ตกลงใจพักที่โรงแรมสตาร์ไลท์ นอนพักกันสักแป๊บ แล้วก็ออกไปกินพิซซาใกล้โรงแรม (มันโคตรขยันกันเลย กร๊ากๆ) แล้วก็เดินเรื่อยเปื่อยในไนท์บาร์ซาร์ พี่สาวเลยชวนกันทำเล็บค่ะ ให้ดิ้นตาย นี่คือสภาพคนหนีออกจากบ้านจริงจริ๊ง มันลัลล้ามาก ดูมีความสุขกันจริงๆ 55+ นั่งกันจนตูดบาน แต่มีความสุขกันดี 55 ถึงหลังจากนั้นจะมีสภาพเป็นคนพิการสองคนอยู่ด้วยกันก็เหอะ เพราะหยิบจับอะไรไม่ถนัดเลย เราไม่ค่อยชอบไว้เล็บยาวอยู่แล้ว เพราะมีอเรามันมือกรรมกร ไว้เล็บไปเดี๋ยวก็ต้องตัดออกอยู่ดี แต่คราวนี้อารมณ์มันพาไป อยากทำอะไรที่ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังดูค่ะ
เสร็จจากการต่อเล็บ ก็ไปนั่งเป็นคุณหนูตกยากหน้าเซเว่น ถือโค้กคนละกระป๋อง ชื่นชมวิวที่ดีอะไรอย่างนี้... อร๊างงง.... นั่งดูฝรั่งค่ะ อืมมมมม.... ซู้ดดดดดด (ดูดโค้ก) .......
ฝรั่งสดๆ นี่มันดีจังเลยนะคะ (กร๊ากกก)
ดึกมากแล้ว เราเลยกลับเข้าเซเว่นอีกที หิ้วสปายขวดหนึ่งกลับโรงแรม ไปนั่งกินเหล้าและดูหนังของเอ็ดดี้ มอร์ฟี่ (เรื่องอะไรจำไม่ได้) ในโรงแรมต่อ เราหลับไปตั้งแต่หนังยังไม่จบ
แต่ไอ้คำว่า ไปแล้วไม่ต้องกลับ มันก็ยังดังอยู่ในหัว...
เช้าแล้ว วางแผนกันไว้ว่าจะไปแม่สาย ไปนอนที่นั่นสักคืน แล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับ (ลัลล้ากันมาก) แพ็คของเสร็จก็ลงไปเล่นเน็ตสักพัก แล้วค่อยกลับมาเช็กเอาท์ พี่ๆ ที่ฟรอนท์ใจดีโทรถามโรงแรมที่แม่สายให้ด้วย ขอบคุณค่ะ แล้วก็ลากกระเป๋าไปท่ารถ คนเยอะมาก จนต้องยืนอ่ะ ระหว่างเบียดกันตายห่านส์นั้น บุพการีพี่สาวก็โทรมา เหมือนทราบว่าจะไปแม่สาย เลยโทรมาห้ามว่า ไม่ต้องไปนอน แต่ไอ้ครั้นจะไปนอนที่ม. ก็กลัวจะไม่มีรถออกจากม. แถมเพื่อนพี่ยังติดเรียนกันอีก สุดท้าย รถจอดที่แม่จัน พี่สาวเราที่เกรงแม่เค้าอยู่แล้ว เลยตัดสินใจลง เราก็ไม่กล้าดึงดัน เพราะเกรงใจพี่สาว แค่มาตกระกำลำบากด้วยกันนี่ก็แย่พอดูแล้ว สรุปว่าไปไม่ถึงแม่สายค่ะ ต่อรถกลับพะเยาอยู่ดี
สรุปการหนีออกจากบ้านครั้งนี้ สั้นมาก... ไม่เป็นไรค่ะ นี่แค่รุ่นทดลอง คราวหน้าจะ 'หนี' ไปปายค่ะ 55+ ไว้รอเก็บตังค์ได้อีกสักก้อน วู้.......~! จะหนีไปเที่ยวอีก (เอิ่ม มันคือหนีไปเที่ยวนั่นเอง... หาใช่เป็นเด็กมีปัญหาแล้วหนีออกจากบ้านไม่)
เรื่องของเรากับแม่ ตอนนี้กำลังทำสงครามเย็นอยู่ค่ะ เหมือนแม่จะมุ่งมั่นกับประโยคที่ว่า "ไปแล้วไม่ต้องกลับ" มาก เราเลยหน้าด้านนอนที่บ้านหนึ่งคืน แก้เครียดด้วยการขัดห้องน้ำและทำความสะอาดห้องนอน ยังไม่ทันจะได้รีดผ้า เล็บก็........
กรี๊ดดดดดดด
หักเรียบร้อย!! 350 ของกู๊!!! อยู่ให้ชื่นชมกันแค่คืนเดียว โฮฮ.... ทำไมโลกโหดร้ายเช่นนี้หนอ... (ก็เมิงเล่นถือสก๊อตไบรท์ถูซอกกระเบื้องนี่หว่า ไม่ให้หักให้มันรู้ไป)
ย่ำแย่มากค่ะ สงครามเย็นจนจะแข็งตายแล้วเนี่ย ทำไมสหประชาชาติยังไม่มาห้ามค้า....
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ กะจะเก็บของ หนีไปนอนที่อื่นอีกรอบ จนกว่าม.ใกล้จะเปิด ค่อยโทรให้พ่อไปเซ็นต์ค้ำประกัน
แหม่ แต่ถ้าเราจะหนีบ้างเนี่ย
ถ้าไม่อยากให้รู้สึกผิดมากก็
คิดซะว่าไปเที่ยวละกัน
#1 By PlªNetariuM✖ on 2009-04-23 14:04