Fic Baramos : Princess and Satan : Cinq
posted on 06 Sep 2008 14:29 by muitapol in Fic-PrincessAndSatanCinq - หอคอย - Tower
ฉันเข้านอนโดยไม่มีลูกกวาดเหมือนเมื่อวาน หลังกลับมาจากการขี่ม้าแล้ว ฉันรู้สึกตื้อๆ อย่างประหลาด ศีรษะหนักอึ้ง
เย็นวันนั้นฉันกินได้น้อยกว่าทุกที ฉันผลักจานสลัดที่ยังไม่ได้แตะต้องออก เซลด้ามองฉันอย่างขุ่นเคือง
ฉันตอบหล่อนไปว่า "ขอโทษค่ะ หญิงเหนื่อยจริงๆ เดี๋ยวหญิงไปนอนได้ไหม ?"
เซลด้าถอนหายใจ "เพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะเตรียมพระแท่นก่อน" แล้วร่างอ้วนท้วนของแม่นมก็เดินตุ้บตั้บออกไป
ฉันเอามือกุมศีรษะ ภาพแผ่นหลังของร่างสูงๆ ยังจำติดตา...
...ความรู้สึกคล้ายๆ กับที่คาโลมาเยี่ยม แล้วก็กลับไปนั่นเอง แต่สำหรับตอนนั้นฉันมองตามเขาด้วยความหวังว่าจะเจอ
เขาอีกครั้งเมื่อใด
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ มันหนักหน่วงกว่า... เขาไม่พอใจฉันและเดินหนี ฉันเสียใจเหลือเกิน...
ฉันเข้านอนด้วยความคิดที่ว่า ฉันต้องขอโทษเขา... ขอโทษสำหรับความไม่พอใจ และขอบคุณสำหรับลูกกวาด...
อากาศเช้าวันนี้แจ่มใสอย่างน่าประหลาด ฉันกลับถอนหายใจแรงๆ รู้สึกความร้อนผ่าวแล่นอยู่ทุกรูขุมขน ฉันคงตื่น
สายกว่าทุกที เพราะเตาผิงที่เคยปะทุเริงร่ากลับมอดสนิท มีเพียงเศษซากขี้เถ้าสีเทาและเศษฟืนสีดำชี้โกร๋น ฉันมองมัน
ราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน หน่วงศีรษะเหลือเกิน ร่างกายก็หนักอึ้ง...
เซลด้าเดินเข้ามาปลุก ฉันร้องอืออาแทนคำตอบ ลำคอก็แห้งผาก ปวดระบมไปหมด แม่นมของฉันเยี่ยมหน้าเข้ามา
แล้วก็จับแขนฉันเบาๆ
"โถ...! ทูลกระหม่อมแก้ว ทำไมต้องมันจับไข้วันนี้ด้วยนะ"
"หญิงเป็นอะไรหรือ ?" เสียงฉันแห้ง เปล่งเสียงแต่ละครั้งก็ยากเย็น
"จับไข้เพคะ วันนี้นมต้องเข้าวังเสียด้วย" แม่นมกลัดกลุ้ม ฉันไม่แปลกใจนัก เพราะมีบ่อยครั้งที่ทั้งแม่นมและนาง
กำนัลทั้งตำหนักต้องเข้าเฝ้า เพื่อรับฟังคำตำหนิและกล่าวโทษของจอมภูตที่มีต่อฉัน ฉันไม่สบายใจทุกครั้ง เพราะนอกจาก
ตำหนักจะเงียบเหงาเหมือนไม่มีชีวิตแล้ว ทุกคนต้องเดือดร้อนก็เพราะฉันอีก
"หญิงทำอะไรผิดอีกหรือจ๊ะนม ?"
"ทูลกระหม่อมของนม" แม่นมร้องเสียงยาว "อาจจะเพราะท่านอาจารย์นั่นกระมัง นมไม่แน่ใจเพคะ"
"แล้วครูฉันไปไหน ?"
"ออกไปตั้งกะเช้าแล้วเพคะ" ใบหน้ากลมของนางมีทีท่าคิดได้ "ถ้านมกับพวกสาวๆ นั่นไปเข้าเฝ้า เจ้าหญิง
ก็ต้องอยู่กับท่านอาจารย์สองคนสิเพคะ"
คำพูดของแม่นมทำเอาฉันสะอึก นึกถึงโทสะครั้งสุดท้ายของเขาแล้วเลือกที่จะไม่ตอบ
"โธ่เอ๋ย... ท่านอาจารย์ก็เป็นผู้ชายเสีย จะฝากไข้ก็กระไรอยู่ ดูไม่งามเลย"
"หญิงดูแลตัวเองได้ นมไปเถอะ ช้าจอมภูตจะกริ้ว" ฉันตอบเสียงแหบ แม่นมอิดออดอยู่นาน แต่แล้วก็ต้องจำยอม
"เพคะ นมจะจัดของเช้า ของเที่ยงไว้นะเพคะ อ้อ... แล้วโอสถอยู่ในหม้อ ต้องเสวยนะเพคะ"
"จ้ะ จ้ะ นมไปเถอะ"
แม่นมถอนหายใจ เทศนาชุดใหญ่ บ่นอีกนิดแล้วจึงย้ายร่างอวบอ้วนของนางออกไป ฉันนอนนิ่ง จนกระทั่งได้ยินเสียง
สาวๆ หัวเราะคิกคัก เสียงประตูถูกเปิดและฝีเท้าม้าที่บดกับถนนจนห่างไกลออกไป...
เงียบเหลือเกิน...
ฉันบอกตัวเอง ฉันต้องอยู่ให้ได้ ป่วยไข้ไม่น่าจะกระไรนัก ฉันรวมกำลังเพื่อลุกยืนขึ้น ไม่นานฉันก็รู้สึกว่าหนาว...
จนตัวสั่น วันนี้มีแดด ไม่น่าหนาวขนาดนี้ ฉันจึงหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับอีกหลายชั้น เดินเตาะแตะออกจากห้องนอนไปสู่ครัว
ฉันชะโงกหน้ามองดูยาในหม้อแล้วต้องร้องด้วยความสยดสยอง กลิ่นหอมก็จริง แต่สีสันไม่น่าลิ้มลองเลย รากไม้สีน้ำตาล
ไหม้ต้มกับน้ำสีเขียวป๋อ ฉันจึงเลี่ยงไปหยิบขนมปังใส่ปาก โดยไม่ใช้มีดกับนมหนึ่งแก้ว แล้วจึงนั่งแปะอยู่บนพื้นครัวนั่นเอง
หมดแรงจะเดินแล้ว... หนาวเหลือเกิน...
ริมฝีปากฉันสั่นระริก มือที่ถือแก้วนมก็สั่นไปด้วย ปวดหัว... เหมือนกับมีใครเอาหินก้อนโตๆ มาผูกติดอย่างไรอย่างนั้น
ฉันเอนกายลง เอาหน้าแนบพื้นหินเย็นเยียบ หลับตาลงให้ความเจ็บปวดค่อยๆ ทุเลาลงบ้าง...
...แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น
ฉันนอนนิ่งเท่าใดไม่รู้ ปวดหัวเกินกว่าจะหลับลง หนาวเกินกว่าจะลุกขึ้นไหว ฉันเอามือกอดตัวเอง ค่อยๆ มองของเหลว
สีขาวข้นของนมไหลหกเลอะเทอะ เศษขนมปังชิ้นเล็กที่ฉันกัดครึ่งเว้าแหว่งกองอยู่บนพื้น
"เจ้าหญิง!" เสียงนี้คุ้นหู... สัมผัสที่ได้รับก็คุ้นเคย ฉันปรือตามองเจ้าของเสียง... เรือนผมสีดำขลับ
นัยน์ตาสีดำดั่งนิล กรอบแว่นสีทอง... ฉันเคยรู้จักกับคนใส่แว่นหรือ ?
"คุณ..."
"ลูคัส มีสติหน่อย!"
อ๋อ... ฉันครางในใจ ลูคัสนั่นเอง "ขอโทษค่ะ..." เสียงฉันเบา ฉันไม่ต้องการเสียงเบาแบบนั้น ฉันอยากให้เขา
ได้ยินชัดๆ นี่นา "ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้น ถ้าคุณไม่พอใจ..."
"เงียบเถอะ" ลูคัสสั่งเสียงดุ ฉันไม่เห็นหน้าเขาแล้ว ดวงหน้าคมคายนั้นพร่าเลือนไป... แล้ว 'อะไร' ที่ฉัน
แน่ใจว่าคือวงแขนเขาอุ้มฉันขึ้น ฉันถอนใจหลับตาลง ซบหน้ากับท่อนแขนนั้น... สูดดมกลิ่นของดอกไม้แห้งจางๆ
ที่ติดเสื้อผ้าเขาอย่างพึงพอใจ และทุกอย่างก็ดับลง...
ฉันตื่นมาอีกครั้งเมื่อเที่ยง ลูคัสนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆ ฉันขมวดคิ้วมุ่น พร้อมกับคำถามที่อยากถามเขาเหลือเกินว่า
หายโกรธฉันแล้วหรือ... ?
ร่างสูงของเขาปิดหนังสือฉับราวกับการลืมตาตื่นของฉันสามารถส่งเสียงดังจนเขารู้สึกตัวได้
"เจ้าหญิง" เขาเรียกฉันเบาๆ เลื่อนเก้าอี้มานั่งใกล้ ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นแตะซอกคอ หน้าผากแล้วถอนใจ
"ดีจริง ไข้ลดแล้ว"
ฉันมองตามมือเขา มือใหญ่ หากเรียวสวยหยิบจับอะไรไวว่อง
"นี่ไปไหนกันหมด ? คุณเซลด้าล่ะ ?"
"เข้าวังค่ะ จอมภูตเรียกเข้าเฝ้า" ฉันตอบอัตโนมัติ ก่อนจะถามต่อ
"คุณหายโกรธฉันแล้วหรือคะ
ลูคัสขมวดคิ้ว แล้วริมฝีปากจึงคลี่ยิ้มบางๆ "จะโกรธก็โกรธไม่ลงล่ะ เจ้าหญิงดูแย่เหลือเกิน"
ใจฉันพองโต อยากยิ้มให้เขาจริงๆ แต่ที่ทำได้มีเพียงรอยยิ้มแหยๆ ให้ แต่เขาเหมือนจะไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้อีก
มือหนาของเขาที่กำลังบิดผ้าอยู่บอ่างดีบุกพอหมาด แล้วนำมาเช็ดแขนฉันอย่างชำนาญ ฉันหน้าแดงจัด
"มะ ไม่ต้องก็ได้ค่ะ"
"เช็ดตัวหน่อย แล้วจะดีขึ้น"
"ตอนที่ฉันนอน... คุณเช็ดให้ฉันหรือคะ ?" ฉันถาม แม้จะกลัวคำตอบเหลือเกิน
"จะมีใครอีก ?" ฉันแทบเอาผ้าห่มคลุมโปงแล้วจะไม่เงยหน้าขึ้นอีกเลย เขาคงจับกริยาฉันได้
"เป็นอะไรไป ?"
"เปล่าคะ" ฉันตอบเสียงแปร่ง เบือนหน้าที่ร้อนผ่าวหนีด้วยความอาย
ชายหนุ่มดูเหมือนจะถอดใจกับฉันเสียแล้ว จึงลุกขึ้นบอกสั้นๆ ว่า "เดี๋ยวจะเอาอาหารกับยามาให้"
ลูคัสออกไปได้ชั่วครู่ ประตูห้องนอนฉันก็เปิดผาง สีหน้าเขาโกรธจัด... อาจจะมากกว่าเมื่อวานด้วยซ้ำ
ก่อนจะถามเสียงกร้าว "เจ้าหญิงกินยาที่อยู่ในหม้อไปรึเปล่า ?"
คำถามแปลก... แต่มันไม่น่าจะทำให้เขาบันดาลโทสะได้เลยนี่นา ฉันส่ายหน้าดิ๊ก
"เปล่าค่ะ"
สีหน้าเขาผ่อนลง "ไม่ได้แตะต้องเลยนะ"
"ไม่เลยค่ะ"
เขาจึงวางถาดอาหารและยาลงบนโต๊ะไม้ที่จะหลุดเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่ออยู่ข้างเตียง แล้วนั่งลงเตียงใกล้ๆ ฉัน ฟูกเก่ายุบลง
ตามน้ำหนักของเขา
"แล้วใครเป็นคนต้มยา ?"
ฉันขมวดคิ้ว แต่แล้วต้องร้องโอ๊ย เพราะอาการเช่นนั้นยิ่งทำให้ปวดหัวมากยิ่งขึ้น "คงเป็นเซลด้ามังคะ"
ลูคัสขมวดคิ้วอีกครั้ง ใบหน้าเขาเคร่งเครียดก่อนจะผ่อนลงได้อีกเมื่อเบือนมาสบตากับฉัน
"กินอะไรก่อน จะได้กินยา"
"ไม่กินยา!" ฉันร้องอย่างเผลอตัว มองหน้าเขาอย่างหวาดๆ "ฉันไม่อยากกินยา"
"ไม่ได้" ลูคัสบอกเสียงเข้ม ไม่ลดลงให้ฉันแม้แต่น้อย "ต้องกิน ยานี่ไม่ขมหรอก ฉันเป็นคนต้มเอง"
"ขอดูก่อนได้ไหมคะ ?" ฉันต่อรอง เผื่อรูปลักษณ์น่ากลัวจะได้มีข้ออ้าง มือใหญ่จึงยื่นถ้วยยาให้ฉันอย่างระอา
กลิ่นของมันหอมกรุ่น... สีน้ำตาลจางเหมือนสีน้ำชา ฉันต้องผิดหวังเพราะมันไม่น่ากลัวเท่าที่คิดไว้
"ไม่น่ากลัวเลยเห็นไหม... เป็นเด็กดีนะ แล้วจะให้ลูกกวาด" ลูคัสติดสินบนฉัน เพราะรู้แน่ว่าไม่มีทางปฏิเสธ
ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อนึกถึงความหอมหวานหลากรสของลูกกวาดที่เขามอบให้ และชายหนุ่มก็ยังล่อหลอกต่อไป
"วันนี้มีพ่อค้าเร่มา เขาเอาลูกกวาดจากสกอร์ปิโอมาด้วย..."
สกอร์ปิโอ... เมืองแห่งนมและน้ำผึ้ง ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์นั้นมีลูกกวาดกว่าร้อยชนิด แต่ละชนิดก็อร่อยและแพง
จนฉันมีโอกาสลิ้มลองไม่บ่อยนัก
เพราะคำโฆษณาแท้ๆ ฉันถึงยอมกินอาหารที่เขายกมาจนหมด และกลั้นใจดื่มยากลิ่นหอมแต่รสเฝื่อน ร้อนจัดจนหมด
ฉันจึงวางถ้วยยาลง มองเขาตาแป๋ว ลูคัสเหมือนกลั้นหัวเราะ ยอมล้วงเข้าไปในเสื้อคลุม วางลูกกวาดหลากสี หลายรสลง
บนมือฉันแต่โดยดี
"เห็นไหม ไม่ยาก กินเสร็จแล้วแปรงฟันด้วยนะ"
ฉันอมลูกกวาด ให้ความหอมหวานของน้ำผึ้งกระจายทั่วปาก เอนตัวลงพิงกับหมอน กึ่งนั่ง กึ่งนอน แล้วลูคัสจึงเอ่ยเสียง
ปรานี
"นอนเสีย"
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา กัดริมฝีปาก "ฉัน... ฉันยังไม่อยากนอน"
"เจ้าหญิงเพลียมากแล้ว ตื่นมาอีกครั้งก็จะหายดี"
เขาจะมารับรู้ความกลัวของฉันได้อย่างไร... ความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้งไว้คนเดียวเท่านั้น เมื่อเขาเดินเข้า จุดเตาผิงให้อบอุ่น
ฉันจึงไม่ขยับจากเตาผิงที่อบอุ่นนั้นแม้แต่น้อย
"ฉันไม่มีใครเลย" ฉันว่าเสียงแผ่ว "วันนี้ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย..."
นัยน์ตาเขามีรอยเวทนา ฉันเบือนหน้าหนี ฉันไม่ต้องการความสงสารจากเขา
"เจ้าหญิงต้องนอนพัก... ฉันสัญญาจะไม่ไปไหน"
"ฉันไม่ควรรบกวนคุณ" ฉันว่า เพราะไม่อยากเห็นรอยเวทนานั้น แต่ลูคัสกลับไม่ขยับตัว มือหนาเขากอบกุมมือฉัน
ไว้ทั้งสองข้าง ความอุ่นจากร่างกายเขาแผ่ไปทั่วกำมือ
"ฉะ... ฉันไม่อยากให้คุณสงสารฉัน"
ชายหนุ่มเหมือนจะอึ้ง ฉันหลับตาลง
"บอกแล้ว... ว่ามันคือความใส่ใจ" เขาตอบ แต่ฉันไม่มีวันเชื่อเขาหรอก น้ำเสียงจะให้เป็นอย่างไรก็ได้ แต่
นัยน์ตาเขาบอกชัดเจนแล้ว
"โกหก" ฉันว่าได้ทันที "ตาคุณ... เวทนาฉัน" ฉันจิกหลังมือเขาจนเลือดซิบ กัดริมฝีปากแน่น ตาพร่ามัว
ด้วยหยาดน้ำตา
"อย่าร้อง... ฉันจะอยู่ตรงนี้ เพราะฉันอยากอยู่" เขาปล่อยให้ฉันจิกมือโดยไม่ต่อว่า มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้น
เช็ดน้ำตา "ฉันคือซาตาน ลืมแล้วหรือ... ฉันจะไม่ทำอะไรที่ฉันไม่อยากทำ"
"คุณอยากอยู่กับฉัน ?" ฉันรู้สึกตัว ปล่อยมือที่จิกมือเขาออก พลางพลิกหลังมือหนาขึ้นดู มองเขาอย่างขอโทษ
"ขอโทษค่ะ... ฉันไม่... ไม่ได้ตั้งใจ"
"อย่าใส่ใจ หลับตาเสีย... จำไว้ว่าตอนตื่นมาเจ้าหญิงจะเจอฉัน" มือหนาเขาไล้บริเวณขมับฉันเบาๆ ฉันหลับตาลง
อย่างว่าง่าย
ฉันจับมือเขา เพื่อให้แน่ใจว่ายังมีคนอยู่ข้างๆ ไม่ทิ้งฉันไปไหน แล้วทุกอย่างก็เงียบงัน...
....
ลูคัส ซาโดเรีย มองมือเรียวบอบบางที่ยังกอบกุมมือเขาไว้ แม้เจ้าตัวจะหลับสนิทไปแล้วก็ตาม ทรวงอกอิ่มของหล่อน
สะท้อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ ชัดเจน แม้นัยน์ตาคู่โตนั้นจะปิดสนิทเหลือเพียงเปลือกตาบาง ชายหนุ่มก็ยังไม่ดึงมือตนเอง
ออก เขาไม่แน่ใจนักว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร...
ความรู้สึกอ่อนโยน... หากเบาบาง เจือจางเหลือเกิน...
นัยน์ตาคู่คมมองร่างน้อยบนเตียง แล้วจึงผ่อนลมหายใจ เหลือบมองไปยังถ้วยยาบนโต๊ะข้างๆ
ยานั่นเขาปรุงเอง วางใจได้
หากยาก่อนหน้านี้สิ! ถ้าหากเจ้าหญิงน้อยเชื่อฟังแม่นม ยอมดื่มยานั้น เขาเองก็รู้ถึงผลลัพธ์ของมันดี
ตาย!
ชายหนุ่มไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้นนัก... ใคร...เป็นผู้ต้มยามรณะหม้อนั้นให้เจ้าหญิงน้อย ?
แม่นม ? คิ้วเข้มเลิกขึ้นเมื่อนึกถึงสตรีร่างท้วม ท่าทางใจดีคนนั้น... ถวายการดูแลมานับตั้งแต่เจ้าหญิงน้อยยังเป็น
ทารก ความเอื้ออาทร เมตตา ความรัก... มักจะเอ่อล้นทุกครั้งที่อยู่กับราพันเซล
ไม่มีทางเป็นไปได้... ลูคัสถอนหายใจ
อาจจะเป็นใครสักคนที่ต้องการชีวิตเจ้าหญิงน้อยมาสับเปลี่ยนหม้อยาระหว่างที่ไม่มีใครอยู่ในตำหนัก...
....
edit @ 10 Sep 2008 20:08:58 by ไอ้บ้า2ตัว
edit @ 10 Sep 2008 20:34:32 by ไอ้บ้า2ตัว