ออริจิเน่า : ชุลมุนวุ่นรัก ลุ้นหัวใจยายตัวแสบ 1
posted on 21 Apr 2008 11:24 by muitapol in Ori
[/Mui] อัพสองวันติดกันค่ะ โอ้ พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก ใครที่เคยแวะมาแล้ว คงสงสัยว่ามุยเจอเพศแล้วหรือไร ตอบว่า... หาเพศเจอแล้วค่ะ เกิดปัญญาขึ้นมาได้ว่าเราเป็นผู้หญิง
ไม่รู้จะสายเกินไปหรือเปล่า....
อันที่จริงเรื่องนี้แต่งไว้นานแล้วนะ ใช้ชื่อว่า รักร้าย นายตัวแสบ แต่เห็นมันมีคนใช้ไปแล้ว ไม่เป็นไร ขุดมาแก้ใหม่ก็ได้ ชื่อใหม่ถอดด้าม ชุลมุนวุ่นรัก ลุ้นหัวใจยายตัวแสบ ยาวได้ใจอิชั้นจริงๆ ใครจำไม่ได้ก็ครอบครัวยายมะนาวไง จำไม่ได้อีก เอ้า! งั้นไปอ่านใหม่ก็แล้วกัน มุยรีไรท์ ยกเครื่องใหม่เกือบทั้งหมดแล้ว (ลบแล้วเลิกเขียนไปเลยจะง่ายกว่า
)
เรื่องนี้ออกแนวรักใสๆ ค่ะ ตัวเองไม่ค่อยถนัดเขียนแนวนี้สักเท่าไหร่ (ถนัดแต่แนวระทมขมขื่นสุดใจขาดดิ้น) ตอนแรกคิดว่าจะแต่งให้จบก่อนแล้วค่อยเผยแพร่สู่สาธารณะ แต่ไม่รู้เป็นไง เขียนๆ ไปมันตัน... = ='' มาลงขัดตาทัพไว้ก่อนดีกว่า เป็นรอบลองไฟ ถ้าดีเมื่อไหร่ค่อยอพยพไปอยู่เด็กดี
สำนวนเรื่องนี้อาจแตกต่างจากที่เคยเขียนไปบ้าง... (มั้ง) ภาษาปากค่อนข้างเยอะ สำนวนก็จะออกวัยรุ่นขึ้นมาอีกนิด (มั้ง) ใครที่เคยอ่านฟิคตาเกรแล้วชอบภาษาเรื่องนั้นของเรา มาเจอเรื่องนี้อาจจะไม่ค่อยจะปลื้ม เราเอาแนววัยรุ่นมาบวกกับแนวนิยายแปล = นิยายของมุยเอง
ป.ล. คาดว่าคงเน่าตามเคย...
มุยเขียนเรื่องนี้ด้วยความฮา มันส์ ซ่า บ้า รั่ว สุดฤทธิ์ หวังอย่างยิ่งว่าจะให้ผู้อ่านหัวเราะกันบ้าง (ยิ้มนิดๆ ก็ยังดีน่า นะ!)
*พื้นที่โฆษณา*
ความจริงมีฟิคอีกเรื่องนะ แต่ไม่ได้ลงที่นี่ ลงที่เด็กดีค่ะ ฟิคบารามอสเรื่อง รักต้องลุ้น คุณเจ้าหญิงทอมบอย อันนี้ออกโรแมนติก คอมเมดี้ของเจ๊ขาใหญ่แห่งป้อมอัศวิน เป็นแนวรักไร้สารเรื่องแรกของตัวเองค่ะ --> http://my.dek-d.com//story/view.php?id=303944
.....
Chapter 1 : ซาตานติดปีกกับเทพบุตรแอ๊บแบ๊ว
“ทำไมเธอถึงเป็นอย่างนี้ไปได้เนี่ย” เสียงทุ้มนุ่มต่ำดังขึ้นจากชายหนุ่มใบหน้าคมหวาน เหมือนกาแฟที่ความขมและหวานมาบรรจบกันได้อย่างพอดี ริมฝีปากบางเฉียบ หยักได้รูป โหนกแก้มสูงเข้ารับกับจมูกโด่งสวยราวกับรูปปั้น คิ้วเข้มถูกย้อมให้เป็นสีเงินพาดเฉียงเหนือดวงตาได้อย่างเหมาะเจาะ เขากัดสีผมจนเป็นสีเงินส่องประกายดุจราวแพรไหม จมูกโด่งสวย ดวงตาคู่ดุ หากระยับสวยด้วยสีน้ำเงินเข้มเหมือนมหาสมุทรอันมาจากคอนเทคเลนส์จ้องตรงมายังฉันอย่างตำหนิปนขำ หากเป็นคนอื่นทำกริยาเช่นนี้ แต่งตัวอย่างนี้คงดูเหมือนแต่งคอสเพลย์ในงานการ์ตูนที่ไหนสักแห่ง... แต่สำหรับเขาแล้วดูราวกับมาเฟียสุดเข้มหลุดจากนวนิยายโรแมนติก
เสียมากกว่า ทุกอย่างเหมาะเจาะและพอดิบพอดี และด้วยดีกรีนายแบบหนุ่มสุดร้อนแรงระดับโลกทำให้เขาไม่เคยยั้งฟีโรโมนของตัวเองเลย
“แล้วจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ” ชายอีกคนถาม นัยน์ตาสีดำสนิทเข้มดุภายใต้กรอบแว่นสีดำสนิทตัดกับผิวขาว เยือกเย็นจนฉันอดเสียวสันหลังวูบไม่ได้ ผมสั้นเกรียนทรงนักศึกษาวิชาทหารไม่ได้ทำให้ใบหน้าคมเข้มนั้นด้อยลงแม้แต่นิด
หนุ่มหล่อที่หลายๆ คนคงต้องอิจฉาในโชคของฉันที่ได้มานั่งตรงกลางระหว่างพวกเขา แต่นั่นไม่ใช่เลย! ฉันกำลังเหงื่อแตกพลั่ก ก้มหน้าก้มตางุดๆ ไม่อยากสบตาคนใดคนนึง
“ถ้าฉันรู้คงไม่ถามเฮียหรอก” ฉันงึมงำตอบกลับไป ใช่แล้ว!
ชายหนุ่มสองคนนั่นมันคือพี่ชายบังเกิดเกล้าของฉันเอง!
ผู้มีฟีโรโมนอันแสนจะล้นเหลือ แตกต่างจากฉันลิบ จนหลายคนคิดว่าพวกเขามาจากดาวดวงเดียวกับฉันหรือเปล่า
คนแรก ตั่วเฮีย ผู้มีใบหน้าคมหวาน มีชื่อว่า ‘ตะไคร้’ พอเรียกสั้นๆ ก็จะเป็น เฮียไคร้ ซึ่งไม่ค่อยจะน่าฟังเหมาะกับอาชีพนายแบบของมันสักเท่าไหร่ ดังนั้นมันจึงจัดแจงเปลี่ยนเป็น ‘แอนดรูว์’ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีในถนนสายนายแบบ แต่ก็แปลกที่มันเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่ได้เชื้อพ่อมา พ่อของฉันเป็นชาวอิตาลีเสียชีวิตตั้งแต่ฉันเล็กๆ ดังนั้นฉันจึงไม่เคยเห็นหน้าพ่อจริงๆ สักที ส่วนแม่เป็นลูกครึ่ง เปล่า ลูกครึ่งไทย – จีนน่ะ ทำให้ฉันเป็นคนเดียวในบ้านที่มีเชื้อจีนไปทางก๋งอย่างเต็มๆ
คนที่สอง ยี่เฮีย ใบหน้าคมคาย นัยน์ตาดำสนิทแบบไทยแท้ จนไม่อยากเชื่อว่ามีส่วนผสมของ จีน – อิตาลี นี่คือ ‘พริกขี้หนู’ ชื่อมันเล็กๆ น้อยๆ ดีนะ แต่ตัวมันนี่สิ มโหฬารมาก ตอนนี้เกือบจะสูงเท่าตั่วเฮียแล้ว เพราะเป็นทั้งนักกีฬาบาสเก็ตบอล และนักเรียนเกียรติยนิยม พ่วงด้วยดีกรีเด็กโอลิมปิกฟิสิกส์ยิ่งทำให้สาวๆ กรี๊ดกันใหญ่ บวกกับบุคลิกพูดน้อยอย่างมัน ทำให้พวกผู้หญิงแทบจะเดินตามมันมาเลยล่ะ
ส่วนฉัน – ผู้ตกอยู่ในสถานการณ์ “ซวยสุดชีวิต” ที่ได้มานั่งตรงกลางระหว่างเฮียทั้งสอง คือมะนาว หรือที่เฮีย(มัน) เรียกว่า ไอ้นาว (หรือวันดีคืนดีทั้งสองท่านก็จะเรียกว่า 'ไอ้เตี้ย') พอเราสามพี่น้องอยู่ด้วยกันแบบครบเซต ตะไคร้ พริกขี้หนู มะนาว จะกลายเป็น ‘ต้มยำ’ ทันที ต้องขอบพระคุณพ่อชาวอิตาลีของฉันที่ชอบกินต้มยำจนทำให้ลูกออกมาเป็นต้มยำกันแบบนี้
ทายดูซิ แม่ของฉันชื่ออะไร?
กุ้งไงล่ะ ‘ต้มยำกุ้ง’ นั่นแหละคือครอบครัวของฉัน
“เรื่องมันไปมายังไง” เฮียไคร้ถามฉันอีกรอบ ฉันสะบัดหน้าแรงๆ เพื่อตั้งสติ
“ก็มันเริ่มจาก....” ฉันย้อนความไปยังไอ้วายร้ายผู้ทำให้ฉันต้องมานั่งโดนเฮียๆ สอบสวนแบบนี้ ฉันที่เพิ่งจะเข้าม.4 หมาดๆ ใน ร.ร. แห่งหนึ่ง ด้วยคะแนนสูงลิบลิ่ว (ไม่อยากอวดเลยนะเนี่ย หุๆ) ช่วงแรกที่อยู่ในร.ร. ก็ดีมีความสุขดีอยู่หรอก จนกระทั่งนายวายร้ายคนนึงมันก้าวเข้ามาในชีวิตฉัน หน้าตามันก็ไม่ได้ทุเรศอะไรมากหรอก ผิวสองสี ตาคมเหมือนเหยี่ยว จมูกแหลมเฟี้ยว นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหมือน..เหมือน... น้ำผึ้งไหม้ (??) ของมันเลยทำให้ฉันคิดมาตลอดว่ามันไม่ได้ต่างอะไรกับพ่อมดที่อ่านเจอในนิทานอะไรเลยสักนิด
แต่...
“ดูสิ หลุยส์หล่อจังเนอะ เหมือนกับเจ้าชายวิลเลียมตอนเด็กๆ เลย” พวกสาวๆ มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันแบบนี้เสมอเมื่อพูดถึงมัน แล้วโทษทีเหอะค่ะ นี่หล่อนเกิดทันดูเจ้าชายวิลเลียมตอนเด็กเหรอ เจ้าชายวิลเลียมไม่ว่าตอนไหนก็มีฉันเท่านั้นที่มีสิทธิเห็น โฮะๆ
แต่ยังไงก็เหอะ ชิส์ หน้าอย่างกับพ่อมด ดันชื่อ หลุยส์ แค่ชื่อบุญเป็งก็หรูแล้วย่ะ ดูฉันสิอิตาลี – ไทย – จีน แท้ๆ ยังชื่อมะนาวเลย กะอีแค่ ไทย – ฝรั่งเศสอย่างนายน่ะ ชื่อหลุยส์มันออกจะหรูไปหน่อยนะยะ
กบ ความอับอาย การเจ็บตัว ห้องปกครอง นั่นคือสิ่งที่ฉันได้เจอ ตั้งแต่เจอมันเป็นครั้งแรก เคยมีครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่งโทรมาหาฉัน แล้วพูดด้วยเสียงหื่นกามว่า
“XXXXX” (โดนแบนเพื่อขอบเขตศีลธรรม ^^’’)
ฉันงี้หน้าแดงแป้ดแล้วรีบขว้างโทรศัพท์ทิ้งทันที สืบดูจึงพอได้ข้อสรุปได้ว่า ไอ้วายร้ายหลุยส์มันเอาเบอร์ฉันไปโพสในเวบต้องห้าม (เวบโป๊นั่นแหละ) เป็นผลทำให้ฉันต้องควักเงินอีก 199 บาทซื้อซิมใหม่ นอกจากนั้นเรื่องยังลามไปถึงห้องปกครอง -10 กับเชิญผู้ปกครอง (แม่ไม่ใช่อะไรที่ฉันกลัวหรอก แม่อยู่ตั้งไต้หวันจะบินกลับมาไทยเพราะเรื่องแค่นี้ได้ไง แต่เพราะผู้ปกครองฉันมันไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนที่หารค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ครึ่งหนึ่งของฉันและพริกกับแม่ก็คือ ตะไคร้ ตั่วเฮียของฉัน ซึ่งถ้ามันรู้ จะต้องไปสู่การถกเถียงกันไม่จบสิ้นแน่ๆ)
ทำให้ฉันเลือก -10 ทันที โดยที่ฉันไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดคำว่า “ไม่ยุติธรรม” ด้วยซ้ำ
นี่ยังถือเป็นเรื่องเล็กๆ (ที่เธอไม่รู้) เมื่อเทียบกับความวุ่นวายจนฉันสุดจะทน
“สรุปว่าที่แกอยากจะย้ายเพราะโดนคนแกล้ง?” ตั่วเฮียถามด้วยเสียงราบเรียบ เหมือนทะเลสงบก่อนมีคลื่น
“ขี้ขลาด” ยี่เฮียเสริมด้วยเสียงดูถูก “ฉันไม่คิดว่าแกจะหน่อมแน้มแบบนี้ไอ้นาว นักเลงที่คุ้นกับห้องปกครองหายไปไหนแล้ว”
ฉันเงียบ จริงอยู่ตอนม.ต้นฉันขึ้นทำเนียบบัญชีดำของโรงเรียน ฉันผ่านม.3 มาได้ด้วยคะแนนสอบแทบจะทั้งหมด ฉันจะไม่ปกปิดหรอกว่าฉันหัวดี แต่ทุกอย่างที่ฉันเจอมา เพียงแค่หมัดเดียว สอยเข้าไป พวกที่เข้ามายุ่งกับชีวิตฉันก็รีบจรลีทันที แต่ที่ฉันเจอมันมากกว่านั้น หลุยส์กัดฉันไม่ยอมปล่อย ยิ่งฉันตอบแรง มันยิ่งโต้กลับแรงมากกว่า พอฉันทำเป็นไม่สนใจ มันก็เล่นแรงคล้ายกับว่าจะให้ฉันสนใจ และแน่นอนที่ทำให้ฉันประสาทเสียคือพวกเพื่อนๆ ในห้องทั้งหญิงและชายต่างพากันไม่พูดกับฉัน เพราะรู้กันดีว่าถ้าใครลองพูดกับฉันล่ะก็ หลุยส์ไม่ปล่อยคนนั้นไว้แน่
“ทำไมแกไม่บอกฉัน!” เสียงทุ้มห้าวของพี่ชายคนโตแทบจะตะคอกฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัว “กะอีแค่เด็กเวรคนนึงทำให้แกถึงกับย้ายร.ร. แต่ฉันกลับไม่รู้เรื่อง!”
เวรล่ะ... แต่พระเจ้าบอกมะนาวด้วยเถิดว่าเฮียเค้าโกรธเรื่องอะไร
“ก็...ก็... เฮียอยู่ให้นาวบอกที่ไหน” ฉันแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“ขนาดฉันอยู่บ้านเดียวกับแกยังไม่รู้เลยนาว” พริกขัดคอ “ถึงตอนนั้นแม่จะอยู่ไทเป ตะไคร้อยู่ฝรั่งเศสแต่ฉันก็ยังอยู่กับแกนะนาว”
ดูดีใช่ไหม...คำพูดมัน แต่เปล่าเลย นัยน์ตาสีดำสนิทราบเรียบจนขนลุก ไม่มีแววของชีวิตปนอยู่ในนั้นเลย นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันกลัวยี่เฮียจนหงอ “ฉันไม่อยากให้เฮียเป็นห่วงน่ะสิ”
“สรุปว่า... ช่วงที่ฉันอยู่ฝรั่งเศส ไอ้เวรตะไลคนนี้มายุ่งกับแกใช่ไหมนาว?”
ฉันพยักหน้า
“แล้วแกจะย้าย ร.ร. หนี?”
ฉันพยักหน้าอีก
“เวร!”
ฉันพยักหน้าให้
“ไม่ต้องพยักหน้าไอ้นาว! ฉันว่าแกนั่นแหละ!” ริมฝีปากบางเฉียบพ่นคำสบถไม่สมกับหน้าหล่อๆ ออกมาอีกหลายคำ พร้อมกับควันบุหรี่จากยี่ห้อมาโบโรซองแดง ก่อนที่เฮียจะเพยิดหน้าขึ้นไปข้างบน “ไปนอนได้แล้ว แล้วฉันกับพริกจะตัดสินใจอีกที”
พริกแปลกใจเล็กน้อย ฉันเองก็ตกใจไม่แพ้พริก เพราะเฮียทั้งสองของฉันไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไหร่
ฉันทำท่าจะค้านแล้วปักหลักอยู่แต่เมื่อเจอกับตาสีดำสนิทของพริกแล้วทำให้ฉันต้องรีบเปลี่ยนความคิดทันที
.............
นั่นคือเรื่องเมื่อเดือนก่อน ด้วยวิธีอะไรสักอย่างนี่แหละ ทำให้ฉันเข้าร.ร. นี้ได้ แม้ไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ว่าเฮียบังเกิดเกล้าทั้งสองจะยอมให้ฉันย้ายร.ร. ได้ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่ แต่ฉันก็ยืนอยู่ที่นี่แล้ว ณ โรงเรียนเดียวกับพริก ฉันคิดว่าคงเพราะอยู่ที่นี่แล้วพริกพอจะคุ้มกะลาหัวให้ฉันได้ด้วย
“อรุณสวัสดิ์ครับ มะนาว” เสียงทักทายอย่างสุภาพเรียบร้อยจากบอล ทำให้ฉันต้องยิ้มแทบแก้มปริขึ้นไปอีก เพราะการย้ายโรงเรียนนี่แหละทำให้ฉันพบกับผู้ชายน่าหม่ำขนาดนี้ หน้าตี๋แต่จมูกโด่ง ไม่ใช่จมูกรั้นนะ ตาสีดำ เหลือบๆ ม่วงเหมือนโอปอลล์ยังไงยังงั้น... ชุดนักเรียนก็สุดเรียบร้อยถูกระเบียบเป๊ะทุกอย่าง
“วันนี้กระเป๋าหนักเป็นพิเศษนะครับ” เขาล้อฉันด้วยรอยยิ้ม ปกติถ้าเป็นคนอื่นล้อแบบนี้ถ้าไม่โดนป๊อบทีนเบอร์ 38 ก็ต้องโดนกระเป๋าฟาดหัวแน่ แต่เพราะเป็นบอลหรอกนะ... อภัยให้ ฮ่าๆ
ฉันยิ้มอายๆ “ก็เราขี้เกียจพกนี่นา มันหนักอ่ะ เลยต้องยืมดูของบอลทุกที”
“ครับ ครับ แต่ผมถือกระเป๋าให้เอาไหมครับ?”
“ล้อเราเหรอ” ฉันนิ่วหน้า
“เปล่าครับ เห็นนาวถือแล้วมันเก้ๆ กังๆ ยังไงไม่รู้”
โอ๊ย.. โลกนี้จะมีผู้ชายสุภาพบุรุษขนาดนี้อีกไหมเนี่ย ฉันหัวเราะเบาๆ แล้วยื่นกระเป๋าให้บอลถือ นี่ถ้าแจจุงมาเห็นแล้วเข้าใจผิดจะทำไงเนี่ย
.......
“มะนาวครับ นาว นาว...” เสียงนุ่มๆ ดังมาจากข้างๆ ใครฟระ... ขัดขวางการนอนของฉัน
“งืม... อาราย...”
“อาจารย์มองมาทางนี้แล้ว ตื่นก่อนจะดีกว่านะครับ”
ชะอุ๋ย... ฉันสะดุ้ง แล้วรีบยืดตัวตรง เอามือป้ายมุมปากทันที ดีนะเนี่ย ที่น้ำลายไม่ยืด ไม่งั้นเสียภาพพจน์แหงๆ ตอนที่แน่ใจว่าไม่มีน้ำอะไรไหลออกมาแล้ว ฉันก็เงยหน้าขึ้น อาจารย์สุพรรณี อาจารย์ที่ปรึกษาห้องเรากำลังแจกยิ้มให้รอบๆ ห้องเหมือนเดิม แต่ทว่า...
“เฮ้ย!!” ฉันร้องอย่างตกใจ เสียงไม่ใช่เบา แต่โชคดีที่ไม่มีใครสนใจ บอลหันมามองฉัน
ไอ้...ไอ้... วายร้าย ตัวร้าย ไอ้เวร ไอ้#$~/%+ ด่าต่อไม่ออกจริงๆ
ไอ้ปัญหาก้อนใหญ่ในชีวิตฉัน! รอยด่างในชีวิต!!!!
ริมฝีปากที่บางเฉียบได้รูป ยกมุมขึ้นนิดๆ อย่างเยาะเย้ยมายังฉัน ฉันตัวแข็งทื่อทันใด ลมหายใจติดขัดเต็มไม่ใช่เพราะความเขินอายจนร้อนเหมือนนิยายวัยรุ่นหรอก แต่เป็นเพราะความโกรธ!!! ตัวฉันแทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว เพราะแรงแค้น!! ฉันมองมันด้วยสายตาเหี้ยมๆ ปานจะฆ่ามันให้ตายคามือ
มันยิ้ม!! ตามันระริกไปด้วยรอยเยาะ อาศัยในจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต ฉันถลึงตาใส่เด็กหนุ่มเบื้องหลัง ออกอาการนางมารเต็มที่ บอลหันกลับไปคุยกับฝ้ายเพื่อนนั่งด้านหลัง ฉันเลยถือโอกาสชี้ที่บอล แล้วชี้มาที่ฉัน ทำปากบอกหลุยส์ว่า
“กิ๊กกันว่ะ”
ตาสีน้ำตาลใสขุ่นนิดๆ เบ้ปากให้เหมือนเยาะเย้ย ฉันได้แต่เดือดปุดๆ มันเดินไปนั่งข้างต้นหลิว... คนสวยประจำห้องที่ทำหน้าเหมือนจะเคลิ้มตายเสียให้ได้
ฉันเบ้ปากใส่ โอ๊ยย... ทำยังไงถึงจะหนีมันพ้นวะ!
....
ฉันยืนรอใต้ต้นมะขามป้อม (?) หน้าโรงเรียนด้วยอาการหน้าหงิกหน้างอสุดๆ โอ๊ย ไอ้บอลบ้า เสือกเรียนเก่งหาอะไร เย็นนี้ครูเรียกเพื่อนหน้าตาเทรนด์เกาหลีของฉันไปพบ เพื่อคุยเรื่องการแข่งขันวิชาการที่จะมีขึ้นในสองเดือนข้างหน้า ตอนที่กำลังทำหน้าบูด หน้าเบี้ยวนั่นเอง มารร้ายในรูปเทพบุตร(สุดโฉด) ก็ปรากฏกายพร้อมกับฟีโรโมนคละคลุ้ง ฉันทำท่าสำลัก กระแอมกระไอ เสียงทุ้มๆ นุ่ม... อย่างที่ผิดกับความชั่วดังขึ้น
“บงชูร์ มะนาว”
ชูร์...แชร์ อะไรวะ “เหอะ!”
“เสียมารยาทนะ ทักแล้วไม่ตอบเนี่ย”
“โห... หมาแถวนี้พูดภาษาคนได้ด้วยว่ะ” ฉันทำท่าตกอกตกใจ เอามือทาบอก
หลุยส์พยักหน้าหงึกๆ ทรงสเน่ห์ทุกกระเบียดนิ้ว “หมามันคุยกันนี่นะ”
“ไอ้....” ฉันด่าค้าง
“ไอ้อารายครับ ?” ยื่นหน้ามา หน้าหล่อ... คมเข้มดุจราวเจ้าชายนั่นแหละ คุณคงคิดใช่ไหมว่าฉันคงจะตะลึงในความหล่อ แล้วลดมือลงเปลี่ยนเป็นด่าแทน ประสานางเอกที่ดี
แต่โทษทีเหอะ....
เปรี้ยง!
หมัดฉันเสยเข้าที่คาง (เพราะสูงไม่ถึงชกแก้ม) ไม่ออกแรงทั้งหมดหรอก เปลือง!
หลุยส์หน้าหงาย กุมคางตัวเองอย่างตื่นตระหนก “เธอ...เธอ...”
“กลับไปฟ้องแม่สิไป” ฉันว่า ตามองเข้าประมาณ ‘เข้ามาเลย..’
“ยัยโรคจิต!”
“ไอ้ทุเรศ!” ฉันเขวี้ยงกระเป๋าใส่หน้าแข้งมัน “ไป ไปให้พ้นจากชีวิตฉันเลย ไอ้วิปริต!”
โชคดีที่เย็นมากแล้ว เลยไม่มีไทยมุงดูยายเตี้ยกับคุณเทพบุตรตีกัน
“ฝากไว้ก่อนเถอะ!” หลุยส์ว่า พลางสบถ คว้ากระเป๋าเดินจากไป ฉันได้แต่ถอนหายใจ
ไม่อยากยอมรับหรอก... ถ้าเป็นเรื่องขึ้นมาฉันได้ไปนั่งทำหน้าเจี่ยมเจี๋ยมอยู่ห้องปกครองแน่...
...เรื่องมันคงยิ่งยุ่ง ถ้าหากเชิญผู้ปกครอง...
คุณตั่วเฮียสุดที่รักคงจะต้องรีบบินถลามาแผ่นกบาลฉันด้วยความเอ็นดูสุดซึ้งแน่ๆ
โว๊ย ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว!
ฉันคำรามฮึดฮัด แล้วร่างสูงโปร่งบางของบอลจึงเข้าสู่คลองจักษุ... ตากลมโต ใสแหน๋ว แป๋วแหวว ยิ่งกว่าใส่บิ๊กอาย ผิวขาวสะอาดดุจราวกะเทยอาบน้ำนม ตอนนี้แก้ม... คงจะนุ่ม กำลังขึ้นสีชมพูเพราะเจ้าตัวกระหืดกระหอบวิ่งมาหาฉัน
โอ๊ย... ใจเย็นลูก... ฉันสูดลมหายใจลึกๆ อยากตบอกปุๆ เสียจริง
อย่านะโยม... อย่าเพิ่งวิ่งไปจับกดเค้า รอให้คนน้อยกว่านี้ก่อน...
"ขอโทษนะครับ อาจารย์ไม่ยอมปล่อยผมเลย"
กรี๊ด! อย่า... อย่านะแก อย่า... ม่ายยยย แต่ช้าไปแล้ว...
บอลเงยหน้าใส แอร่มยิ่งกว่านางเอกนิยาย ช้อนตาขึ้นสบตาฉัน...
ละลาย...
ฉันเอามือลูบอก บอกเขาเสียงแปร่ง "ไม่เป็นไร"
คนบ้าไรวะ... สวย เอ๊ย หล่อชิบ
"บอล"
"ครับ ?"
ฉันไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองนัก อย่าแอ๊บแบ๊วให้มากไป เดี๋ยวแม่จับกดจริงๆ หรอก!
"เอ่อ นายสาย วันนี้เลี้ยงไอติมฉันด้วยละกัน" ฉันพูดเบลอๆ เจอตาโตหยั่งกะยัดบิ๊กอายเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้วไปเลยมึน (เวอร์ไป)
"ครับ" บอลยิ้ม แลเห็นฟันเกมุมปาก
"บอล" ฉันเรียกอีก "นายรู้ตัวไหมว่านายสวย ?"
บอลหน้าแดง "เอ่อ...."
ฉันถอนหายใจเฮือก... แล้วยิ้มรับรอยยิ้มสดใสที่ปัดเอามารร้ายตาใสสีน้ำตาลตกบ่อบำบัดน้ำเสียกระเด็น!
...